Get Adobe Flash player

เกิดมาไม่สวย ศัลยกรรมช่วยได้ โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

เมื่อ 30 ปีก่อนเดินทางมาแอลเอ เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ เช่าละครจีนมาดู หลงไหลจนไม่ยอมหลับยอมนอน ตั้งแต่มังกรหยก กระบี่ไร้เทียมทาน ชอลิ้วเฮียง เซียวฮื้อยี้ แล้วก็มาถึง บูเช็คเทียน ฯลฯ สมัยนั้นมีแต่พระเอก-นางเอก พระรอง-นางรอง เท่านั้นที่หล่อและสวย หน้าตาตัวประกอบก็ธรรมดา ถ้าเป็นระดับ “เสี่ยวเอ้อ” ละก็ ดูแทบไม่ได้...

อยู่แอลเอได้พักใหญ่ ละครเกาหลีก็เข้ามา นับจากเรื่อง แดจังกึม จูมง มาจนถึง ทงอี เป็นที่นิยมของคนไทยมาก นอกจากละครแล้ว ก็มีพวกอาหาร เครื่องสำอาง โด่งดังที่เมืองไทยไม่แพ้กัน

ถึงแม้พวกเราอยู่ที่นี่ ละครเกาหลีก็ยังตามมาถึง เพื่อนบางคนไปซื้อมาจากเมืองไทย แล้วก็ให้เรายืม บางวันไม่เป็นทำอะไร นั่งเฝ้าหน้าทีวี ดูละครเกาหลีประเภทที่เรียกว่าติดงอมแงม 

จนถึงทุกวันนี้ น้องที่ทำงานสมัครเป็นสมาชิกออนไลน์แล้วก็เผื่อแผ่ให้กับพี่ๆ ทีนี้พอว่างเมื่อไรก็เลือกเรื่องที่น่าสนใจดูหมด ดูจนละครเกาหลีผลิตไม่ทัน เราก็เลยลองกลับไปดูละครจีนดูบ้าง เลือกเรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์  เรื่องจริงอิงนิยายที่มีฮ่องเต้ มีพระราชา คราวนี้ประหลาดใจเป็นอันมาก มีอยู่เรื่องหนึ่งพระราชามีทั้งฮองเฮา มีนางสนม 9 คน ทุกคนสวยละลานตาไปหมด  แม้กระทั่งนางใน สาวใช้ก็สวยทุกคน ดาราชายก็หล่อ มีลักยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของแต่ละคน น่ามองอย่างอัศจรรย์…

...นึกขึ้นมาได้ว่าเคยแปลเรื่อง สุดสวยด้วยศัลยกรรม เมื่อประมาณกว่า 10 ปีก่อน  ถึงได้รู้ถึงจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันว่าศัลยกรรมได้พัฒนาและก้าวหน้าไปมากถึงขนาดนี้

เริ่มจากสมัยที่มีงานประกวด “นางงามพลาสติค”  ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มีสาวงาม 19 คน ชิงตำแหน่ง โดยตั้งกฎว่า เป็นบุคคลที่ผ่านคมมีดของหมอศัลยกรรมอย่างน้อย 6 เดือน ไม่ใช่แผลยังไม่แห้งก็มาสมัคร และต้องมีใบรับรองแพทย์

สปอนเซอร์ก็คือพวกคลินิค และบริษัทผลิตเครื่องมือที่ใช้ทำศัลยกรรม ผู้ประกวดทุกคนเดินโชว์ในชุดว่ายน้ำและชุดราตรี ผู้เข้ารอบสุดท้ายต้องตอบคำถามที่แสดงถึงความฉลาด มีไหวพริบ กรรมการตัดสินมี 10 คน เป็นข้าราชการ บรรณาธิการหนังสือแฟชั่น  หมอศัลยกรรมฯลฯ ช่วยกันเลือกผู้ที่งามอย่างมีคุณภาพ เพื่อชี้ให้เห็นว่าความงามธรรมชาติกับงามเพราะศัลยกรรมนั้นไม่ต่างกัน

