Get Adobe Flash player

หนังใหม่ xXx: Return of Xander Cage กับบทสัมภาษณ์โทนี่ จา (จา พนม)

Font Size:

     วันนี้หนังใหม่ xXx: Return of Xander Cage ได้เริ่มออกฉายกันแล้วตามโรงภาพยนต์ใกล้บ้านท่าน ซึ่งเมื่อวันพฤหัสที่ 19 มกราคม 2560 ทางหนังสือพิมพ์เสรีชัยได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัวภาพยนต์ที่โรงแรม Four Seasons เมืองเบเวอรี่ ฮิลล์ และได้พบกับเหล่านักแสดงและผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพยนต์มากมาย อาทิเช่น วิน ดีเซล ดอนนี่ เยน ดีพิกา พาดูโกน คริส วู รูบี้ โรส นีน่า ดูเบรฟ โทนี่ โคเลต และโทนี่ จา ซึ่งเป็นนักแสดงไทยคนเดียวที่ได้เข้าไปร่วมแสดงในภาพยนต์เรื่องนี้

     ผู้เขียนได้ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้วในรอบสื่อมวลชน ขอสปอยหนังคร่าว ๆ ว่าเป็นเรื่องของแซนเดอร์ เคจ (Xander Cage) ซึ่งรับบทโดยวิน ดีเซล นำพาทีมใหม่อันประกอบไปด้วยคนหลายเชื้อชาติไปต่อสู้กับ

     ในภาพยนต์เรื่องนี้ทั้งดอนนี่ เยนเหล่าร้ายที่มีกล่องแพนดอร่าซึ่งสามารถจะทำลายโลกได้ในพริบตา ในเรื่องนี้ วิน นอกจากจะเป็นนักแสดงนำแล้วเขายังควบตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างอีกด้วย ซึ่งเขาได้กล่าวว่า “ที่เขาได้นำหนังเรื่องนี้กลับมาทำใหม่ในภาคต่อเพราะเขามีความสุขที่จะได้เล่นบทของแซนเดอร์ เคจ ที่เขาคุ้นเคยอีกแล้วพาหนังเรื่องนี้ไปสู่ตลาดใหม่ ๆ เช่น ตลาดเอเชีย เป็นต้น และโลกเราควรจะมีหนังที่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกในการรับชม”วิน ดีเซลได้ติดตามผลงานของนักแสดงต่างชาติที่เขาได้ชักชวนมาแสดงในหนังของเขามาเป็นเวลานาน อาทิเช่น ดอนนี่ เยน จากตลาดหนังฮ่องกง ดีพีก้า พีดูโกน จากตลาดหนังบอลลีวูดของอินเดีย ส่วนโทนี่ จาหรือจาพนมของไทย เพื่อนของเขาซึ่งเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงคือ ควินทิน ทาราทิโน ก็ได้พูดถึงเขาอยู่บ่อย ๆ จากหนัง Furious 7 ที่เพิ่งผ่านไป

    หลังจากจบการสัมภาษณ์ที่ห้องบอลรูมใหญ่ของโรงแรม ทางผู้เขียนและทีมงานของเสรีชัยก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์โทนี่ จา ที่เรารู้จักเขาดีในชื่อของ จา พนม จากหนังที่สร้างชื่อเสียงให้เขาที่สร้างโดยคนไทย เช่น องค์บาก องค์บาก 2 และเขาก็ได้มาเริ่มมีชื่อเสียงในหนังฮอลลีวูดในนามของ โทนี่ จา จากหนัง Furious 7 จากการที่ได้พูดคุยกับคุณโทนี่ จา เขาเป็นคนที่น่ารัก อ่อนน้อมถ่อมตัวและได้ให้ความเป็นกันเองกับทีมงานมาก ซึ่งเราได้ทำการสัมภาษณ์ทั้งหมดเป็นภาษาไทย และโทนี่ จา ได้แสดงความสามารถในด้านศิลปะการต่อสู้ของทั้งการต่อสู้แบบจีนและแบบไทย โทนี่ได้ให้สัมภาษณ์บนเวทีว่า “ผมมีความสุขมากที่ได้เล่นหนังเรื่องนี้ ผมมาจากประเทศไทย ประเทศของเราเป็นประเทศที่สวยงามและมีความเชื่อในเรื่องของโชคลาง ผมจึงนำเครื่องรางมาช่วยให้เกิดความสิริมงคลกับผมและหนังที่ผมเล่น” ซึ่งวิน ดีเซลก็ได้ให้แง่คิดถึงเรื่องการทำงานกับนักแสดงจากเอเชียที่มีพื้นฐานมุมมองของโลกตะวันออกไว้ว่า “ผมไม่ได้เห็นเป็นความแตกต่าง ผมมองว่าพวกเราเหมือนกัน บางทีอาจเพราะผมเติบโตมาจากมหานครนิวยอร์คที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติอยู่รวมกันราวกับเป็นหม้อซุปใหญ่ที่มีผักหลากหลายชนิดอยู่ในหม้อเดียวกันก็ได้ การทำงานกับคริส วู หรือ โทนี่ จา เปรียบเสมือนการทำงานร่วมกันกับพี่น้อง ผมคิดว่าผมคงเป็นที่รวมของจิตวิญญาณของทุกคน”

