Get Adobe Flash player

เที่ยวฮาวายกับ ดร.การุณ ตอนที่ 18 Haleiwa โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

จาก Waimea ไปทางใต้ขึ้นไหล่เขาไม่สูงนัก มองลงมาที่ Waimea Bay ยังเห็นคนหนุ่มสาวบนโขดหินใกล้ฝั่งกระโจนลงทะเลสนุกสนาน เลาะขอบเขาลงต่ำไปจนถึงเมืองเก่าชื่อ Historic Haleiwa Town มีป้ายบอกไว้ที่ถนนว่า Haleiwa North Shore

Haleiwa เป็นเมืองเก่า มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ และเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมากแห่งหนึ่ง ต่างจาก ไวกิกิ หลายอย่าง

Haleiwa (pronounced: hah-ley-ee-vah) is a surf town. ฮาเลอีว่า (ออกเสียงว่า ฮา เล อี ว่า)  เป็นเมืองโต้คลื่นทะเล

Many restaurants, surf shops, art galleries, and souvenir shops all have beach related themes and cater to a steady stream of beach goers. ร้านอาหารมากมาย ร้านขายอุปกรณ์โต้คลื่น และร้านขายของที่ระลึก ทั้งหมดเกี่ยวกับชายหาดที่จัดสรรสำหรับนักท่องเที่ยวชายหาดที่พรูกันมาตลอดเวลา

Then after you eat, stroll around and do some window shopping. หลังจากกินอาหารเสร็จ เดินเล่นและดูของหน้าร้าน

There are two main reasons for this: shave ice and huli huli chicken, a roasted chicken scented cloud of smoke. มีสองเหตุผลที่จะเดินเล่นคือ มีน้ำแข็งใส และ ไก่ฮูลี ฮูลี ไก่ย่างรมควัน

Built in 1921, The Rainbow Bridge, or Anahulu Stream Bridge, this Hawaiian landmark used to be a wooden structure.  สร้างในปี ๑๙๒๑ สะพานสายรุ้ง หรือ สะพานข้ามลำธาร อานาฮูลู เป็นจุดเด่นของฮาวายที่เคยเป็นโครงไม้

Now, it's made out of concrete and has been painted white.  ปัจจุบัน สร้างด้วยปูนและทาสีขาว

The total length of this double arched bridge is 161.1 feet. สะพานโค้งเป็นคู่มีความยาวทั้งหมด ๑๖๑.๑ ฟีท
It is also known as the Anahulu Stream Bridge since it crosses over the Anahulu Stream where paddle boarding and kayaking are popular activities. สะพานนี้ยังมีชื่อเรียกว่า สะพานข้ามลำธาร อานาฮูลู เพราะมันข้ามสายน้ำอานาฮูลู ที่ใช้เป็นที่พายแผ่นโต้คลื่นและเล่นคาแยก กิจกรรมที่นิยมกัน

เราจะมาย้อยรอยประวัติศาสตร์ของเมืองนี้เล็กน้อย เพราะความนิยมของเมืองนี้เป็นผลจากอดีต

Hawaiians settled along the North Shore around 1100 A.D. and established villages along valleys, streams, and bays. ชาวฮาวาย เข้ามาตั้งถิ่นฐานตามแนว นอร์ท ชอร์ ประมาณ ค.ศ. ๑๑๐๐ และได้สร้างหมู่บ้านตามหุบเขา ทางน้ำ และ อ่าว

Because of the rich ocean waters and fertile lands dotted with natural springs, they grew taro, sweet potato and other crops. เพราะมหาสมุทร์ที่อุดม ดินที่สมบูรณ์ มีน้ำบาดาลเป็นหย่อมๆ พวกเขาได้ปลูกเผือก มันหวาน และพืชพันธุ์อื่นๆ

At the end of the 19th century, Benjamin J. Dillingham built a railroad, a sugar mill, and a destination hotel he named the Hale’iwa Hotel. ปลายศตวรรษที่ ๑๙ เบ็ญจมิน เจ กิลลิงแฮม สร้างทางรถไฟ โรงกลั่นน้ำตาล และ โรงแรมปลายทาง ที่เขาให้ชื่อว่า ฮาเลวา โฮเตล

It was a grand Victorian hotel he named the “Hale’iwa”, which literally means “house of the ‘iwa”, or frigate bird, and was situated where “Hale’iwa Joe’s” Seafood Grill stands today. เขาให้ชื่อโรงแรมแบบ วิคทอเรีย ที่ใหญ่โต ว่า “ฮาเลอีว่า” ซึ่งมีความหมายโดยตรงว่า “บ้านของ อีว่า” หรือ “นกทะเลบินเร็ว และตั้งอยู่ที่ “ฮาเลอีว่า โจส” ร้านอาหารทะเล เผา ทุกวันนี้

ฮาเลอีว่า เป็นเมืองต้นทางและปลายทางของ นอร์ท ชอร์ จากเมืองนี้ เรายังมีที่ที่น่าแวะชมอีก รออ่านฉบับหน้าครับ