Get Adobe Flash player

๑๑ วันที่แคลิฟอร์เนีย โดย... ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

เว้นไป ๒ อาทิตย์ เพราะไปแคลิฟอร์เนียและลาสเวกัส  ด้วยธุรกิจบางอย่างและพบญาติมิตรที่ผูกพันกันมานาน เป็นความประทับใจและตื่นเต้นที่รับกลับมาฮาวาย

สิ่งแรกที่ทำ คือต่ออายุหนังสือเดินทางไทยที่สถานกงสุลไทย เคยไปเพียงครั้งเดียวเมื่อครั้งยังอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย นัดเวลาไป ๑๐ น.สำหรับผม และ ๑๐.๑๕ น.สำหรับดร.ชวนชื่น ออกจากโรงแรมที่ Newport Beach เวลา ๗ น. ด้วยความไม่คุ้นเคย และถนนรถติดทุกสายที่หลงไป เจ้าหน้าที่ที่กงศุล พยายามหาทางให้ใหม่ด้วยความอดทนและให้กำลังใจว่าอย่าห่วงเวลานัดหมาย ให้พยายามมา ช้าก็จะคอย และก็ช้าไป ๔ ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ ช่วยเหลืออย่างดีทุกคน น่านิยมและขอบคุณยิ่ง

สิ่งที่สอง คุณบุญญลักษณ์ เจริญกิจการ ผู้จัดการบริหาร หนังสือพิมพ์ เสรีชัย คุณเพ็ญพิมพ์ จิตรธร และ คุณสุดใจ อดทนรอคอยต้อนรับเราแม้สายไป ๑ ชั่วโมง ด้วยขนมกุยช่าย และก๋วยเตี๋ยวเป็ด อาหารอร่อยที่ปลายลิ้น แต่ที่ปลายใจ คือความสนิทสนมกันฉันมิตรกับคุณแดง  ฉันญาติกับคุณพิม และความร่าเริงน่าสนทนากับคุณสุดใจเพื่อนใหม่ที่เหมือนได้รู้จักกันมานานปี

สิ่งที่สาม คือความไม่คาดคิด “น้องการุณ หายไปนาน น้องการุณ และน้องชวนชื่น สบายดีหรือคะ” พี่บันเทิงจิต อัศเวศน์ โทรมาหา หลังจากที่ผมติดต่อเธอไม่ได้มากว่าปี เพราะสมุดโทรศัพท์ส่วนตัวพลัดที่ตอนย้ายบ้านไปฮาวาย ประจวบกับที่ “พี่บันนี่” เองก็เข้าออกโรงพยาบาลเป็นนิจ ความไม่คาดคิดว่าจะได้ติดต่อกันอีก เหมือนทำอัญมณีหายไปชั่วยาม แล้วหาพบ ดีใจไม่ปาน

สิ่งที่สี่ มิตรดีเหมือนอัญมณีมีค่าควรแก่การถนอมรักษา คุณดนัย หรือที่ใครๆเรียกว่า “กำนันเล็ก” ของเมือง San Diego เพราะคุณสมบัติที่หายาก คือความมีเมตตา ไม่คิดร้ายทำลายใคร ฝักใฝ่ในธรรม และคุณม่วง หุ้นส่วนธุรกิจ ผู้มีอัธยาศัยร่าเริง ซื่อตรง ไม่คดโกง เป็นมิตรที่ดีของผู้รู้คุณค่าของเธอ ทั้งสองให้การต้อนรับเราที่ Pechanga Resort and Casino และอาหารญี่ปุ่นที่คุณม่วงจัดให้กว่า ๑๐ อย่าง ด้วยชำนาญ เราทานเหมือนอดอยาก เพราะอร่อยกว่าที่ฮาวายนัก แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่อาหารที่อร่อยเพียงลิ้ม แต่อยู่ที่มิตรสัมพันธ์ที่ต่างประจงสร้าง

สิ่งที่ห้า คือการไป Las Vegas ที่เราไม่สันทัดหรือสนใจในการพนัน แต่เพื่อมาดูบ้านที่ให้เช่ามาหลายปีว่ามีสภาพเช่นไร ในวันนัดหมายได้ตรวจตราดูบ้านที่ผู้เช่าคนเดิมมาร่วม ๑๐ ปี ยังรักษาบ้านได้น่าอยู่สะอาดเรียบร้อย มูลี่ที่ให้ผู้ดูแล เปลี่ยนให้หมดทั้งหลังทำให้บ้านดูใหม่ขึ้น

