Get Adobe Flash player

มาเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเองกันเถอะ - ตอนที่ 2: ทำเล สถานที่ และสัญญาเช่า

Font Size:

สวัสดีครับ นี่เป็นตอนที่ 2 ที่ผมจะกล่าวถึงใน เรื่องการเริ่มทำธุรกิจของตนเอง ในสัปดาห์นี้ ผมจะกล่าวถึงการดำเนินกิจการโดยใช้บ้านเป็นสถานที่ดำเนินการ สัญญาเช่า และจะกล่าวถึงประเด็นสำคัญในการเลือกทำเลที่ตั้งที่จะอำนวยประโยชน์สูงสุดให้แก่ธุรกิจของคุณ ดังที่ผมได้กล่าวมาแล้วในตอนที่ 1 ผมไม่ได้เป็นกูรูด้านธุรกิจ ผมเป็นทนายความและเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ทั้งดีและร้าย ผมกำลังจะให้ข้อมูลและตัวอย่างที่ผมได้พบเจอมา และหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ความพยามของคุณ และดังที่ผมกล่าวไว้เสมอว่าให้ขยันหมั่นศึกษาและหาข้อมูลก่อนที่คุณจะทำการตัดสินใจกระทำการสำคัญใดๆ

ธุรกิจที่ดำเนินการที่บ้านกับสถานที่หรือสถานบริการอื่นๆ - คำถามเรื่องทำเลที่ตั้ง

สมมติว่าคุณมีไอเดียและมีแผนธุรกิจเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการคิดถึงเรื่องสถานที่ที่คุณตั้งใจจะเปิดธุรกิจของคุณ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในการเลือกทำเลที่ตั้ง คุณจะต้องตัดสินได้ว่าคุณสามารถดำเนินธุรกิจที่บ้านได้หรือไม่ หรือคุณจำเป็นต้องซึ้อหรือเช่าพื้นที่ออฟฟิศหรือโกดังหรือเปล่า ธุรกิจบางประเภทสามารถดำเนินการได้ในสถานที่อยู่อาศัย (บ่อยครั้งที่เราจะเรียกว่า Home Business) ในขณะที่บางคนไม่สามารถทำได้เนื่องมาจากกฎหมายเมือง กฎหมายรัฐหรือกฎหมายประเทศ ถ้าธุรกิจของคุณมีข้อจำกัด คุณต้องหาทำเลที่ตั้งภายนอกบ้าน ภายในบริเวณที่กำหนดไว้สำหรับเพื่อดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกับที่คุณตั้งใจจะทำ และถึงแม้คุณจะได้รับการอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจในบ้านได้ คุณก็ต้องคำนึงขนาดของธุรกิจ สำหรับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่นั้น คุณควรที่จะซื้อหรือเช่าสำนักงานหรือโกดังเพื่อดำเนินกิจการของคุณ  ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณเพียงแค่ต้องการที่จะทดลองธุรกิจดูก่อนหรือคุณยังไม่แน่ใจใน้เรื่องความสำเร็จของธุรกิจของคุณ ไม่มีสิ่งใดผิดที่จะเริ่มต้นเพียงแค่เล็กๆ ก่อนภายในบ้านของคุณ (ดังที่ผมกล่าวไปข้างต้นแล้ว แน่นอนว่าถ้าไม่เป็นการผิดต่อกฎหมาย ในหลายๆ กรณี คุณต้องเพียรพยายามและหาคำตอบก่อนโดยการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) คุณสามารถขยายกิจการได้ในภายหลังเมื่อคุณประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งแล้ว

ตัวอย่างของธุรกิจที่ทำได้ภายในบ้าน              

การขายของออนไลน์ การจัดทำภาษี การให้คำปรึกษาต่างๆ นักเขียน ศิลปินอิสระ ฯลฯ

ตัวอย่างของธุรกิจที่ต้องมีอาคารสถานที่

ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านโดนัท ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกขนาดใหญ่ ฯลฯ

 

ทำเลที่ตั้ง

คุณคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่าทำเลนั้นคือหัวใจของการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ทำเลนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ทำเลที่ตั้งอาจจะทำให้คุณล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็เป็นได้ สิ่งที่คุณควรจะคำนึงถึงเมื่อเลือกทำเลก็คือ