การผ่าตัดเสริมความงามเป็นเส้นทางสู่อนาคตที่สดใสของหญิงสาว ก็เหมือนการออกกำลังกับอดอาหาร อีกประการหนึ่งเพื่อพัฒนาตัวเอง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สวยงามยิ่งขึ้น เมื่อหนึ่งปีก่อนมีการประกวดผู้หญิงขี้เหร่ที่สุด คนชนะเลิศได้ทำศัลยกรรมฟรี มูลค่า 16,500 เหรียญ

การประกวดนางงามครั้งนี้เป็นครั้งแรกในโลก แสดงถึงผลงานของการผ่าตัดที่มีอิทธิพลปลี่ยนสัญลักษณ์ของผู้หญิงจีน นับจากศตวรรษที่จักรพรรดิ์หลี่ หยู ทรงออกคำสั่งให้ผู้หญิงรัดเท้าให้เล็กที่สุด พวกผู้หญิงต้องทนทุกข์ทรมานกว่า 900 ปี กับความเชื่อที่ว่า ผู้หญิงเท้าเล็กเป็นคนมีเสน่ห์ ดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้าม

จนกกระทั่งถึงสมัยปฏิวัติวัฒนธรรม ช่วงศตวรรษที่ 60 และ 70 คณะทำงานของท่านประธานเหมา ลงโทษเฆี่ยนตีผู้หญิงที่ทาแก้ม ทาเล็บ และมีแปรงผมไว้ในครอบครอง ต่อมาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ผู้หญิงสนใจในเรื่องความงามกันมากขึ้น คนมีหน้าตาสะสวยเป็นกำไรที่เสริมพลัง ได้งานการดี เงินตอบแทนสูง หรือไม่ก็หาสามีร่ำรวยง่ายขึ้น เป็นเหตุให้หญิงสาวทุกคนพยายามทำทุกอย่างเพื่อประสบความสำเร็จ แม้จะต้องลงทุนเปลี่ยนใบหน้าและแปลงร่างเสียใหม่ ทำให้อุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมทำรายได้ปีที่แล้ว 3.5 ล้านเหรียญ

การทำตาสองชั้น เป็นที่นิยมมากของผู้หญิงอายุตั้งแต่ 20 ถึง 30 เศษ ราคา 240 เหรียญ ยังพอสู้กันได้สำหรับคนที่มีเงินเดือน 1,000 ถึง 2,000 เหรียญ ทำจมูกให้เรียวเล็ก ราคา 600 เหรียญ หมอบางคนมีคนไข้ผ่าตัดวันละ 10 ราย ทำตาให้โต เสริมจมูกให้โด่ง สองอย่างนี้สำคัญมาก เทียบได้กับอาหารหรือน้ำที่จำเป็นต่อชีวิต ส่วนการดูดไขมัน เสริมหน้าอก ฉีดโบท็อกให้ใบหน้าสดใส ดูอ่อนเยาว์ปราศจากรอยย่น นิยมเป็นอันดับรองลงมา

