Get Adobe Flash player

เที่ยวปักกิ่ง โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

อยู่ไทยสองเดือนเต็ม มีเวลาพบปะญาติ มิตรเก่า และมิตรใหม่ ท่องเที่ยวไปหลายจังหวัด เพลินใจ เพลินตา เพลินอารมณ์ เพลินรสอาหารไทยที่หาทานที่ Hawaiiไม่ได้ มาคราวนี้ได้เห็นโฆษณาของบริษัททัวร์ในกรุงเทพ ไปเที่ยวปักกิ่ง ๖ วัน ๔ คืน ราคา ๑๗,๐๐๐ บาท รวมค่าเครื่องบิน ที่พัก มัคคุเทศน์ อาหารทุกมื้อ เป็นราคาที่น่าพอใจ ไม่เคยเที่ยวกับกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยคงสนุก ทั้งอยากไปเที่ยวนครปักกิ่ง ที่มีประวัติน่าสนใจ แม้จะระอามารยาทของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีอยู่ทั่วในกรุงเทพ  ทั้งเสียงที่แผดลั่นดังว่าคนเหล่านี้หูตึง (hearing loss) และเดินตัดหน้า เหยียบเท้าคนทั่วไป เหมือนคนตาบอด แต่เพราะอยากเห็นกำแพงเมืองจีน พระราชวังของฮ่องเต้ที่ต้องห้าม และอื่นๆ ที่มีประวัติน่าสนใจ ก็จะยอมถูกเสียงตะโกนใส่หน้า และการเดินชนของคนจีน

วันที่ ๒๐ ตุลาคม เวลา ๒๓ น. คณะท่องเที่ยวไทย ๑๓ คน รวมเราสอง เป็น ๑๕ จากภาคเหนือ กลาง ใต้ และ ฮาวาย มาชุมนุมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เราทักทายด้วยไมตรี พร้อมจะร่วมทางกันสนุกสนาน

วันที่ ๒๑ เช้า เริ่มรายการเที่ยวเมืองหลวงของจีน สถานที่แรกคือ จตุรัสเทียนอันเหมิน พื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลกถึง ๑ ล้านตารางเมตร อากาศหนาวนิดหน่อย ดีที่พี่สะไภ้ ตัดเสื้อจีนมาให้ใส่ และขอให้ถ่ายรูปส่งไปให้ดู เห็นว่าเหมาะสมกับสถานที่และอากาศ แม้สายตาหลายคู่จะจ้องมา บ้างก็ถ่ายรูปไป ก็ไม่เป็นไร ความสนใจของเราอยู่ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ที่แปลว่า “ประตูของสันติภาพอย่างสวรรค์” สร้างในปีค.ศ. ๑๔๑๗ ในสมัยราชวงศ์หมิง โดยรอบมีสถาปัตยกรรมสำคัญๆ คือหอประตูเทียนอันเหมินทางเหนือสุด อนุสาวรีย์วีรชนใจกลางจตุรัส มหาศาลาประชาคมด้านตะวันตกของจตุรัส พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติจีนทางตะวันออก ทางทิศใต้มีหอรำลึกท่านประธานเหมา เจ๋อตุง และหอประตูเจิ้วหยางเหมิน หรือ เฉียนเหมิน

ที่นี่เคยมีการชุมนุมประท้วงของนักศึกษาจีน ต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์นำโดย เติ้ง เสียวผิง เขาเรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพจำนวนแสน ระหว่างวันที่ ๑๕ เมษายน ถึง ๔ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๘๙ มีผู้เสียชีวิตประมาณ ๒,๕๐๐ คน ที่โลหิตนองโดยไร้ผล

สถานที่ถัดไปคือ พระราชวังต้องห้ามกู้กง หรือ Forbidden City สร้างในปี ค.ศ. ๑๔๐๖ ในสมัยจักรพรรดิ์หยงเล่อ แห่งราชวงศ์หมิง จนถึงราชวงศ์ชิง ใช้เวลาก่อสร้าง ๑๔ ปี ครอบคลุมพื้นที่ ๗๒๐,๐๐๐ ตารางเมตร อาคาร ๘๐๐ หลัง มีห้องทั้งหมด ๙,๙๙๙ ห้อง เป็นที่ประทับของจักรพรรดิ ๒๔ พระองค์ของทั้งสองราชวงศ์