  1. ระยะทาง ให้ดูว่าที่ทำงานควรจะอยู่ไกลจากบ้านคุณแค่ไหน (ให้คำนึงถึงระยะเวลาการเดินทางระหว่างบ้านและท่ีทำงานทั้งตอนที่การจราจรสะดวกและติดขัด ราคาค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษารถเป็นเท่าไร เป็นต้น) ยิ่่งคุณต้องเดินทางไกลเท่าไร คุณยิ่งต้องเสียค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษารถมากขึ้นเท่านั้น และยังต้องสูญเสียเวลากับครอบครัวมากขึ้นด้วย
  2. ความสะดวก สถานที่ตั้งกิจการของเราสะดวกต่อลูกค้าหรือไม่ ดังที่ผมได้กล่าวไว้แล้วว่าทำเลที่ตั้งนี้สำคัญมาก คุณต้องตั้งอยู่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมายของคุณ ทุกคนรักความสบาย ชอบที่จะใช้บริการธุรกิจต่างๆ ในท้องถ่ินใกล้บ้าน หากธุรกิจของคุณนั้นอยู่ไกลเกินไป ลูกค้าจะมองหาคู่แข่งที่อยู่ใกล้กว่าแทน (แม้ว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะดีกว่าหรือถูกกว่าก็ตาม) ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถอยู่ใกล้ๆ ทุกคนได้ แต่ให้พยายามเลือกทำเลที่ตั้งที่สะดวกสำหรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ของคุณมากที่สุด ย่ิงกว่านั้น ให้คำนึงถึงสถานที่ที่มีคนผ่านไปมา หากคุณทำธุรกิจที่ได้รายได้มาจากผู้คนที่สัญจร
  3. ราคาค่าเช่า สำหรับทุกคนแล้ว เมื่อเราเริ่มทำธุรกิจอะไร เราจะมองหาสถานที่ให้เช่าหรือซื้อที่สำหรับดำเนินกิจการนั้นๆ  ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร พื้นที่ขายของ หรืออะไรก็ตาม คุณต้องรู้ว่าราคาพื้นที่นั้นเป็นเท่าไหร่ ในเชิงธุรกิจเรามักจะพูดกันในแง่ของราคาต่อตารางฟุต คุณต้องคำนวณพื้นที่ขนาดใหญ่สุดที่คุณจะใช้เป็นตารางฟุตและคูณด้วยราคาค่าเช่าในแต่ละตารางฟุตนั้น

ตัวอย่าง คุณต้องการเปิดร้านขายของสำหรับสัตว์เลี้ยง หลังจากที่หาทำเลมาแล้วหลายสัปดาห์ คุณได้สถานที่สองแห่ง แห่งหนึ่งคือ สถานที่ A จำนวน 1,500 ตารางฟุต และเจ้าของ (landlord) ได้เสนอให้เช่ามาในราคา ตารางฟุตละ 3 เหรียญ ส่วนสถานที่ B จำนวน 1,000 ตารางฟุต เจ้าของคนนี้ให้เช่าในราคาตารางฟุตละ 3.75 เหรียญ

ดังนั้น.... สถานที่ A 1,500 ตารางฟุต x 3 เหรียญ = 4,500 เหรียญต่อเดือน

           สถานที่ B 1,000 ตารางฟุต x 3.75 เหรียญ = 3,750 เหรียญต่อเดือน

ดังตัวอย่างด้านบน คุณต้องตัดสินใจว่าพื้นที่กว้างแค่ไหนที่คุณต้องการใช้ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะมีตามมา สถานที่ A ราคามากกว่า สถานที่ B เดือนละ 750 เหรียญ แต่มีขนาดใหญ่กว่า 500 ตารางฟุต ขนาดที่ใหญ่กว่ามีความจำเป็นและสำคัญต่อธุรกิจของคุณไหม ราคา 750 เหรียญต่อเดือนสำหรับพื้นที่ที่ใหญ่กว่านี้ทำให้คุณตึงเครียดเรืื่องเงินหรือไม่ นี่เป็นเพียงแค่บางส่วนที่คุณควรคำนึงถึงการเปรียบเทียบเรื่องของพื้นที่และราคาของสถานที่ที่คุณอยากจะเช่า โดยทั่วไปแล้วคุณจะเจอพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ราคาพื้นที่ต่อตารางฟุตถูกกว่าราคาพื้นที่ที่มีขนาดเล็กกว่า จงคิดเสมอว่าเรามีทางที่จะต่อรองราคาต่อตารางฟุตกับเจ้าของได้

