Get Adobe Flash player

เรียนภาษาอังกฤษกับ ดร.การุณ 2 โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

มีคำถามมาว่า “ปกติแล้ว ถ้าประโยคที่ขึ้นต้น Can Could May และ Might ใช้ต่างกันยังไง อันไหนสุภาพกว่ากัน และปกติทั่วไปเขาใช้อะไรกัน รวมถึง  will กับ shall ด้วยครับ ถ้าขึ้นประโยคคำถามฮะ เพราะผมไม่รู้ว่าพูดกับคนทั่วไป กับพูดกับผู้ใหญ่ควรใช้ตัวไหนดีครับ”

  1. Can, could, may, might เป็นกริยาช่วย หรือ Auxiliary Verbs ที่ใช้เสริมความให้กริยาหลัก ที่ไม่แปรรูปไปตามพจน์ของประธาน (subject) เช่นประธานบุรุษที่สาม  He, She, It, Someone, The mother ที่ใช้กับกาลปัจจุบัน (Present Tense) กริยาหลักจะมี –s. –es ต่อท้ายคำ เมื่อใช้กริยาช่วยเหล่านี้เสริมความ กริยาหลักจะไม่แปรรูป เช่น He watches TV until 9 PM. He can (may) watch TV until 9 PM. ถ้าเป็นกาลอดีต (Past Tense) จะใช้ could, might He could fix the bicycle for me.
  2. รูปปฎิเสธ มีต่างๆกันดังนี้ Can’t (cannot, can not), couldn’t (could not), may not, might not ใช้แสดงความปฎิเสธให้กริยาหลัก เช่น The children can’t live alone. You may not leave until 5 PM. They might not understand your English.
  3. ในประโยคคำถาม ถ้าเป็น can’t, couldn’t (Contracted Form) จะใช้ขึ้นต้นประโยคเลย แต่ถ้าแยกคำ not จะอยู่หน้ากริยาหลัก เช่น Can’t we leave now? Can we not leave now? Couldn’t they walk a long way? Could they not walk a long way?
  4. Can, could, may และ might ใช้แสดงความเสริมหลายอย่าง เช่น ความสามารถ (ability) การอนุญาติ (permission) ความไม่แน่นอน (uncertainty) การขอร้อง (request) การห้าม(prohibition) ความไม่เป็นจริง (unreality) เช่น May I leave early today? การร้องขอคำอนุญาติควรใช้ May มากกว่า Can, could ที่บอกความสามารถ เช่นเดียวกับ be able to ดังนั้นจะไม่ใช้คำทั้งสองซ้ำซ้อน เช่น Can you help me carry this box? ไม่ใช่ Can you be able to help me carry this box?
  5. May, might, could ใช้แสดงความไม่แน่นอน (uncertainty) ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เช่น The check might come tomorrow. Jane could be waiting for us right now. The weatherman says it may (might, could) rain tomorrow.
  6. ถ้าใช้ร่วมกัน have จะแสดงความเป็นไปได้ (possibility) กริยาหลักต้องเป็นรูป Past Participle เช่น He may have left his office by now. Ann could have taken the wrong train.
  7. Can, could, may, might ล้วนใช้แสดงการอนุญาติ (permission) แต่ตามความเหมาะสม และถูกต้อง ควรใช้ may, might มากกว่า เช่น You may go now. The boss says we may leave early tomorrow. The boss said we might leave early tomorrow.

คำถามอีกอย่าง คือความแตกต่างของ will และ shall ที่ใช้ประกอบกริยาแสดงกาลอนาคต

  1. กฏเดิมกำหนดให้ใช้ shall กับประธานบุรุษที่หนึ่งคือ I, we สำหรับบุรุษที่สองและสามให้ใช้ will ปัจจุบัน คนอเมริกัน จะใช้ will เป็นหลัก ภาษากฏหมายจึงจะใช้ shall ส่วนคนอังกฤษยังคงยึดกฏเดิมอยู่
  2. คนอังกฤษใช้ shall แสดงเจคจำนงค์ (determination) หรือความตั้งใจ (intention) เช่น I shall have tea with my mother tomorrow. แต่คนอเมริกันจะพูดว่า I will have coffee with my mother tomorrow.

บางคนมีคำถามแต่อายไม่กล้าถาม เลยไม่รู้ว่าไม่เข้าใจอะไร และไม่เข้าใจว่าการไม่รู้ภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ใช่ภาษาแม่ของตน จะเป็นเรื่องน่าอายอย่างไร ถ้าเป็นเรื่องการกระทำผิดศิลธรรม น่าจะละอาย

เมื่ออายุประมาณ ๑๕ ปี ผมมีความสนใจในภาษาอังกฤษมาก พอได้รู้จักคนอเมริกันแถวบ้าน ผมจะพกสมุดเล็กๆไว้ในกระเป๋าเสื้อ จะจดคำตอบที่ผมถาม หรือการออกเสียงคำให้ถูกต้อง ทุกครั้งที่เราพบกัน ไม่เคยรู้สึกอายสักครั้งแม้จะพูดผิด หรือออกเสียงผิด

ดีใจที่ชายไทยผู้นี้ไม่อายที่จะขวนขวายหาความรู้  ส่งคำถามที่ดีมา หวังว่าคำตอบนี้จะช่วยให้ความกระจ่างได้ หากผู้ใดมีคำถามอื่นใดอีก ส่งมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ได้ครับ