Get Adobe Flash player

สินเชื่อสุทธิเดือน ต.ค. 2560 ขยายตัวจากการเบิกใช้สินเชื่อภาครัฐ ขณะที่เงินฝากโตเหนือสินเชื่อกว่า 2 เท่าตัว ทำให้สภาพคล่องผ่อนคลาย (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3715)

Font Size:
           ภาพรวมสินเชื่อสุทธิของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณสิ้นเดือน ต.ค. 2560 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 7.3 หมื่นล้านบาท เป็น 10.799 ล้านล้านบาทคิดเป็นอัตราเพิ่ม 0.68% MoMและเพิ่มจากระยะเดียวกันปีก่อน 2.63% YoY โดยครึ่งหนึ่งของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นในเดือนนี้ เป็นผลจากการรับโอนสินเชื่อรายย่อยในดีลระหว่างระหว่างธนาคารทิสโก้กับสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดไทย ซึ่งหากไม่รวมผลของรายการพิเศษดังกล่าว ภาพรวมสินเชื่อสุทธิจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการเบิกใช้สินเชื่อภาครัฐ ขณะที่สินเชื่อประเภทอื่นปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย ทั้งสินเชื่อภาคธุรกิจ สินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อเอสเอ็มอี เนื่องจากสินเชื่อภาคธุรกิจของธนาคารขนาดใหญ่ยังมีสถานะเป็นการชำระคืนสุทธิ ส่วนสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นค่อนข้างช้าซึ่งส่วนหนึ่งถูกกระทบจากมาตรการกำกับการให้สินเชื่อบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน
ด้านเงินฝากในเดือน ต.ค. 2560 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนกว่า 1.8 แสนล้านบาท หรือ 1.58% MoMเป็น 11.886 ล้านล้านบาทและเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนและสิ้นปีก่อน 4.6%โดยเพิ่มขึ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่เป็นหลัก ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งมาจากเงินฝากภาครัฐที่ไหลเข้ามาพักในช่วงต้นปีงบประมาณเพื่อรอการเบิกจ่ายและอีกกว่า 6 หมื่นล้านบาทจากเงินฝากประจำระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือนซึ่งไม่ได้เป็นผลจากการแข่งขัน/ออกแคมเปญเงินฝากพิเศษ
ภาพรวมสภาพคล่องของธนาคารผ่อนคลายลงเนื่องจากเงินฝากเพิ่มขึ้นในจำนวนที่สูงกว่าสินเชื่อ 2.5 เท่า ทำให้สัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ในเดือน ต.ค. 2560 ผ่อนคลายลงมาที่ 90.46% จากระดับ 91.23% ในเดือน ก.ย.สอดคล้องกับอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวมที่ปรับขึ้นมาที่ 22.20% จากระดับ 21.52% ในเดือนก่อนหน้า
แม้ผ่าน 10 เดือนแรกของปีนี้ การขยายตัวของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยจะเติบโตเพียง 1.86% จากสิ้นปีก่อนอันเป็นผลจากสินเชื่อในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่ยังโตต่ำกว่าคาด แต่ด้วยโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3 ที่ดีกว่าที่คาด ตามแรงส่งของการส่งออกที่เติบโตสูงด้วยเลขสองหลัก ประกอบกับการเร่งรัดการลงทุนภาครัฐในช่วงต้นปีงบประมาณ 2561 ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ไว้ที่ 4% โดยคาดหมายว่า ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปี สินเชื่อจะกลับมาขยายตัวเร่งขึ้นทุกประเภท ทั้งสินเชื่อภาคธุรกิจที่น่าจะกลับมาเบิกใช้วงเงินสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีส่วนสัมพันธ์กับการส่งออก ขณะที่สินเชื่อรายย่อยจะมีแรงขับเคลื่อนทั้งจากสินเชื่อเช่าซื้อที่ทยอยกลับมาเป็นบวก ตามปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่สูงกว่าที่คาดไว้ รวมทั้งสินเชื่อรายย่อยประเภทไม่มีหลักประกัน ที่แม้จะถูกกระทบจากเกณฑ์กำกับธุรกิจของ ธปท. ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่ความต้องการใช้วงเงินสินเชื่อในช่วงท้ายปีที่อยู่ในระดับสูง จะช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวลงได้บ้าง   
ส่วนด้านเงินฝาก ไม่น่าจะเป็นประเด็นที่สร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องของธนาคาร แม้ว่าในช่วงไตรมาสสุดท้าย จะมีผลิตภัณฑ์การออมอื่นที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเข้ามาเป็นคู่แข่งก็ตาม โดยคาดว่า ธนาคารพาณิชย์จะบริหารการเติบโตของเงินฝาก ให้อยู่ในระดับเพียงพอกับความต้องการสินเชื่อ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประคองภาพรวมผลการดำเนินงานที่ดี