Get Adobe Flash player

อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม (กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปฏิรูป) โดย รุจิรัตน์ โททาริ

Font Size:

สวัสดีค่ะ วันนี้เขียนคอลัมน์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ขอบคุณแฟนๆที่เขียนมาอวยพรคริสต์มาสและปีใหม่ ดิฉันไม่ได้หายไปใหนค่ะยังทำงานอยู่พอประมาณ เพราะรักกฎหมายไม่ต้องการให้ความรู้เข้าหม้อ ตราบใดที่ยังทำงานก็ต้องขวนขวายติดตามกฎหมายใหม่ๆ และที่สำคัญเมื่อได้คุยกับลูกความ ก็จะรู้ปัญหาในวงคนไทยดีขึ้น ดิฉันสบายดี สุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวหรือเจ็บป่วย แฮ็ปปี้ค่ะ  ขออวยพรแฟนๆปีใหม่และตลอดไปI WISH YOU HEALTH. นะคะ

มีแฟนคอลัมน์เมล์มาถามว่า “มีหนังสืออิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม 2016 ขายไหม” ไม่มีค่ะ เพราะอิมมิเกรชั่นรีฟอร์มไม่ผ่านค่ะ คอลัมน์ฉบับนี้เราคุยเรื่องอิมมิเกรชั่นรีฟอร์มนะคะ เพื่อผู้ที่อยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมายที่รอคอยว่าเมื่อไรจะมีกฎหมายอิมมิเกรชั่นออกมาช่วยให้ได้ใบเขียว และผู้ที่อยู่เมืองไทยที่อยากไปอยู่อเมริกา

ความเป็นมาของอิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม

“อิมมิเกรชั่น ลอว์” หรือ กฎหมายคนเข้าเมืองมีมานานตั้งแต่สมัยยุคผู้อพยพ แสวงหาดินแดนใหม่ ปี ค.ศ. 1882 อเมริกาออกกฎหมายอิมมิเกรชั่นฉบับแรก โดยกำหนดจำนวนโควต้าคนเข้าประเทศ ตั้งกฎเกณฑ์และคุณสมบัติผู้เข้า ตั้งแต่นั้นมา กฎหมายคนเข้าเมืองผ่านมาเป็นระรอก เพิ่มเติม แก้ไข ไปเรื่อยๆตามสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หลักๆก็คือ “เพิ่ม”หรือ“อินครีส” (increase) คนเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย และ“ลด” หรือ“ดีครีส” (decrease) คนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย (ดิฉันแนะนำให้อ่าน หนังสือกฎหมายอิมมิเกรชั่น ซึ่งมีข้อมูลล่าสุดและข้อมูลเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลง สั่งซื้อโดยตรงจากดิฉัน ราคา $65 โดยส่งเช็คไปที่ RujiTotari PO Box 552 Cypress, CA 90630 ผู้อยู่เมืองไทยสามารถสั่งจากคุณ นิ้งหน่อง 081-480-4308)

อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม 1986  ฉบับแรกและฉบับเดียว

เมื่อพูดถึง “อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม”หมายถึง “กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปฏิรูป คือยกเครื่องใหม่ ฉบับแรกที่ผ่านมาคือ อิมมิเกรชั่นรีฟอร์มฉบับปี 1986สมัยประธานาธิบดี“รอนัลด์ เรแกน” (Ronald Reagan) พรรครีพับบลิคกัน ท่านรับตำแหน่ง 2 เทอม ค.ศ. 1981-1989 ช่วงนั้นเป็นยุคสมองไหล หลังสงครามเวียตนามปี 1970 พ่อแม่ส่งลูกไปเรียนอเมริกา วีซ่านักเรียนของ่ายมาก สมัยนั้นนักเรียนทำงานไม่ผิดกฎหมาย รุ่นนั้นมีหมอ พยาบาล มาเรียนมาก หลังเรียนจบก็ทำงานกัน ขอใบขับขี่ได้ ขอบัตรประกันสังคมหรือ “บัตรโซเชียล” ได้สบาย (สมัยนี้ไม่ได้ค่ะ) สมัยโน้นไม่มีกฏหมายเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าว  รัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว จึงผ่านกฎหมาย “อภัยโทษ” หรือ “แอมเนสตี้”(amnesty)คนไทยเรียก “ปล่อยผี” โดยออกใบเขียวให้คนต่างชาติที่ทำงานอย่างผิดกฎหมาย โรบินฮู้ดประมาณ 12 ล้านคนได้ใบเขียว และขณะเดียวกันออกกฎหมายหลายฉบับเข้มงวดการจ้างแรงงานต่างด้าว

