Get Adobe Flash player

พรหมเทพ เทพรัตน์ ลูกศิษย์คนสุดท้ายของสุเทพ วงศ์กำแหง (2) โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

พรหมเทพ (พรเทพ) เทพรัตน์ ชื่อเล่น ป๋อม ลูกศิษย์ของ สุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งท่านได้กล่าวถึงว่า...ป๋อมเป็นลูกศิษย์คนที่ผมรักและเอ็นดูมาก เป็นลูกศิษย์คนเดียวที่มีเสียงและวิธีร้องในแต่ละวรรคตอนคล้ายผมมาก ยิ่งกว่าลูกศิษย์คนไหนๆ และที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดก็คือ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณต่อเขาด้วยความจริงใจ ซึ่งหาไม่ค่อยได้ในเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ทั่วไป...

(ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว)

...ถึงแม้ว่าผมมีชื่อเสียง ก็ยังวางตัวธรรมดา ยังขึ้นรถประจำทางเหมือนเดิม และย่อมเป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกันในเรื่องของความรัก ที่ต้องมีใจรักใครสักคนถือว่าอยู่ในช่วงหลงระเริงกับชื่อเสียงและความนิยมชมชอบที่ได้รับ มีผู้หญิงเข้ามารุมล้อมมากมายหลายคน ทำให้ลำพอง บางครั้งทำให้เขาเสียใจ จะว่าเป็นช่วงที่ทำบาปก็ได้ นึกย้อนไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างก็รู้สึกเสียใจ มาถึงปัจจุบันรู้ถึงสิ่งผิดชอบชั่วดี ซึ่งผมไม่มีวันที่จะกลับไปทำอย่างนั้นอีกแล้ว...

สภาพจิตใจในตอนนั้น แม้จะหลงระเริงแต่ผมก็มีความรักให้ใครสักคนอย่างจริงใจ ถึงเวลาแล้วที่ผมพร้อมที่จะเปิดเผย อาชีพร้องเพลงทำให้แฟนของผมคงทำใจลำบาก และในที่สุดก็รับไม่ได้ ผมมีลูกชายหนึ่งคนกับภรรยาคนแรก เป็นนักข่าวบันเทิง เลิกรากันไปทั้งที่เข้าใจกันแต่เขาน้อยใจว่าผมเจ้าชู้ เขาไปอยู่ต่างประเทศพร้อมกับลูกในท้อง ไปคลอดลูกชายที่นั่น และผมมีลูกสาวหนึ่งคนกับภรรยาคนที่สองคนนี้เป็นเพราะไม่เข้าใจกัน ก็พาลูกไปอยู่ต่างประเทศเช่นกันซึ่งผมยอมรับว่ารักจริงทั้ง 2 คน

จนถึงทุกวันนี้ผมไม่เคยได้พบหน้าลูกทั้ง 2 คน เลย เห็นก็แต่รูป ความรู้สึกของความเป็นพ่อก็คิดถึงลูกมากๆ ผมอยากเห็นเขาสักครั้ง อยากไปหาเขาที่ยุโรป นั่นคือความหวังของผม คิดว่าวันหนึ่งจะสืบเสาะให้ได้ว่าลูกทั้ง 2 คนอยู่ที่ไหน นับตั้งแต่ปีแรกๆ ที่ลูกจากไป มันทรมานใจมากเหลือเกิน แต่ที่ต้องยอมเพราะอนาคตเขาอยู่กับแม่ย่อมดีกว่า ทุกวันนี้ผมดูรูปลูกทั้งสองคนทุกวันทนทุกข์ทรมานเพราะความคิดถึง

ผมขอพูดอย่างไม่อายว่า...พ่อขอโทษลูกทั้ง 2 คน ที่พ่อผิดพลาด ทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง ถ้าได้ทราบข่าวนี้ อยากให้ติดต่อที่เบอร์โทรศัพท์ 085-903-5262...แต่พ่อจะพยายามหาทางติดต่อกับลูกๆ ให้ได้ในวันหนึ่ง...

