Get Adobe Flash player

สุรพงศ์ แสงสาคร นักเดินขายาวชาวไทย

Font Size:

ในงานที่มีพาเหรดของสังคม เช่นงานสงกรานต์ไทยนิวเยียร์เฟสติวัล บนถนนฮอลลีวูด งานวันวัฒนธรรมไทยซึ่งจัดขึ้นทุกปีที่บาร์นสเดล อาร์ต พาร์ค เราจะเห็นคนไทยท่านหนึ่ง มาร่วมเดินขายาวในขบวนแห่ อยู่เสมอ

เขาคือ สุรพงษ์ แสงสาคร หรือ อาจารย์เล็ก ขายาว

อาจารย์เล็ก จบการศึกษาจากโรงเรียนฝึกหัดครูนครสวรรค์ ซึ่งต่อมาได้ปรับสถานะเป็นวิทยาลัยครู และ มหาวิทยาลัยราชภัฎ ในที่สุด

สอบบรรจุได้ที่โรงเรียนวัดตะคร้อ อ.ไพสาลี จ.นครสวรรค์

สมรสกับคุณน้อย หรือ อารี แสงสาคร มีอาชีพเป็นช่างเย็บเสื้อผ้า มีลูก 3 คนชาย 2 หญิง 1 ตามลำดับ

ช่วงที่สอนหนังสือ ก็ไม่เคยหยุดนิ่ง ที่จะทำกิจกรรม โดยเฉพาะงานศิลปะ ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตสื่อการสอน จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศจาก นายบุญชู โรจนเสถียร รองนายกรัฐมนตรี ในงาน “70 ปี วค.สู่ราชภัฎ”

อาจารย์เล็ก ยังใช้เวลาว่างไปทำโน่นทำนี่เพื่อสร้างครอบครัว สร้างอนาคตให้ลูกๆ เช่นตอนเช้าก่อนโรงเรียนเข้า ก็จะขี่มอร์เตอร์ไซค์ ไปส่งไอสครีมตามที่ต่างๆ เลิกเรียนก็ไปรับกลับมา แล้วก็ยังไปขายต่อจนค่ำมืดจึงได้กลับบ้าน จนนักเรียนให้ฉายาว่า “ครูไอติม”

แต่ก็ใช่ว่า “ความสำเร็จ” จะเกิดกับคนขยันเสมอไป

หลังสุด เขาไปกู้ธนาคาร 4 แสนบาท เพื่อนำไปร่วมลงทุนทำการค้าเสื้อผ้าข้ามชาติกับเพื่อน แต่ก็ไม่สำเร็จ เงินหายไปพร้อมกับเพื่อน เหลือเพียงหนี้สิน ที่ต้องจ่ายด้วยเงินเดือนครู ซึ่งไม่พอกับการดูแลครอบครัว จนทำให้ภรรยา ต้องเดินทางมาทำงานในอเมริกาก่อน ส่วนตัวเองต้องดูแลเรื่องหนี้ธนาคาร

ในอเมริกา “คุณน้อย” ซึ่งผู้ชำนาญในการตัดเย็บเสื้อผ้า ย่อมหางานและปรับตัวกับวิธีการตัดเย็บได้ไม่ยาก เมื่อภรรยามั่นใจว่าสามารถจะอยู่ได้บนแผ่นดินใหม่แห่งนี้ เขาจึงต้องลาออกแล้วเดินทางมาสบทบกับภรรยา ในสหรัฐฯ สิ้นสุดการสอนหนังสือยาวนานถึง 30 ปี

อเมริกาก็ไม่ได้สบาย เพราะยุคสมัยของการขุดทองได้หมดลงนานแล้ว ใช้ชีวิตล้มลุกคลุกคลานมาพอสมควร ต่อมาโชคดีที่มีงานทำที่ไทยแลนด์พลาซ่า ส่วนภรรยา ก็ยังคงทำงานเย็บผ้าที่เธอถนัด

บางช่วงที่งานฝั่งภรรยาดี ก็ลาออกไปช่วย พองานน้อย ไทยแลนด์พลาซ่าก็ยังรับเข้าทำงานอีก

แต่เคราะห์กรรมยังไม่หมด ภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ก็มาเสียชีวิตในต่างแดน เหลือเพียงลูกชายคนโต

