Get Adobe Flash player

เรียนภาษาอังกฤษกับ ดร.การุณ 7 โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

มีผู้อ่านอยากทราบการใช้ apostrophe (อะพอสโทรพี่) เครื่อหมายกำกับคำ ที่มีหน้าที่สามประการคือ ๑. ใช้ย่นคำกริยากับประทาน ๒. ใช้ย่นคำกริยากับ not . ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ ดังตัวอย่างและคำอธิบายต่อไปนี้

การใช้ Apostrophe มีหลักเกณฑ์ดังนี้

๑.ใช้ย่อคำ (Contractions) ระหว่างคำ

  • สรรพนาม หรือคำนาม กับคำกริยา เช่น

Verb to Be: I’m, You’re, He’s, She’s, It’s, We’re, They’re เช่น My father’s a doctor.

หมายเหตุ คนอเมริกันมักสับสนการเขียนระหว่าง You’re กับ Your, They’re กับ Their กับ There, We’re กับ Were, It’s กับ Its, Who’s กับ Whose

Verb to Have (Present): I’ve, You’ve, He’s, She’s, It’s, We’ve, They’ve แต่จะไม่ใช้ตามลำพังที่หมายถึง “มี” เช่น We have time to go on a vacation this year. ไม่ใช่ We’ve time ….

นอกจากใช้เป็นกริยาหลัก ยังใช้เป็นกริยาช่วยกับกริยาหลักในรูป Present Participle ที่แสดงกาล Present Perfect Tense แสดงเหตุการณ์แต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน เช่น My father’s supported me all my life.

ข้อสังเกตุว่า ’s หมายถึง is หรือ has อยู่ที่คำที่ตามมา

หากคำที่ตามมาเป็นคำคุณศัพท์เช่น careful คำกริยาวิเศษณ์เช่น here หรือคำนามเช่น a doctor ตัว ’s หมายถึง is

หากคำที่ตามมาเป็นกริยารูป Past Participle เช่น supported, taken, taught แสดงกาลที่เรียกว่า Present Perfect Tense ที่แสดงเวลาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตัว ’s หมายถึง has หรือ ’ve หมายถึง have

Verb to Have (Past): I’d, You’d, He’d, She’d, It’d, We’d, They’d มีวิธีใช้สองแบบ

  • ใช้กับกริยารูป Past Participle เช่น supported, taken, taught แสดงกาลที่เรียกว่า Past Perfect Tense ที่แสดงเวลาแต่อดีตแต่แรกจนถึงอดีตที่เกิดขึ้นต่อมาเช่น

                I wish I’d taken International Business before I started my company.

  • ใช้ประกอบ better (had better) หมายถึง “ควรจะ” เช่น

                I’d better leave now before it gets dark.

Would: I’d, You’d, He’d, She’d, It’d, We’d, They’d ใช้ร่วมกับ rather หมายถึง “ต้องการมากว่า” เพื่อเปรียบเทียบการกระทำสองอย่างเช่น

                I’d rather live alone than move in with a stranger.

  • Would’ve, Could’ve, Should’ve เป็นการรวมคำกับ have หมายถึง “คงจะ” “สามารถที่จะ” “ควรจะ” แต่เป็นเพียงความคิดในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้น เช่น

                If I had accepted the job offer two years ago, I would’ve been a manager now. สังเกตุกริยาในรูปกาลต่างๆที่แสดงเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นและมีผลต่ออนาคตที่ไม่ได้เกิดขึ้นเช่นกัน เพราะเป็นเพียงสมมุติ

หมายเหตุ การรวมคำกับ have ซึ่งออกเสียงคล้าย of (เอิฟ) คนอเมริกันจึงมักเขียนผิดๆว่า would of, could of, should of

  • ’ll  (will) แสดงการกระทำในอนาคต เช่น

She’ll tell you when she’s ready.

๒.ใช้รวมกริยากับ not เช่น don’t (do not), doesn’t  (does not), isn’t (is not), aren’t (are not), wasn’t (was not), weren’t (were not), haven’t (have not), hasn’t (hasn’t), hadn’t (had not), can’t (can not หรือ cannot), won’t (will not), wouldn’t (would not), shouldn’t (should not) แต่ ought กับ not จะไม่รวมกัน

๓.ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ (Possession) ซึ่งมีกฏดังนี้

  • คำนามเอกพจน์ หรือคำพหูพจน์ที่ไม่มี –s ท้ายคำ เช่น The child’s mother, My parent’s house, The children’s hospital, The women’s votesใช้ ’s
  • คำนามเอกพจน์ ที่สะกดด้วย –s ท้ายคำ ใช้ ’s เช่น My boss’s (ออกเสียงว่า “บอสเสิส”), Mrs. Jones’s (ออกเสียงว่า “โจนเสิส”) work
  • คำนามพหูพจน์ ที่สะกดด้วย –s ท้ายคำ ใช้ ’ เท่านั้น เช่น My parents’ house (สังเกตุความแตกต่างระหว่าง My parent’s house หมายถึง “พ่อ” หรือ “แม่” คนเดียว แต่ My parents’ house หมายถึง “ทั้งพ่อและแม่” สองคน)

หวังว่าคงได้รับความรู้และความเข้าใจบ้าง หากมีคำถามใด เชิญถามมาได้ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.