...ในด้านความเสียใจในการร้องเพลงของผมก็มีคือเพลงที่บันทึกแผ่นเสียงไปแล้ว มารู้ทีหลังว่าบกพร่อง แต่ไม่สามารถเอามาร้องใหม่ได้ เนื่องจากเงื่อนไขในเรื่องค่าใช้จ่าย ทุกครั้งที่ได้ฟังตามสถานี ก็เกิดความไม่สบายใจ รู้สึกหงุดหงิดว่าน่าจะดีกว่านี้ แต่ก็แก้ไขไม่ได้ รู้สึกเศร้าใจจริงๆ

ช่วงที่เข้าวงการใหม่ๆ อุปสรรคส่วนมากอยู่ที่ใจของเราเอง รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหลายครั้งจนท้อแท้ ว่าทำไมไม่เป็นแบบเขาบ้าง ต้องพยายามเอาชนะใจตนเองให้ก้าวข้ามอุปสรรคและความคิดในทางลบตอนที่เริ่มอัดเสียง อาจทำให้ผู้ใหญ่บางท่านไม่พอใจโดยไม่รู้ตัว นักจัดรายการไม่เปิดเพลงที่เราร้อง ตอนหลังได้เข้าไปพูดจา อธิบายว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ผู้ใหญ่ก็กลับมาเมตตาว่าเข้าใจผิด

...ในเรื่องความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยของเพลงลูกกรุง ทำให้ผมหวนมามองเหมือนกันว่า ทำไมจึงไม่เป็นที่ฮือฮา สมัยก่อนเพลงลูกกรุงแต่งแบบสละสลวย คนฟังต้องมีสุนทรียะในการฟัง และนักร้องลูกกรุงรุ่นใหม่ๆ ก็ไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร ส่วนเพลงลูกทุ่งเริ่มเมื่อ 15-16 ปีที่คนหันมานิยมเป็นเพลงที่ร้องง่าย บางเพลงแต่งได้ดีมาก มีการใช้สัมผัส อักขระ คำร้อง ในเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการตลาดด้วย ใครมีเงินก็สามารถทำให้เพลงดังได้ มันเป็นเชิงพาณิชย์ไปหมดแล้ว

ยิ่งมีคาราโอเกะเข้ามา คนจำนวนมากฝึกร้องกันได้ จึงไม่ค่อยฟังนักร้องอาชีพ แม้มีคนฟังบ้าง แต่ผิดกับสมัยก่อนที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ ต้องพูดกันตรงๆ ว่า ปัจจุบันนี้นักร้องอาชีพงานน้อยลง การที่จะร้องตามไนท์คลับ ห้องอาหาร คาเฟ่ หรือแม้กระทั่งตามโรงแรม ก็แทบไม่มี เมื่อก่อนร้องทุกวัน กลายเป็นอาทิตย์ละวัน    

เมื่อมาถึงจุดนี้ ผมมองต่อไปในอนาคตด้วยความรู้สึกที่หดหู่ เหมือนกับว่าความหวังริบหรี่ นอกจากจะมีหน่วยงานหนึ่งมาช่วยกันจรรโลง สืบสานอย่างจริงๆ จังๆ ก็น่าจะไปได้ เพลงลูกกรุงตอนนี้ก็มีการจัดประกวดร้องเพลงเหมือนกัน แต่ก็เป็นสไตร์กึ่งๆ มีทั้งเพลงสากล ลูกทุ่งด้วย

ปัจจุบัน ผมร่วมการแสดงคอนเสริ์ตของครูอาจารย์ ที่ศูนย์วัฒนธรรม กรมประชาสัมพันธ์ โรงละครแห่งชาติ คอนเสริ์ตครูสุเทพ พี่ชรินทร์ มีคนไปดูกันแน่นมาก ครั้งล่าสุดของพี่สวลี ผมกับชรัมภ์ก็ไปร่วมงาน