สิ่งที่หก เป็นความประทับใจสุดท้ายก่อนกลับบ้านที่เกาะ Oahu น้องสุนิสา หรือน้องติ้ง ต้องเดินทางไปต่างรัฐ แต่ได้ฝากน้องกฤษฎา ผู้ร่วมงานหนังสือพิมพ์ Thai Asian News ให้ช่วยต้อนรับแทน คุณกฤษฎาและคุณพรนภา ที่ผมตั้งชื่อให้ใหม่ว่า Pamela และชื่อเล่นว่า Pam ตามที่เธอขอให้ผมตั้งชื่อฝรั่งให้ เพราะคนทาง East Cost มักเรียกเธอไม่ถูก ความพอใจอย่างเปิดเผยที่มีชื่อฝรั่งเป็นครั้งแรก ทำให้ผมรู้สึกเอ็นดูเธอเหมือนน้อง ทุกนาทีที่ห้องอาหารไทย ที่เราสำราญรื่นกับการสนทนากับทุกคนรวมทั้งคุณโฮมและภรรยา ลิ้มรสอาหารไทยที่แสนอร่อยไม่มีอาหารไทยใดๆในฮาวายเทียบได้ และการร่วมสนุกสนานขับขานเพลงไทยที่เสียงขาดหายไปจากกล่องเสียงของตัวเอง กลับมาโดยไม่พะวงกับเสียงที่แหบเพราะคุยกับดร.ชวนชื่นมาตลอด ๕ ชั่วโมงที่เดินทางมา ก่อนจะดึกเกิน ผมชวนน้องทั้งสองไปเดินชมโรงแรม Bellagio และ Venetian ที่โปรด คืนนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงช่างมีมลขลังให้ตราตรึง

วันเดินทางกลับก็มาถึง ที่โรงแรมไม่มีเครื่องชั่งน้ำหนัก ต้องเดาเอา ไปถึงสนามบิน คืนรถเช่า ไปเอา Boarding Pass ที่ Hawaiian Airline แล้วเอากระเป๋าใหญ่ขึ้นชั่งน้ำหนัก เจ้าหน้าที่บอกว่าหนักเกินกำหนด แนะให้เอาของออกใส่ในกระเป๋าหิ้ว Tote Bag มิฉะนั้นจะต้องเสียเงินเพิ่มอีก $50  จัดการเอาของออกตรงนั้น แล้วยกขึ้นชั่งใหม่ พนักงานชาวฮาวาย ยิ้มแสดงความยินดีว่าเกินไปเพียง ๑ ปอนด์ อนุโลมให้ ก่อนจะเดินเข้าตรวจ รู้สึกว่าแหวนทับทิมเก่าขนาดเท่านิ้วชี้เรือนทองแบบโบราณ ที่พี่สะไภ้ให้มา หายไปจากนิ้วก้อย เดินหาทั่วทุกแห่งที่เดินเข้ามา ก็ไม่พบ ต้องทำใจว่า ถ้าเป็นของเราก็ต้องอยู่กับเรา นั่งบนเครื่องด้วยใจคำนึงถึงแหวนที่สุดรักในค่าของผู้ให้ไม่คลาย แม้จะพยายามข่มใจว่ามันไม่ได้เป็นของเรา ก็ยังไม่วายคิดถึงด้วยความเสียดาย ๕ ชั่วโมงผ่านไปเครื่องอยู่เหนือเกาะ ความรู้สึกต่างๆแวบวับเข้าสู่ภวังค์ ภาพหนึ่งคือความสุขสันติ์ที่กลับถึงบ้าน ภาพหนึ่งคือความพอใจนาๆจากการมาพบเพื่อนเก่า แล้วความเสียดายแหวนก็ผลุดขึ้นมาอีก

Shuttle bus มารับตามนัดหมาย ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือเอาทุกสิ่งออกจากกระเป๋าใหญ่ ยังไม่วายหวังได้พบแหวนที่สุดรัก จนหมดก็ไม่พบ ต่อไปคือ Tote Bag เทของออกหมด มองดูภายในจนทั่ว แล้วความสุดแสนดีใจก็เกิดขี้น เมื่อเห็นแหวนซบอยู่ในมุมกระเป๋า บอกกับตัวเองว่า มันเป็นของเราแน่เลย

ฉบับหน้าจะพาผู้อ่านไปเที่ยวฮาวายต่อ