Get Adobe Flash player

เที่ยวเชียงใหม่ 1 โดย ดร.การุณ รุจนเวชช์

Font Size:

เที่ยวปักกิ่งยังไม่หมด แต่หมดความสนใจไปกับวัดลามะ ที่เหลือทั้งวัดและสวน ล้วนไม่ต่างกันนัก ที่น่ารำคาญสุดคือรายการซื้อสินค้าที่รัฐบาลจีนกำหนดให้กลุ่มนักท่องเที่ยวใช้เงิน โดยฝ่าฝืนไม่ได้เลย ไม่ว่าจะไปห้องน้ำก็มีพนักงานชี้ทางและคอยจนเราออกมา คอยเดินตามและชี้ทางให้เข้าไปนั่งฟัง หลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนถูกทหารคอมมูนิสที่ไม่เคยเห็นโลกอิสระคุมตัวตลอดเวลา ที่ชอบมีเพียง กำแพงเมืองจีน และสนุกกับกลุ่มคนไทย เพราะร่วมวัฒนธรรมเดียวกัน ช่วยให้ไม่ใส่ใจในวัฒนธรรมคอมมูนิสต์ที่ไร้จรรยา และเพราะไม่เคยชินกันศิลปะจีน จึงเห็นว่าวัดอื่นๆก็เหมือนกันหมด ไม่อ่อนช้อยด้วยรูปทรง และสีที่ตระการตาเหมือนวัดไทย ฉบับนี้จึงลาจีนมาสู่เชียงใหม่ เที่ยวชมศิลปะไทย และลานนา จากสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมรุ่นปัจจุบัน ย้อนยุคไปถึง วัดวาอารามลานนา ด้วยความภาคภูมิใจในศิลปะและวัฒนธรรมไทย

พนักงานโรงแรมที่ช่วยเหลือมาตลอดเป็นเวลา 5 ปี ที่เรามาพักเป็นประจำ จนสนิท ช่วยจัดการซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับเชียงใหม๋ 5 วัน ก่อน check out จากที่พักThe Emerald Hotel พนักงานขนกระเป๋า หรือ Porter มารับกระเป๋าไปฝากไว้ที่ concierge (อ่านว่า “คอนซีเอจ”) ที่มีหน้าที่บริการลูกค้า เช่นจองที่ท่องเที่ยว ช่วยเหลือกระเป๋าเดินทาง luggage assistance และจิปาถะ

ที่สนามบินเชียงใหม่ คุณเข้ม มฤคพิทักษ์ น้องชายคุณทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ เพื่อนรักของเรา มารับเราที่สนามบิน ใกล้เวลาอาหารกลางวัน ทราบว่าเราอยากทานข้าวซอย จึงพาไปทาน ก่อนไปชมผลงานศิลปะไทย ที่ “ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย”

ชื่อที่แปลกเรียกยาก จำยาก แต่เมื่อเข้าใจความหมายก็ง่ายขึ้น “ร้อยทวารบาล” คือบานประตู 100 บาน ที่แกะสลักลงรักปิดทอง เป็นรูปเทพต่างๆ เดิมทีคุณเข้มตั้งใจสร้างเป็นที่อยู่ใหม่ แต่ด้วยเหตุที่ประตูเป็นรูปเทพทั้ง 100 บาน ดังว่าจะเชื้อเชิญให้เทพมาประดิษฐาน จึงได้นามขนานว่า “บ้านเทวาลัย” ที่คุณเข้มสละให้เป็นสมบัติของประชาชน ส่วนตนเองได้ไปสร้างที่อยู่ใหม่

คุณเข้ม อธิบายว่า "เฉพาะประตูไม้  มีร้อยบาน เป็นงานเขียนสีลงทอง 70 กว่าบาน ขนาดเล็กสุด 2 คูณ 1 เมตร, ใหญ่สุด 3 เมตรเศษ คูณ 1.5 เมตร เป็นไม้สัก มะค่า ประดู่ ตะเคียน มีเขียนสีลงทองและงานแกะสลักไม้ด้วย ปรากฏที่บานประตู คานบ้าน หน้าบัน หน้าจั่ว เป็นภาพแกะสลักนูนต่ำ นูนสูง ลอยตัว เป็นงานภาคกลางหมด ไม่มีสไตล์เหนือเลยทั้งที่อาคารนี้อยู่ในเชียงใหม่"

