Get Adobe Flash player

เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์ (Executive Order) โดย รุจิรัตน์ โททาริ

Font Size:

ดอนัลด์ ทรัมพ์” เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวันศุกร์ที่ 20 มกราคมนี้ ยังไม่ถึงเดือน บ้านเมืองปั่นป่วน ในและนอกประเทศทั้งพันธมิตรและอพันธมิตร ดิฉันพยายามทั้งเปิดใจและทำใจให้แฟร์กับเขา ตอนนี้เกือบจะสายป่านขาดแล้ว เฮ้อ! ทั้งโยคะและนั่งลมปรานก็แล้วไม่ได้ช่วย ตอนนี้ดิฉันเลยหาเรื่องไปเรียนภาษาสแปนิชภาคค่ำ เพื่อทำให้ตัวเองบิสซี่เพราะมีการบ้านมาก จะได้ไม่มีเปลืองสมองกับข่าว ไหนๆก็ไหนๆวันนี้ขอปล่อยอารมณ์เรื่อง“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” หรือ “คำสั่งเบื้องบน” ที่ทรัมพ์เซ็นยิกๆ ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งถึงวันนี้ทั้งหมด 19 ฉบับ ขณะคุณอ่านอาจมากกว่านี้

เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์

“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์”(Executive Order) แปลตรงตัว “เอ็กเซ็กคิวทีฟ = ผู้บริหาร” “ออร์เด้อร์= คำสั่ง” เป็นคำสั่งจากประธานาธิบดี จะว่าเป็นกฎหมายรวบลัดก็ได้โดยไม่ผ่านสภา การร่างกฎหมายเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ประธานาธิบดีมีอำนาจผ่าน “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” หรือกฎหมายได้ในกรณีฉุกเฉิน เพราะกว่ากฎหมายจะผ่านออกมาแต่ละฉบับใช้เวลานาน  เพราะต้องผ่านเสียงข้างมากจากสองสภาก่อน (สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา House of Representative and Senate) จึงจะผ่านเป็นกฎหมายได้ หลังจากผ่านเป็นกฎหมาย ถ้ากฎหมายนั้นละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญหรือก้าวก่ายรัฐ และมีผู้ฟ้องร้องขึ้นศาล ศาลสามารถตัดสินให้ยกเลิกกฎหมายฉบับนั้นหรือบางส่วนได้ “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” บางฉบับมีกำหนดระยะเวลาบางฉบับไม่มี สามารถใช้ไปได้เรื่อยๆจนกระทั่งมีร่างกฎหมายใหม่ผ่านมาแทนที่ หรือศาลตัดสินให้ยกเลิก

ห้ามซิติเซ่นจาก 7 ประเทศเข้าอเมริกา 

“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ฉบับที่มีผลกับคนต่างชาติมากที่สุดคือ ฉบับปกป้องผู้ก่อการร้ายไม่ให้ประเทศ โดยห้ามซิติเซ่นจาก 7 ประเทศที่พลเมืองส่วนมากเป็นชาวมุสลิมเข้าอเมริกา คือ อิรัก อิหร่าน ซีเรีย ลิเบีย เยเม็น โซมาเลีย และซูดาน เป็นเวลา 90 วันและปิดประเทศไม่ให้ผู้ลี้ภัยเข้าอเมริกา 120 วัน จนกระทั่ง “กระทรวงรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ” (Department of Homeland Security) จัดวางระบบตรวจแบ็คกราวนด์ให้รัดกุมมากขึ้น และลดจำนวนผู้ลี้ภัยจาก 110.000 คน (ตามคำสั่งโอบาม่า) เหลือ 50,000 คน

ทรัมพ์เซ็น “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ฉบับนี้วันศุกร์ที่ 27 มกราคมช่วงบ่าย มีผลใช้บังคับทันที  พอทางอิมมิเกรชั่นได้รับคำสั่ง ซึ่งกำกวมไม่แน่ใจว่ารวมผู้ถือใบเขียวด้วยหรือไม่ แต่ละสนามบินเครซี่กันไปตามๆกัน เจ้าหน้าที่ ต.ม. ห้ามไม่ให้ ผู้เดินทางที่ถือพาสปอร์ตจาก 7 ประเทศเข้าประเทศ ถึงแม้จะมีวีซ่าอย่างถูกต้อง รวมวีซ่าท่องเที่ยว นักเรียน และทำงาน และผู้มีใบเขียว ผู้ถือวีซ่าถูกส่งตัวกลับ ส่วนผู้ถือใบเขียวถูกกักไว้เช่นกัน ทันทีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นหลายองค์กรได้ซูเข้าศาล อ้างรัฐบาลละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญโดยเป้าหมายกีดกันคนมุสลิมเข้าประเทศ ซึ่งละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญอย่างแรง (200 กว่าปี ของประวัติศาสตร์อเมริกัน บทเฉพาะการที่ 1 คือ สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา) ศาลบางรัฐได้สั่งระงับคำสั่ง“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ชั่วคราว ณ.วันที่ 4 ก.พ. วันเสาร์ขณะที่ดิฉันกำลังเขียนคอลัมน์นี้ อัยการศาลรัฐบาลกลางแห่งรัฐวอชิงตันตัดสินให้ระงับ“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์”ฉบับนี้ชั่วคราว และ“กระทรวงรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ” ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ต.ม. เปิดด่านให้ผู้ถือวีซ่าจาก 7 ประเทศนี้เข้าได้