อาจารย์เล็กเล่าย้อนว่า ในช่วงที่สอนหนังสือ มีญาติทำงานที่ “แดนเนรมิต” ก็ชักชวนไปหารายได้พิเศษ ด้วยการเดินขายาวในขบวนพาเหรด

เอ่ยถึงการ “เดินขายาว” ขอเล่าย้อนไปนิดหนึ่ง... เป็นการละเล่นพื้นบ้านของบ้านเรามายาวนาน มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป บ้างก็เรียกโก๋งเก๋ง ขาหยั่ง โกกเกก แม้กระทั่งโถกเถก

อยู่ในหมวดเดียวกับ การเดินกุบกับ คือเดินบนกะลาผ่าซีก ควบคุมการเดินด้วยเชือก 

การเดินขายาว ต้องใช้ไม้ไผ่รวกที่มีความแข็งและเหนียว มีขนาดย่อมเส้นรอบ วง ไม่เกินฝ่ามือกำ ลิดกิ่งใบออกให้หมด เหลือไว้แค่แขนง พอเป็นที่เหยียบ ทำเป็นขาเดิน 2 ข้าง เพื่อใช้ก้าวย่างเดินจะทำให้ตัวสูงขึ้น

ประเพณีไทยดอทคอม บอกไว้ว่า การเรียกว่า โกกเกก อาจจะเรียกตามเสียงที่ได้ยินจากการใช้ขาหยั่งเดิน หรืออากัปกิริยาของผู้เดินด้วยขาหยั่ง

คำว่า “โถก” แปลว่า ยาว เช่น คนขาโถก คือคนขายาว ส่วนคำว่า “เถก” แปลว่า เก้งก้าง เดินขาโถกเถก แปลว่า เดินขายาว มีลักษณะเก้งก้าง

วิธีการเล่น การเริ่มต้น ผู้เล่นจะขึ้นไปยืนบนขาโถกเถกแล้วเดินแข่งกัน โดยไม่ให้ตกลงมาหรือเสียการทรงตัว ใครที่เดินนานมีระยะทางไกลกว่าหรือถึงเส้นชัยก่อน โดยที่ไม่ตกเลยจะเป็นผู้ชนะ

นอกจากนี้ นิยมเล่นในการเดินขบวนแห่ในงานประเพณี ทำให้เกิดสีสันของความตื่นเต้น สนุกสนาน

อาจารย์เล็ก ขายาว เล่าให้เราฟังว่า เขาเริ่มหัดเดินขายาวที่ สวนสนุกแดนเนรมิต (ในยุคนั้น) ซึ่งปัจจุบันได้ปิดตัวไปแล้ว

แดนเนรมิต เป็นสวนสนุกกลางแจ้ง ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย บอกว่า อยู่บนเนื้อที่ 33 ไร่ เยื้องกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ริมถนนพหลโยธิน เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2518 มีเครื่องเล่นจากต่างประเทศกว่า 30 ชนิด แดนเนรมิตมีความโดดเด่นที่ปราสาทเทพนิยาย ซึ่งตั้งอยู่ส่วนหน้าของพื้นที่ สร้างขึ้นตามแบบที่ผสมผสาน จากปราสาทเทพนิยาย ของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ กับปราสาทนอยส์ชวานสไตน์ของเยอรมนี ภายในมีเครื่องเล่นต่างๆ อาทิ รถไฟเหาะ เครื่องเล่นรถไฟรางเดี่ยว เรือไวกิง ส่วนจัดแสดงสัตว์โลกล้านปี เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีพาเหรดแฟนตาซี ซึ่งออกเดินไปตามถนนโดยรอบบริเวณ

แต่เมื่อเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2543 แดนเนรมิตปิดให้บริการลงอย่างเป็นทางการ ระยะเวลา 25 ปี

ปัจจุบันยังคงมีปราสาทเทพนิยายตั้งอยู่หลังหนึ่ง และให้เช่าเปิดเป็นสนามแข่งขันรถ มอเตอร์ สปอร์ต แลนด์ โกคาร์ต และกิจกรรมชมและเชียร์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในนัดสำคัญ

เครื่องเล่นต่างๆ ในแดนเนรมิตหลายชนิดมาจากญี่ปุ่น พร้อมทั้งมีวิศวกรทั้งชาวไทยและต่างประเทศร่วมงานกันสร้าง เช่นรถไฟเหาะ กระเช้าลอยฟ้า สูง 35 เมตร ล่องแก่งมหาภัย เรือมหาสนุก เรือบินประจัญบาน เสืออากาศ ม้าหมุน รถมหาสนุก ฯลฯ