ผมจัดรายการวิทยุ “ดนตรีกานต์” คลื่นเอฟเอ็ม 92 วิทยุศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ทุกวันพฤหัส เวลาสิบเอ็ดโมงเช้าถึงเที่ยง ได้รับการตอบรับดีมาก จากที่โทรศัพท์กันเข้ามาขอเพลง รายการของผมเปิดได้ครั้งละไม่เกิน 15 เพลง แต่คนขอมา 40 ราย จัดมาประมาณ 8 ปี

นอกจากนี้ ผมสอนร้องเพลงที่เวชสวรรค์การดนตรี เจ้าของคือครูชัยยุทธ เวชสวรรค์ ถนนรัชดา ผมสอนทุกวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์  เป็นเวลา 2 ปีมาแล้ว สอนครั้งละ 3 ชั่วโมง คนที่มาเรียนอายุ 40 ปีขึ้นไป เกือบ 30 ท่าน ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ คงไม่มีเรื่องเครียด เพราะมีอาชีพ การเงินดี ก็อยากฝึกร้องเพลงให้ดีขึ้น จะได้ไปร้องตามงานต่างๆ เวลามีคนเชิญ

วิธีการสอนคนที่ร้องไม่เป็นเลย ให้เขาร้องให้เราฟังก่อน จะรู้ว่าต้องแก้ตรงไหน ที่สอนยากที่สุดคือคนที่ร้องเพี้ยน ต้องให้ฟังเพลงมากขึ้น ได้ผลแน่แต่ต้องใช้เวลา คนไม่มีพรสวรรค์แต่ใจรักต้องใช้เวลามาก ในชั้นเรียนมีโต๊ะยาว ผมนั่งที่หัวโต๊ะ ลูกศิษย์นั่งล้อมรอบ แล้วให้ออกมาร้องหน้าชั้น ผมวิจารณ์และสอนจนกว่าจะเป็น บางคนเรียน 10 ปี ไม่ยอมไปไหน ดีขึ้นแล้วก็อยากร้องไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นความผูกพัน ส่วนความสุขของผมอยู่ที่การร้องเพลง เพราะเป็นงานที่เรารัก จะไปทำอย่างอื่นก็คงไม่ดีเท่ากับการร้องเพลง

ผมขอขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกท่านที่นิยมชมชอบเพลงลูกกรุงทั้งที่แอลเอและที่ร้านคุณชาย ลาสเวกัส ผมยังไม่ได้ไปรัฐอื่นๆ ผมประทับใจพี่ตุ๊ก พราวตา ดาราเรือง พี่สาวที่น่ารัก เมตตาผมมาตลอด เคยร้องเพลงคู่กัน เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ในเพลง “พี่รักเจ้าสาว”...รวมทั้งคุณปู ประกายทิพย์คุณนิด จิตรลดา พี่ๆ เพื่อนๆ และแฟนเพลงทุกท่าน

ความหวังในอนาคต ผมอยากให้เพลงไทยสากลคงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน อยากให้นักร้องรุ่นลูกหลานได้สืบสานและ ช่วยกันรักษาบทเพลงของเราให้ยืนยงตลอดไปขอฝากถึงนักร้องรุ่นใหม่ในการวางตัว ในเมื่อมีความตั้งใจมาเอาดีทางอาชีพค้าเสียง ต้องทุ่มเท มุ่งมั่น ฝึกฝนตนเองให้พัฒนายิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ พอเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ต้องพยายามนอบน้อมถ่อมตนเข้าไว้ อย่างหลงตัวเองจนทำให้ชื่อเสียงของตัวเองเสียหาย นักร้องสมัยนี้สบายว่านักร้องสมัยก่อน เพราะมีค่ายเพลงรองรับมากมาย มีหน่วยงานจัดแสดงความสามารถ สมัยก่อนต้องอดทนมากๆ                 

ถ้าผมกลับมาแอลเออีกครั้ง ขอเชิญชวนทุกท่านได้ให้กำลังใจ จากคำพูดจากแฟนเพลงหลายๆ ท่าน บอกว่าผมมีน้ำเสียงเหมือนครูสุเทพมาก มีอารมณ์เพลง การใช้คำร้องใกล้เคียง ซึ่งครูสุเทพเองก็พูดกับผมหลายครั้งว่าผมเสียงเหมือนท่านตอนหนุ่มๆ ทำให้ผมทั้งดีใจและภูมิใจ...

