Get Adobe Flash player

สินเชื่อสุทธิเดือน ก.ค. 2560 หดตัวลงจากการชำระคืนหนี้ของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่เงินฝากยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3699)

Font Size:

สินเชื่อสุทธิของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2560 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 8.5 หมื่นล้านบาท หรือ 0.79% MoM เป็น 10.68 ล้านล้านบาท โดยหดตัวลงในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 อันดับแรก ตามการชำระคืนหนี้ของสินเชื่อภาคธุรกิจ สินเชื่อภาครัฐ และสินเชื่อเอสเอ็มอี ขณะที่สินเชื่อรายย่อย ปรับตัวดีขึ้นในหลายผลิตภัณฑ์ นำโดยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์รายใหม่ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบัตรเครดิต/สินเชื่อส่วนบุคคล แม้ว่าจะยังมีผลกระทบของการชำระคืนหนี้สินเชื่อเช่าซื้อที่ค่อนข้างมากจากโครงการรถคันแรก ซึ่งทำให้มีผลลบต่อยอดคงค้างสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์บางแห่งก็ตาม

ขณะที่เงินฝากเดือน ก.ค. 2560 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน 1.5 หมื่นล้านบาท หรือ 0.13% MoMเป็น 11.67 ล้านล้านบาท จากการระดมเงินฝากของกลุ่มธนาคารขนาดกลางและเล็ก เพื่อรองรับการไถ่ถอนหุ้นกู้ในระยะถัดไปและรักษาระดับสภาพคล่องของตน ขณะที่กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่มียอดเงินฝากลดลง แม้ยังมีเงินฝากภาครัฐไหลเข้าจำนวนมากก็ตาม

สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์โดยรวมผ่อนคลายลง ตามการลดลงของสินเชื่อที่สวนทางกับเงินฝาก โดยสัดส่วนเงินให้สินเชื่อสุทธิต่อเงินฝากที่รวมตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ในเดือน ก.ค. 2560 ปรับลดลงมาที่ 90.55% จากระดับ 91.14% ในเดือน มิ.ย. ซึ่งสอดคล้องกับอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวมที่ปรับขึ้นมาที่ระดับ 21.46% จาก 21.21% ในเดือนก่อนหน้า   

แม้เริ่มเดือนแรกของช่วงครึ่งปีหลัง สินเชื่อจะหดตัวลงค่อนข้างแรง ทำให้ 7 เดือนแรกของปีนี้ สินเชื่อเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และสิ้นปีก่อนเพียง 2.51% YoY และ 0.76% YTD แต่ด้วยแรงส่งเศรษฐกิจที่น่าจะมีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงท้ายปี และมาตรการสนับสนุนสินเชื่อเอสเอ็มอีของภาครัฐที่ส่งสัญญาณเชิงรุกมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยฤดูกาล ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังเห็นสัญญาณที่ดีต่อโอกาสการฟื้นตัวของสินเชื่อในช่วงท้ายปีที่จะขยายตัวเร่งขึ้นมาที่ 4% ได้ตามที่คาดไว้  

ส่วนด้านเงินฝาก คาดว่าธนาคารพาณิชย์จะยังเน้นการประคองระดับเงินฝากเพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องให้อยู่ในระดับเพียงพอกับจังหวะของการปล่อยสินเชื่อ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไร จึงน่าจะทำให้ยังไม่เห็นภาพการแข่งขันด้านราคาของผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษที่รุนแรงในระยะนี้