มาตรา 245(i) ปี 1996

หลัง ป.ธ.น. เรแกนพ้นตำแหน่ง ป.ธ.น. “จอร์จ บุช ซีเนียร์”ตัวพ่อ (George BushSr.) พรรครีพับบลิคกัน รับตำแหน่ง 1 เทอม ค.ศ. 19893-1993 เป็นยุคสงครามอ่าวกัลฟ์ ไม่มีอะใหม่กับกฎหมายอิมมิเกรชั่น

มาถึงสมัย ป.ธ.น. บิล คลินตัน (Bill Clinton) พรรคเดโมแครท รับตำแหน่ง 2 เทอม ค.ศ. 1993-2001 คลินตันได้ผ่าน กฎหมายคนเข้าเมืองมาตรา 245(i)2 ครั้ง เมษายน 1997 และปลายปี 2000  เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องกฎหมาย อิมมิเกรชั่นรีฟอร์มฉบับปี 1986 ซึ่งไม่ได้ระบุกกฎเกณฑ์เกี่ยวกับคู่สมรสและลูกของผู้ที่ได้ใบเขียวแอมเนสตี้ ทำให้พวกเขาค้างเติ่งอออยู่อย่างผิดกฎหมาย หลังผู้ได้รับใบเขียวแอมเนสตี้ ก็ต้องแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรสและลูกต่อ ซึ่งคอยโควต้าใช้เวลานานหลายปี และเมื่อโควต้ามาถึงพวกเขาต้องเดินทางออกนอกประเทศไปรับใบเขียวและกลับเข้ามาใหม่ ลำบากค่าใช้จ่ายและต้องหยุดงาน มาตรา245(i)ช่วยให้พวกเขารับใบเขีรยวในอเมริกาได้โดยจ่ายค่าปรับ $1,000 มาตรานี้ยังครอบคลุมไปถึงโรบินฮู้ดทั่วไป ที่มีคนสปอนเซ่อร์ขอใบเขียว ทำให้พวกเขาสามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้

เหตุการณ์ 9/11 ถล่มตึกเวิร์ลด เทรด

ประธานาธิบดี “จอร์จ บุช” ตัวลูก (George Bush Jr.) พรรครีพับบลิคกันเข้ารับตำแหน่ง 2 เทอม ค.ศ. 2001-2009 ต่อจากคลินตัน ตอนหาเสียงบุชประกาศจะผ่านอิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม ปรา กฎเกิดเหตุการณ์9/118 เดือนหลังรับตำแหน่งวันที่ 9 กันยายน 2011ผู้ก่อการร้ายถล่มตึกเวิร์ลด เทรด กฎหมายอิมมิเกรชั่นหยุดนิ่ง  กฎหมายอิมมิเกรชั่นเปลี่ยนแปลงผ่านมาหลายฉบับเข้มงวดการออกวีซ่า และเนรเทศคนเข้าเมืองมากขึ้น

”ดรีม แอ็กท์ DREAM ACT ดาป้า (DAPA)

ประธานาธิบดี“บารัค โอบาม่า” (Barack Obama) พรรคเดโมแครท เข้ารับตำแหน่งต่อจากบุช อยู่ 2 เทอม ค.ศ. 2009-2017 โอบาม่าพยายามผ่านอิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม แต่ไม่สำเร็จ แต่สามารถผ่านพ.ร.บ. ได้ 2 ฉบับ คือ ฉบับแรกมีผลใช้ถึงปัจจุบัน ฉบับที่สองถูกชะงักยังไม่มีผลบังคับใช้

ฉบับแรกปี 2012 เรียก“ดรีม แอ็กท์” (DREAM ACTหรือ “ดาก้า” DACAย่อมาจากDeferred Action for Childhood Arrivals) ช่วยเด็กโรบินฮู้ดให้อยู่อย่างถูกต้อง โดยระงับการเนรเทศเด็ก เพราะถือว่าไม่ใช่ความผิดของเด็กที่พ่อแม่นำเด็กเข้ามาอยู่ในอเมริกา เด็กมีปัญหาเมื่อจะเข้ามหาวิทยาลัยและทำงาน จึงออกใบทำงานให้เด็กโรบินฮู้ด เด็กไม่ได้ใบเขียวก็จริง แต่สามารถอยู่อย่างถูกกฎหมาย สามารทำงาน มีบัตรโซเชียล และ เดินทางเข้าออกนอกประเทศได้ ใบทำงานมีอายุ 2 ปี ต่อทุก 2 ปี ปัจจุบันยังมีผลบังคับใช้