...อนึ่ง มีรายการสุเทพโชว์เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ต่อมามีสุเทพโชว์จูเนียร์ที่ทุกคนต่างก็มีเอกลักษณ์เหมือนสุเทพโชว์รุ่นพี่ ทุกคนมีคำว่า "เทพ" อยู่ในชื่อหรือนามสกุลมีสมาชิก 4 คนหลัก คือ ป๋อม - พรเทพ เทพรัตน์ หัวหน้าทีม, ตั้ม - ชรัมภ์ เทพชัย, ฎากร เทพทอง และหนึ่ง - คชาชาติ จิรเทพ รวมตัวกันเป็นนักร้องประสานเสียง โดยมีครูสุเทพ วงศ์กำแหง เป็นผู้ฝึกสอนอย่างใกล้ชิด และมอบให้ครูพิมพ์ปฏิภาณ พึ่งธรรมจิตต์ เป็นผู้จัดการและแนะนำด้านการร้องประสานเสียง

ผลงานอัดแผ่นเสียงของพรหมเทพ เทพรัตน์ โดยนำเพลงเก่าของนักร้องหลายท่านมาร้องใหม่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2531พี่รักเธอคนเดียว อาญารัก  แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา  ลืมรัก คนเดียวในดวงใจ คนพิการรัก คืนนี้พี่คอยเจ้า นางใจ  (สุเทพ วงศ์กำแหง) น่ารัก (ชรินทร์ นันทนาคร) คอย, สักวันหนึ่ง ผู้แพ้ (นริศ อารีย์) ละครบทรัก (สเกน สุทธิวงศ์) ลิขิตที่มืดมน (ประเทือง บุญญประพันธ์) รักพี่มีบาป ร้อยชู้ (สุริยัน บุญยศ) เหมือนคนละฟาฟ้า เตรียมการณ์รัก (ธานินทร์ อินทรเทพ) สิ้นกลิ่นดิน (วินัย พันธุรักษ์) หอรักหอร้าง (ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา)

ผลงานที่พรหมเทพประพันธ์เองมี 2 ชุด ชุดแรก สี่แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน (ร้องหมู่) ชรัมภ์ เทพชัย อุมาพร บัวพึ่ง จิตติมา เจือใจ พรเทพ เทพรัตน์,เพลงคุณแผ่นดินป่าไม้ไทย (ชรัมภ์) , ปลูกรัก เจ้าพระยา ระนองคอยเธอ (อุมาพร) สายน้ำ เหงา รักป่านนี้ (จิตติมา), เหมันต์สวาท ลาโสด รักแล้วต้องรัก (พรเทพ), หนึ่งเดียว (ชรัมภ์-อุมาพร) สำหรับเพลงนี้คนขอเพลงนี้มากทุกวันพฤหัส

ชุดที่ 2 ชุดงามกว่าธรรมชาติ เพลงงามกว่าธรรมชาติ ขับร้องโดยคณะสุเทพโชว์ จูเนียร์ ประกอบด้วย พรเทพ เทพรัตน์, ชรัมภ์ เทพชัย, ฎากร เทพทอง, คชาชาติ จิรเทพ เพลงอร คณะสุเทพโชว์ จูเนียร์ แต่งให้กับผู้หญิงทื่ชื่อ อร , ขอบคุณที่ทอดทิ้ง (ชรัมภ์) แอบรัก (ผลงานของครูพิมพ์ปฏิภาณ พึ่งธรรมจิตต์ ร้องโดย ชรัมภ์) ฉันยังรักเธอ (พรเทพ) แค่เข็มตำใจ (ฎากร) เจ้าพระยา (อุมาพร) ช่างมันเถอะ (คชาชาติ) สายน้ำ, ก็บอกแล้ว (อรอรุณ ปัญญาวงศ์) นกเขาไพร, ส่งรักข้ามฟ้า (ภัทริส ณ นคร) เป็นปลื้ม (อ้วน อรชร).