ผลกับคนไทย

ทันที่ข่าวฮือเรื่อง ต.ม. ห้ามผู้ถือวีซ่าและใบเขียวอย่างถูกต้องเข้าประเทศ  ดิฉันได้อีเมล์และโทรศัพท์ถามมาว่า เขาทำใบเขียวให้แม่ ถ้าพ่อซึ่งพึ่งได้ใบเขียวเดินทางกลับไปรับแม่เข้ามาจะมีปัญหาไหม และอีกท่านถามว่าผู้ถือใบเขียวเคยมีคดีเมาและขับรถ ถ้าออกไปแคนาดา จะมีปัญหาตอนกลับเข้ามาไหม

ท่านแรกไม่มีค่ะ ท่านที่สองคำถาม ไม่ละเอียด ว่าผู้ถือใบเขียวนั้นคนไทยใช่ไหมคะ และ คดีจบไปหรือยัง แนะนำให้ถามทนายที่ทำเรื่องคดีอีกทีค่ะ

ผลกับคนไทยทั่วไป

ผู้ขอวีซ่าไปอเมริกาจะถูกตรวจมากขึ้น และดิฉันคาดว่าผู้ที่เป็นมุสลิมจะถูกเช็คแบ๊คกราวนด์อย่างละเอียดมากขึ้น เพราะอาจไก๊ด์ไลน์ต่างกับคนทั่วไป

ดิฉันไม่แนะนำให้ผู้ที่อยู่ในอเมริกาภายใต้กฎหมาย “ดรีมแอ๊กท์” (เด็กที่พ่อแม่นำเข้ามาเรียนหนังสือตั้งแต่เล็กๆ) ถึงแม้จะขอ “แอ้ดแว๊นซ์ พาโรล” (Advance Parole) ออกนอกประเทศได้ ดิฉันไม่แนะนำให้ออกค่ะ เพราะตอนหาเสียง “ทรัมพ์” ไม่ชอบกฎหมาย “ดรีมแอ๊กท์” หรือไม่ชอบ “โอบาม่า” อันใดอันหนึ่ง เนื่องจากโอบาม่าผ่าน “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” “ดรีมแอ๊กท์” ฉะนั้นทรัมพ์ สามารถออก“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ยกเลิก“ดรีมแอ๊กท์”ได้

และถ้าไม่จำเป็นผู้ถือวีซ่าชั่วคราว รวม วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน วีซ่าลงทุนและอื่นๆไม่ควรเดินทางออกนอกประเทศระยะนี้ ดูลาดเลากันไปก่อนนะคะ

(คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DACA หรือ “ดรีมแอ็กท์” ในหนังสือ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น”  หน้า 26 และอ่านเพิ่มการเป็นอยู่ เดินทางและทำผิดกฎหมายของโรบินฮู้ด หน้า 74 ราคาเล่มละ  $65 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยตรงจากดิฉัน โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308)

ส่วนโรบินฮู้ดในอเมริกา อยู่ยากขึ้นเนื่องจาก ทรัมพ์สั่งให้รัฐร่วมมือกับรัฐบาลกลาง บังคับให้ตำรวจเช็คสถานภาพอิมมิเกรชั่นของคนต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมายรวมทั้งกฎจราจร และส่งข้อมูลให้อิมมิเกรชั่น และยังขู่เมืองที่รัฐบาลกลางมีรายชื่อจัดเป็นเมืองที่ ปกป้องและช่วยเหลือโรบินฮู้ด (เรียก “แซงชัวอารี่ ซิทตี้” Sanctuary Cities) รวม ซานฟรานซิสโก ชิคาโก บอสตัน นิวยอร์คซิทตี้ ไมอามี่ วอชิงตัน ดีซี ทรัมพ์ขู่ว่าถ้าเมืองเหล่านี้ไม่ปฏิบัติตามจะตัดงบจากรัฐบาลกลางต่อเมืองนั้นๆ   แผนที่เมือง“แซงชัวอารี่ ซิทตี้”