ฉบับที่ 2 ปี 2014เรียก“ดาป้า” (DAPA ย่อมาจากDeferred Action for Parental Accountability)โอบาม่าใช้อำนาจ“เอ็กเซ็คคิวทีฟ แอ็กชั่น” อีกโดยระงับการเนรเทศผู้ใหญ่ที่มีลูกถือใบเขียวหรือเป็นอเมริกันซิติเซ่น เพื่อครอบครัวจะได้ไม่แตกแยก จึงออกใบทำงานให้ พ.ร.บ. ผ่านออกมา วันที่ 20 พ.ย. 2014 แต่ยังไม่ทันได้ใช้ เดือน กุมภา 2015 รัฐเท็กซัสและรวมอีก 26 รัฐได้ซูรัฐบาลในศาลเท็กซัส ว่า ป.ธ.น.โอบาม่าละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ ทำเกินอำนาจผู้บริหาร จริงอยู่ที่ ป.ธ.น. สามารถใช้อำนาจ“เอ็กเซ็คคิวทีฟ แอ็กชั่น” ออกคำสั่งฉุกเฉินได้ เช่นระงับการเนรเทศคนต่างชาติแต่ต้องเป็นเฉพาะตัวบุคคล และมีเหตุผลที่ฉุกเฉินจริงๆ ไม่ใช่ครอบคลุมคนกลุ่มใหญ่เช่น“ดาป้า”  รัฐอ้างข้อเสียหายของรัฐคือ รัฐต้องดึงงบประมาณของรัฐไปช่วยคนกลุ่มนี้ ศาลตัดสินให้เท็กซัสชนะ และสั่งระงับ“ดาป้า” ชั่วคราว รัฐบาลอุทธรณ์ถึงศาลฎีกา(U.S. Supreme Court) ศาลได้ตัดสินเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2016 คำตัดสินคือเสมอ 4 ต่อ 4 เพราะมีท่านตุลาการเพียง 8 ท่าน ปกติประจำ 9 ท่านตุลาการประจำแต่ท่านตุลาการ “แอนโทนิน สกาเลีย” (Anthonin Scalia)พึ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนกุมภา2016 และยังไม่มีท่านตุลาการใหม่ ตามกฎในกรณีนี้ ถ้าคำตัดสินเสมอ ให้ถือคำตัดสินเดิมจากศาลล่างเป็นหลักแต่ศาลฎีกา สามารถรับฟังคดีเดิมและตัดสินใหม่ได้ ทันทีที่รัฐบาลแพ้รัฐบาลได้ร้องเรียนขึ้นใหม่ สรุป ตอนนี้ “ดาป้า” ไม่มีผลบังคับใช้

คุณจะเห็นได้ว่า กฎหมายคนเข้าเมือง จะมีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลนอกจากจะขึ้นกับเศรษฐกิจ สังคม การเมืองแล้ว ยังขึ้นกับ “อารมณ์” หรือ “mood” ของประชาชน และใครเป็น “ประธานาธิบดี” ช่วงนั้นและรีพีบบลิคกันหรือเคโทแครทมีเสียงข้างมากในสภา  ป.ธ.น. เรแกนเป็นประชาธิบบดีที่มีคนรักมากและมีผลงานชิ้นโบว์แดงจารึกในประวัติศาสตร์ คือ(1) อิมมิเกรชั่นรีฟอร์มใบเขียวอภัยโทษ และ (2) พูดท้าผู้นำรัสเซีย “กอร์บาชอฟ” (Gorbachev) ให้พังกำแพงเบอร์ลินได้สำเร็จ

สำหรับ “ดอนัลด์ ทรัมพ์” ไม่มีใครเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น รวมทั้ง DACA และ DAPA ตอนหาเสียงจากคำพูด ทรัมพ์ไม่ค่อยจะเสน่หาคนเข้าเมืองนัก แต่มีคำพูดประโยคหนึ่งถ้าจำไม่ผิด ว่าถ้าเขาจะเปลี่ยนแปลงกฎอิมมิเกรชั่นบางอย่างจะทำคนแฮ็ปปี้ ก็ต้องดูไป ดิฉันอยากจะเดาว่า ทรัมพ์ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับ ป.ธ.น. เรแกน อาจจะเซอร์ไพรส์เรา ผ่านผลงานชิ้นโบว์แดงเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น โอวาว……!!!