สิ่งตื่นตาตื่นใจที่สำคัญคือพาเหรดแฟนตาซี ซึ่งตรงนี้เองที่ อาจารย์เล็ก ขายาว ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ที่ว่างจากงานสอน เป็นการหารายได้พิเศษ นอกเหนือจากเงินเดือนข้าราชการ แต่ที่เหนือกว่านั้นคือความสุข

สำหรับการฝึกฝนการเดินขายาวในขบวนแห่ ยากกว่าการเดินขายาวพื้นบ้าน เพราะต้องใช้ขาที่ยาวกว่า แม้จะมีความชำนาญ แต่ก็อันตราย ถ้าเกิดล้มลง เพราะเท่ากับเป็นการตกจากที่สูง

การล้มอาจเกิดจากพื้นที่ไม่เรียบ เดินสะดุดก้อนหิน หรือเพราะเด็กๆ ที่ชอบแล้วมาเกาะขา ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ลมได้ ส่วนมากจึงนิยมเดินกันเป็นคู่ เพราะหากเสียการทรงตัว ก็สามารถช่วยเหลือกันได้ทัน

สำหรับตัวเอง เคยล้มแรงๆ มาครั้งหนึ่ง ตกลงไปหัวเฉียดกับเหลี่ยมไม้ไปนิดเดียว ซึ่งถ้าเกิดหัวฟาดลงไป ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

อาจารย์เล็กเล่าว่า หลังจากที่ได้เดินทางมาสหรัฐ มีงานพาเหรดต่างๆ ของชุมชนไทย คนที่ทราบว่า เขาสามารถเดินขายาวได้ ก็มาชักชวนให้ไปร่วมขบวน แต่ก็ต้องทำขายาวเอง โดยใช้ไม้ความยาวเมตรเศษๆ  มัดกับเท้า จนถึงข้อเข่า ถ้าตึงไปก็จะเจ็บ แต่ถ้าหลวมไปก็จะหลุด

อาจาร์เล็ก เล่าความฝันของเขาว่า เขาอยากจะเดินขายาวเพื่อทำสถิติโลก แต่เขาคนเดียวทำไม่ได้แน่ เพราะการทำงานแบบหาเช้ากินค่ำ ไม่มีทุนที่จะดำเนินการ จึงอยากมีสปอนเซอร์ซึ่งมองเห็นความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ นอกจากนั้นจะต้องมีวิศวกรผู้ออกแบบขายาว ด้วยวัสดุชนิดเบา รวมทั้งการเกาะยึดกับขาที่แน่นหนาและปลอดภัย   

เขาเองได้เคยทำหนังสือไปยังองค์กรของไทยหลายแห่ง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ อาจเป็นเพราะเขายังไม่เชื่อว่าทำได้ หรือก็ไม่สนใจในกีฬาตรงนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาย่อท้อ ยังคงเดินหน้าสานฝันให้เป็นจริงต่อไป

เขาบอกว่าเสียดายมาก ถ้าไม่ได้ทำ แต่ถ้าทำก็ต้องใช้ทุน ต้องมีสถานที่ซ้อม ต้องใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา ต้องมีโค้ชและการฝึกฝนที่จริงจัง ต้องทำในโรงยิมที่มีความสูงเขาจะมี “สลิง” ผูกอยู่ที่ด้านหลัง และโยงกับคานของหลังคา เพราะถ้าเกิดพลาดพลั้งล้มลง จะไม่เกิดอันตราย

ส่วนขาที่ใช้ฝึก ในอเมริกาก็มีขาย แต่ถ้าเพื่อแข่งขันคงต้องสั่งทำเป็นพิเศษ ต้องเริ่มจากความสูงปานกลางไปก่อนแล้วค่อยๆ ให้สูงขึ้นๆ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เราจะต้องเตรียมอุปกรณ์ขายาวเอาไว้ให้พร้อมด้วย

“ผมมั่นใจว่าจะทำลายสถิติโลกได้ ถ้ามีสปอนเซอร์และทีมงานที่พร้อมจะสานฝันไปด้วยกัน และพร้อมที่จะทำฝันให้เป็นจริง” อาจารย์เล็ก ขายาว กล่าวในที่สุด