การเช่าในเชิงพาณิชย์โดยทั่วไป

การเช่า คือ สัญญาที่ผู้หนึ่ง (เจ้าของหรือผู้จัดการ หรืออื่นๆ) อนุญาตให้อีกผู้หนึ่ง (คุณซึ่งคือผู้เช่า) ดำเนินการในพื้นที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยแลกเปลี่ยนกับการจ่ายเงินในช่วงเวลานั้น  ดังนั้นจึงมีการเช่าได้หลายๆ แบบ ซึ่งส่วนมากจะเป็นการเช่าแบบธรรมดา ด้านล่างนี้จะเป็นตัวอย่างการเช่าในเชิงพาณิชย์แบบทั่วๆ ไป

การเช่าแบบเหมารวม (Full Gross Lease/Full Service Lease)

การเช่าแบบนี้ ผู้เช่าจะจ่ายค่าเช่าโดยไม่มีค่าอื่นๆ เพิ่มเติม อัตราค่าเช่าพื้นที่จะรวมค่าดำเนินการทุกอย่างแล้ว เช่นการบำรุงรักษาพื้นที่ ค่าน้ำไฟ ค่าดูแลทำความสะอาด และภาษีโรงเรือน  แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าค่าดำเนินการนั้นจะรวมอยู่ในค่าเช่ารายเดือนแล้ว เจ้าของก็มีสิทธิ์ในการที่จะขึ้นค่าใช้จ่ายเหล่านั้นในอนาคตได้ตามสัดส่วนที่กำหนด ยกตัวอย่างเช่น เดือนในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อน อาคารทั้งหลังจะใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้น ผู้เช่าจะได้รับบิลค่าไฟจำนวนที่เกินกว่าเจ้าของอาคารได้กำหนดไว้ (ประมาณจากค่าไฟในปีที่แล้ว)

การเช่าแบบต้องจ่ายเองบางส่วน (Modified Gross Lease)

การเช่าแบบนี้จะคล้ายคลึงกับการเช่าแบบเหมาจ่าย… ตรงที่สัญญาเช่าจะเป็นการคิดแบบรวมค่าดำเนินการอื่นๆ ไว้ แต่จะไม่รวมค่าใช้จ่ายบางอย่าง ซึ่งผู้เช่าจะต้องจ่ายแยกต่างหากและเพิ่มมาในค่าเช่ารายเดือน ซึ่งส่วนมากจะเป็นค่าไฟ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ มักจะรวมอยู่ในค่าเช่ารายเดือนแล้ว

การเช่าแบบมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสุทธิ Triple Net Lease  (commonly listed as “NNN”)

มีสัญญาเช่าที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและค่าภาษีต่างๆ เข้าไว้ด้วย โดยจะมีบิลเรียกเก็บเงินมาต่างหากจากอัตราค่าเช่า ผู้เช่าจะจ่ายค่าดำเนินการและภาษีต่างๆ ของอาคาร ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสุทธิ. อาจรวมถึงค่าน้ำไฟ ค่าบำรุงรักษา ภาษีโรงเรือน ประกันและบางครั้งอาจรวมการจัดการด้วย

การเช่าแบบเป็นเปอร์เซนต์ Percentage Lease

สัญญาเช่าชนิดนี้ ผู้เช่าจะจ่ายค่าเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงเปอร์เซนต์รายเดือนของรายได้จากการทำธุรกิจนั้น สัญญาเช่าแบบนี้มักจะถูกใช้กับการเช่าพื้นที่ค้าขายขนาดใหญ่เช่นห้างสรรพสินค้า

ดังที่ผมได้กล่าวไว้แล้วว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของบทความซึ่งจะมีหลายตอน ในสัปดาห์ต่อไปผมจะกล่าวถึงโครงสร้างของธุรกิจในแคลิฟอร์เนียและการสร้าง…ผมขออวรพรให้ผู้ที่กำลังสร้างฝันในการเป็นผู้ประกอบการทุกคนโชคดีนะครับ

ถ้าท่านมีคำถามใดๆ ที่ต้องการที่จะได้รับการตอบในบทความในอนาคตหรือถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฏหมายทั่วไป Immigration, Business, Property, และอื่นๆ โปรดติดต่อส่งอีเมลมาที่:This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  โทรเข้าออฟฟิศได้ที่เบอร์ (818)846-5639 หรือผู้ช่วยทนาย  ได้ที่เบอร์ (818)505-4921 หรือท่านสามารถเข้าไปที่ website ของเราได้นะครับ มีทั้งภาษาไทย และ อังกฤษที่ : WWW.JC4LAW.COM

Disclaimer: The information contained herein have been prepared for informational purposes only and are not to be considered legal advice unless otherwise specified. If you have a specific question regarding your personal case, please contact the Law Offices of Joseph Chitmongran for a full consultation.