นอกจากความวิจิตรของบานประตู ภายในบ้าน 5 ชั้น ยังมีภาพเขียนฝีมือจิตรกรไทย งานแกะสลัก ลงรักปิดทอง เป็นรูปเทพต่างๆ ชั้น 3 เป็นท่าโยคะรูปแกะสลักนูนสูง งานแกะสลักกระจกขนาด 3.5 คูณ 4.5 เมตร หนา 12 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1.5 ตัน ลายรูปครุฑยุดนาค จำลองจากหีบพระธรรมลายรดน้ำสมัยอยุธยา

ล่าสุดเป็นองค์พิฆเนสสามเศียร ปางประทานพร แกะสลักจากไม้ตะเคียนทอง ขนาดสูงเท่ากับตึก 3 ชั้น ไม้ตะเคียงนี้ คุณเข้มเล่าว่า จะปลูกบ้านใหม่ ขุดดิน พบต้นตะเคียนใหญ่ซึ่งหาได้ยากมาก ขุดจนได้ทั้งต้น เห็นควรนำไปสร้างองค์พิฆเนสสามเศียร และนำมาประดิษฐานที่นี่ ให้คนได้เข้ามาสักการะบูชา

ทุกชิ้นเป็นงานฝีมือกว่า 50 คน ที่ร่วมสร้างศิลปะไทยเป็นเวลากว่า 10 ปี

"เทพเหล่านี้ผู้คนรู้จักและศรัทธา เราต้องการให้เทพที่มีประวัติความเป็นมา มาปรากฏที่บ้านหลังนี้ในรูปลักษณ์ต่างๆ กัน เช่น เขียนสี แกะนูนต่ำ ลอยตัว ความที่มีเทพมาประทับในรูปต่างๆ ตรงนี้มีลักษณะเป็นตำหนักเทพ จึงเป็นที่มาของร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย คือเป็นบ้านของเทพ"  คุณเข้มอธิบายไปเดินชมบ้านดังเทพหอศิลป์ พลางคิดไปถึงงบประมาณนี้คงมากโข มาจากไหน

"งบฯ ที่ลงไปค่อนข้างมาก ทำให้ไม่มีเงินเก็บ...สิ่งที่มุ่งมั่นทำตำหนักเทพหอศิลป์ ต้องการต่อยอดงานศิลปินบรรพบุรุษโบราณ 200-300 ปี เราอยากเก็บงานไว้ให้ยืนยาวต่อไป เพราะของเดิมที่เราไปตระเวนดูตามวัดต่างๆ มันสึกกร่อนเต็มที แต่งานใหม่นี้ยังอยู่ต่อไปอีกนาน หมายความว่าเราอนุรักษ์หรือต่อยอดงานที่ศิลปินโบราณทำ และคิดเองบางส่วน คิดและออกแบบเอง แต่ทั้งหมดเป็นจิตรกรรมไทยภาคกลางล้วนๆ และที่ปรากฏคือเมื่อมีผู้คนเข้ามาสักการะ มาชมงาน ก็มีสินค้าที่ระลึกขายได้ มีผลตอบแทนมาบำรุงขยายงานได้บ้าง ขณะนี้มีคนเข้ามาเที่ยวบ้างแล้ว มีคนบอกว่าหากวันใดมีคนทั่วไปมาเชียงใหม่แล้วรู้ว่ามีสถานที่แห่งนี้อยู่ตรงนี้ เหมือนเขารู้ว่าเชียงรายมีวัดร่องขุ่น..."

บุคคลเหล่านี้ เช่น คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ ที่จังหวัดสมุทรปราการ และช้างสามเศียร อันเป็นพิพิธภัณธ์ภายในลำตัวช้าง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ผู้มีจินตนาการล้ำลึกผนึกไว้ในวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย และคุณเข้ม มฤคพิทักษ์ คือผู้สร้างรุ่นใหม่ ใส่ใจอนุรักษ์ศิลปะและปฏิมากรรมไทย ไว้เป็นมรดกของชาติ ที่น่าสรรเสริญยิ่ง