หมดไปครึ่งวัน  ถึงเวลาอาหารกลางวันมื้อแรก ที่ภัตตาคาร อาหารชุดทะยอยมา ดูเหมือนอาหารชาวนาไร่ พอทานได้ถ้าหิวจัด

รายการต่อไปทราบมาว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ทัวร์นำนักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้าที่รัฐบาลจีนมีส่วนได้ แห่งแรกคือ ศูนย์วิจัยทางการแพทย์แผนโบราณ ได้รับคำเตือนจากเพื่อนทัวร์ผู้เคยมาทัวร์จีน ว่า อาจารย์อย่าใจอ่อนไปซื้ออะไรนะ” จะไม่เข้าฟังก็ไม่ได้ จะนั่งหลับก็จะถูกปลุกให้ฟัง จะเลี่ยงเข้าห้องน้ำนานๆก็ถูกเรียกให้ออก เป็นการบังคับเหมือนถูกทหารคอมมิวนิสต์ควบคุมตัวอย่างสุภาพ พนักงานแต่ละคนได้เรียนภาษาไทยมาพอที่จะพูดประโยคที่ต้องใช้บ่อยๆได้พอเข้าใจ แล้วก็ต้องจำยอมเข้าห้องบรรยาย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้กันว่าจะให้เรานั่งหน้าสุด พนักงานแบกกระถางน้ำ มานวดเท้า สักพักหมอจีนจงใจตรงมาหาเราทันทีราวว่ามีภูตผีพรายกระซิบมา เขา พูดว่า Let me exam your pulse. รู้ว่าเขาพูดไม่ถูก แต่ไม่อยากแก้เขาตรงให้ขายหน้า จึงทวนคำพูดเขาที่ถูกต้องว่า Do you want to feel your pulse. เพราะการเต้นของโลหิตในเส้นเลือดที่ข้อมือไม่ใช่การตรวจ แต่เป็นการสัมผัส พอเขารู้ว่าผมเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ เขาจึงพูดไทยว่าเรามีโรคภายในอะไรบ้างไม่ต่างจากการวินิจฉัยของหมอที่ฮาวาย ความเชื่อถือเริ่มก่อตัวขึ้น เสร็จจากการตรวจการเต้นของโลหิต หญิงวัยกลางคนเรียกตัวเองว่าอาจารย์ เริ่มอธิบายสรรพคุณของยาสมุนไพรจากผลการวิจัยของศูนย์ ถ้าเธอจะไปสมัครเป็นคนขาย Encyclopedia หรือประกันชีวิต เชื่อว่าต้องขายได้ เพราะเข้าใจจิตวิทยาของผู้ฟัง และรู้จักใช้สายตามองทะลุใจคน แล้วใจผมก็ถูกดึงไปจนได้ ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งก็ยอมแล้ว พอซื้อแล้ว ก็ถูกล่อให้ซื้อกล่องใหญ่ขึ้นไปอีก คราวนี้ใจแกร่งขึ้น ปฏิเสธจนต้องบอกว่า ถ้าต้องการให้ซื้อกล่องใหญ่ขึ้น ก็จะคืนหมด จึงยุติการ “ตื๊อ” ของนักขายอาชีพคนนี้ไปได้ เอากลับมาฮาวาย ทดลองทานอยู่สองอาทิตย์ น้ำตาลในโลหิตไม่ได้ลดลงตามสรรพคุณ ต้องทิ้งยาราคา $200 เสียเงินไม่เท่ากับเสียรู้

ตอนเย็น เข้าพักที่ Holiday Inn Express ที่พอพักได้ สะอาด เงียบ เรียบร้อย แม้จะไม่ใหญ่โตโอ่โถงเหมือนโรงแรมที่กรุงเทพ ที่นี่พนักงานพอพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่ก็ผิดๆพอจำได้มาเล่าสู่กันฟัง ที่ห้องอาหาร พนักงานเสิร์ฟถามผมว่า Would you like a drink? เธอควรพูดว่า Would you like something to drink?

Drink หมายถึง “ดื่ม” หรือ “เครื่องดื่มที่ไม่จำกัด” ส่วน something to drink แสดงความเจาะจงว่าต้องการเครื่องดื่มประเภทไหน เช่น ชา กาแฟ ไวน์ อะไรสักอย่าง

เพิ่งเที่ยววันแรก ฉบับหน้าจะพาเที่ยวต่อครับ