Get Adobe Flash player

เที่ยวฮาวายกับ ดร.การุณ ตอนที่ ๗ Diamond Head โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ได้พาผู้อ่านไปเที่ยวหาด ไวกิกิ ที่เห็นภูเขา Diamond Head อยู่ด้านหลัง เป็น ภูเขาไฟที่มอดแล้ว เหลือไว้แต่เขาหมอบสยบไร้อำนาจผงาดอยู่ด้านหลังของหาดไวกิกิ สีน้ำฟ้าใสใกล้หาด เขียวมรกตและครามเข้มไกลจรดขอบฟ้า

                จากหาดไวกิกิ ขับรถไปทางตะวันออกของถนน Kalakaua (คาลาคาอูอะ) จนถึงทางแยกที่ถนน Monsarrat Avenue หัวมุม Honolulu Zoo (สวนสัตว์) เลี้ยวซ้ายที่ถนน Monsarrat ไปประมาณ ๑ ไมล์เศษๆจะพบถนน Diamond Head ขับไปตามเส้นนี้จนถึงปล่องภูเขาไฟ (crater) ขับเข้าอุโมงค์ (tunnel) สู่ปล่องภูเขา และจอดตรงที่จอดรถ

                ถ้าหากใช้รถประจำทางให้ขึ้นรถสาย ๕๘ จากไวกิกิ บอกคนขับว่าขอลงที่ Diamond Head

Diamond Head is a volcanic cone with highest vertical height reaching 762 feet (232.3 meters) into the Honolulu sky. ไดอามอนด์ เฮด เป็นกรวยภูเขาไฟที่มีความสูงตรงถึง ๗๖๒ ฟีท (๒๓๒.๓ เมตร) ยื่นสู่ฟ้าโฮโนลูลู

The crater is 3,520 feet in diameter, encompassing 350 acres of space. ปล่องภูเขาไฟมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓,๕๒๐ ฟีท ครอบคลุมเนื้อที่ ๓๕๐ เอเคอร์

Diamond Head is part of the Hawaiian Islands Volcanic range, which is the result of a violent explosion about 300,000 years ago which was also responsible for numerous famous Oahu landmarks like Punchbowl crater, Koko Head (which can also be explored on foot), Manana Island (near Makapu’u), and Hanauma Bay snorkeling paradise. ไดอมอนด์ เฮด เป็นส่วนของเทือกเขาภูเขาไฟหมู่เกาะฮาวาย ซึ่งเป็นผลของการระเบิดอย่างรุนแรงเมื่อประมาณ ๓๐๐,๐๐๐  ปีก่อน ซึ่งทำให้เกิดสถานที่สำคัญมากมายในเกาะโออาฮุ เช่น ปล่องภูเขาไฟ พันช์โบล ยอดเขาโคโค (ที่สามารถเดินสำรวจได้) เกาะมานานา (ใกล้ มาคาปูอู) และ อ่าว ฮานาอูมา แหล่งสวรรค์ของการดำน้ำ

The origin of the English name, “Diamond head” came from 19th century British sailors who thought the sparkling, clear calcite crystals were diamonds. ที่มาของชื่อภาษาอังกฤษ “ไดอมอนด์ เฮด” มาจากกลาสีเรืออังกฤษในศตวรรษที่ ๑๙ ที่คิดว่าเกล็ดแคลไซ้ท์ใสคือเพชร

Hawaiians had named the volcano “L’ahi”, literally meaning “brow of the tuna” (tuna fish, ‘ahi’ in Hawaiian language) which some say the cone looks like when viewed from Waikiki. ชาวฮาวายให้ชื่อภูเขาไฟว่า “ลอาฮิ” หมายถึง “คิ้วปลาทูน่า” (ปลาทูน่า หรือ อาฮิ ในภาษาฮาวาย) ที่บางคนบอกว่าเหมือนกรวยเมื่อมองจากไวกิกิ

Ancient Hawaiians, arriving to Hawaii between 1,000 and 1,500 years ago used the peak of the Diamond Head lava cone to build fires to help boats navigate the reef below. คนฮาวายโบราณ มาที่ฮาวายระหว่าง ๑,๐๐๐ และ ๑,๕๐๐ ปีก่อน ใช้ยอดของกรวยไดอมอนด์ เฮด ก่อไฟเพื่อนำทางเรือที่โขดหินข้างล่าง

In late 1700 foreigners had made it to Diamond Head and climbed its interior to the peak. ปลายปี ๑๗๐๐ คนต่างชาติได้มาถึงไดอมอนด์ เฮด และไต่ภายในเขาไปถึงยอด

Curiously they found no evidence of Hawaiians having been there. ด้วยความอยากรู้ เขาไม่พบร่องรอยของคนฮาวายว่าได้เคยมาที่นั่น

In Hawaiian culture the volcanoes were their home of Pele – and so, kapu. ตามวัฒนธรรมของชาวฮาวาย ภูเขาไฟคือบ้านของพระเจ้า เปเล ของเขา และ คาปู  ก็เช่นกัน

Kapu means forbidden and no Hawaiian would ever consider going there to the crater. The Heiau were build along the walls of the volcano. คาปู หมายถึง ต้องห้าม และไม่มีคนฮาวายคนไหนจะติดที่จะไปที่นั่นให้ถึงปล่องภูเขาไฟ เฮอีเอา (โบสถ์ฮาวาย) สร้างตามกำแพงภูเขาไฟ

From 1979 to 1999 the amount of visitors to Diamond Head increased from 41,000 to 800,000. ตั้งแต่ปีคศ. ๑๙๗๙ ถึง ๑๙๙๙ จำนวนนักท่องเที่ยวมาไดอมอนด์ เฮด เพิ่มขึ้นจาก ๔๑,๐๐๐ ถึง ๘๐๐,๐๐๐ คน

Today Diamond Head Volcano National Park receives over 1 million visitors per year, and over 2,000 per day climb the interior trail leading to the volcano’s rim. ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติ ภูเขาไฟไดอมอนด์ เฮด ได้รับผู้มาเยือน ๑ ล้านคนต่อปี และมากกว่า ๒,๐๐๐ คนต่อเดือนที่ไต่เขาตามทางเดินภายในที่นำไปสู่ขอบภูเขาไฟ

As of 2016 visitors pay $5.00 per car or $1 per person for pedestrians – including those dropped off by taxi or other vehicle.  ปี ๒๐๑๖ นักท่องเที่ยวจ่าย ๕ ดอลล่าห์ต่อรถหนึ่งคัน หรือ ๑ ดอลล่าห์ต่อคนเดินหนึ่งคน ซึ่งรวมทั้งที่แท็กซี่หรือภาหนะอื่นๆพามาลง

Hours: Daily 6:00 a.m. to 6:00p.m., every day of the year including holidays เวลาทำการ ๖.๐๐ น. ถึง ๑๘.๐๐ น. ทุกวัน ของปี รวมทั้งวันหยุด

                ฉบับหน้าจะพาผู้อ่านไปสถานที่น่าเที่ยวอื่นๆในเกาะโออาฮุอีก