  ผู้เขียนได้ถามถึงความแตกต่างของอุตสาหกรรมของหนังบ้านเราและอุตสาหกรรมหนังในฮอลลีวูด ซึ่งโทนี่จาได้กล่าวว่า “ในฮอลลีวูดนั้นอุตสาหกรรมใหญ่กว่าเพราะเขามีทรัพยากรทั้งบุคคล อุปกรณ์ สถานที่พร้อมทั้งเม็ดเงินที่ลงทุนมามากกว่าเรา หนังถึงสามารถทำออกจำหน่ายได้ทั่วโลก ซึ่งก็เป็นความโชคดีของเขาที่ได้มีประสบการณ์เรียนรู้ในตรงนี้ แต่การสร้างหนังในประเทศไทย เราก็ทำกันแบบไทย แต่จะไปสู่ตลาดโลกได้อย่างฮอลลีวูดจะต้องมีการช่วยเหลือจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนกันหลายฝ่ายถึงจะทำให้เป็นรูปธรรมได้”

  ผู้เขียนได้ติดตามคุณโทนี่ จา ในภาพยนต์หลายเรื่องพบว่าในหนังเรื่องนี้เขามีการพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม เลยถามเขาว่าเขามีการพัฒนาได้อย่างไร ซึ่งคุณโทนี่ ก็ได้ตอบว่า “เขามีครูพิเศษซึ่งก็เป็นผู้จัดการของเขาได้ช่วยฝึกภาษาให้เขาและเริ่มต้นฝึกฝนมาตั้งแต่เริ่มถ่ายหนัง Furious 7 เมื่อสองปีมาแล้ว นอกจากนั้นเขาก็ดูหนัง ฟังเพลง อ่านบทสัมภาษณ์ พูดคุยกับเพื่อนต่างชาติ เพื่อช่วยพัฒนาทักษะการออกเสียงและพูดภาษาอังกฤษอยู่อย่างสม่ำเสมอ”

 นอกจากภาพยนต์ Furious 7 และ xXx: Xander Cage ที่กำลังออกฉายอยู่นี้ 

คุณโทนี่ก็ได้เคยแสดงหนังฮอลลีวูดอีกเรื่องคือ Skin Trade ซึ่งเป็นภาพยนต์ที่กำกับโดยผู้กำกับชาวไทย คุณเอกชัย เอื้อครองธรรม ซึ่งได้ออกฉายในสหรัฐเมื่อปี 2015 และเขายังมีการถ่ายทำหนังหลายเรื่องกับตลาดภาพยนต์ฮ่องกง อาทิเช่น SPL2 และ Paradox ซึ่งเรื่องนี้ได้มีหง จินเป่า มากำกับคิวบู๊ให้ด้วย

 การเข้ามาเล่นหนังในฮอลลีวูดนี้นอกจากจะเป็นประสบการณ์ที่ดีของคุณโทนี่ จา แล้ว เขายังกล่าวว่า “ผมได้เรียนรู้ว่าคนไม่ว่ามาจะมาจากไหนในโลกเราสามารถมาเป็นเพื่อนกันได้ และผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในการเผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้ไปสู่ตลาดสากล ในหนังเรื่องนี้ถ้าคุณได้ไปดู คุณจะได้เห็นท่าศอกกลับ ซึ่งคนที่ดูหนังเรื่องนี้จะจำติดตา ทำให้อยากไปเรียนมวยไทยกันมากขึ้น มวยไทยเป็นศิลปะที่สวยงาม ศิลปะกังฟูนั้นคนเห็นกันคุ้นตาอยู่แล้วจากหนังจีนที่มีฉายให้เราดูมาเป็นเวลานาน วันนี้ผมจึงอยากมี       ส่วนร่วมช่วยเผยแพร่และจุดประกายให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจศิลปะมวยไทยของเรากันมากขึ้น”

  หลังจากเสร็จการโปรโมตหนังครั้งนี้ที่สหรัฐอเมริกา คุณโทนี่จา จะร่วมเดินทางกับทีมนักแสดงและผู้สร้างภาพยนต์ xXx: Return of Xander Cage ไปโปรโมตภาพยนต์ต่อที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และประเทศจีน ในช่วงของวันตรุษจีน

   ภาพยนต์xXx: Return of Xander Cageหรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ทริปเปิ้ลเอ๊กซ์” ในภาคนี้ ถือเป็นภาคที่ 3 โดยภาคแรก xXxได้ออกฉายในปี 2002 และภาค 2 คือ xXx: State of the Union ได้ออกมาฉายในปี 2005 โดยภาคที่ 3 นี้เปลี่ยนลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายจากโคลัมเบีย พิกเจอร์มาเป็นพาราเม้าท์ฟิล์มแทน และได้เริ่มลงโรงฉายไปเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 ในรูปแบบทั้ง 2 มิติและ IMAX 3 มิติวันหยุดสัปดาห์นี้ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านไปดูภาพยนต์เรื่องนี้กันนะคะ นอกจากจะได้ดูหนังสนุกตื่นเต้นเร้าใจแล้ว ยังถือว่าไปช่วยกันสนับสนุนผลงานของนักแสดงไทย นักบู๊หนึ่งเดียวคนนี้ของเรากันค่ะ