เริ่มจากการโฆษณาถึงความงามด้วยศัลยกรรมในประเทศครั้งแรก ด้วยสโลแกนว่า “ผู้ชายคือผู้เนรมิตความงาม” ก็มีนักเขียนอิสระนิตยสารแฟชั่น ชื่อ เฮา ลูลู อายุ 26 ปี ลงทุนผ่าตัดใหญ่ 14 ครั้ง หน้าผาก ตา จมูก โหนกแก้ม ริมฝีปาก ฟัน คาง คอ หน้าอก เอว หน้าท้อง ก้น ขาอ่อน หัวเข่า ริ้วรอยแตกระแหง และแต่งกลีบหู ในราคาเหมา 50,000 เหรียญ จนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากผู้หญิงรูปร่างอ้วนเตี้ย ม่อต้อ สู่รูปร่างผอมบางสวยสคราญราวกับรูปแกะสลักของเทพธิดา ทำให้เธอกลายเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังในทันใด มีผู้หญิงเกือบสามร้อยล้านคนที่ดูรายการโทรทัศน์เรื่องของเธอทำตาม ว่าได้รับแรงจูงใจจากใบหน้าที่งดงามของ เฮา ลู ลู…ต่อมามีคนติดต่อให้เข้าประกวด เธอปฏิเสธให้เหตุผลว่า ในหัวใจของเธอมีความสุขสมบูรณ์พอแล้ว ไม่ต้องการเปรียบเทียบกับคนอื่น และไม่อยากเสี่ยงกับคำวิจารณ์ที่ว่าผ่าตัดไม่ดีพอ

สาวงามเข้าประกวดคนหนึ่งที่ศัลยกรรมช่วยพลิกชีวิตอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ชื่อ เกา แดนแดน อายุ 22 ปี จากจังหวัดวูฮัน เมื่อก่อนรูปร่างอ้วนท้วนบวกกับใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นของฝีดาษ เธอฝันอยากทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ไปสมัครงานที่โรงแรม 2-3 แห่ง แต่ไม่มีใครรับ ลองไปสมัครเป็นโฮสที่ภัตตาคาร เจ้าของบอกว่า…อย่าว่ายังงั้นยังงี้เลยนะ ไปเป็นคนทำความสะอาดจะเหมาะกว่า เวลาลูกค้าเห็นหน้าแล้วกินข้าวไม่ลง…สาวเกาก็เลยไปเป็นคนงานตามคำแนะนำ ทำได้สักพักอ่านพบโฆษณาในหนังสือพิมพ์ รับสมัครคนขี้เหร่เป็นหุ่นได้ทำศัลยกรรมฟรี เพื่อประชาสัมพันธ์โรงพยาบาล สาวเกาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว คิดว่าดีกว่าก้มหน้าก้มตาเป็นคนงานตลอดชีวิต เธอต้องอดทนอยู่บนเตียงผ่าตัดฟรี 9 ครั้ง ใช้เวลา 3 เดือน ฉีดโบท็อกซ์ ดูดไขมันที่สะโพก ที่พุง ต้นขา รอยแตกจากความอ้วน ทำตา จมูก ขัดผิวหนังที่หน้าขจัดแผลเป็น เหลากราม ถ้าต้องเสียค่าใช้จ่ายจะเป็นเงิน 24,000 เหรียญ

สาวเกาเล่าว่า มันทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิต แต่คอยปลอบใจตัวเองว่า ความเจ็บปวดเดี๋ยวก็หายแต่ความงามจะคงอยู่ตลอดกาล แล้วก็เป็นอย่างที่คิด จากผู้หญิงที่ไม่มีใครรับเข้าทำงาน กลายเป็นสาวร่างโปร่ง หน้าตาสะสวย ผิวหน้าเรียบเนียน รูปหน้ายาวรี พอหายสนิทแทบจำตัวเองไม่ได้ มีความสุขที่สุดในชีวิต เหมือนเป็นเจ้าหญิงที่พ้นจากคำสาป การงานก็เปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง เป็นไกด์ทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยวเศรษฐีจากทุกประเทศแถบเอเซีย ได้เงินเดือน 5 เท่าจากหน้าที่คนทำความสะอาด

ผลจากความงามของ เกา แดนแดน กับ เฮา ลูลู เหมือนเป็นการป่าวประกาศว่าศัลยกรรมเป็นเรื่องง่าย เฮา ลูลู ยอมรับว่า ทรมานกับหน้าตาที่ระบม บวมเป่งเหมือนปลาปักเป้าอยู่หลายเดือน ออกนอกบ้านไม่ได้ รู้สึกทั้งกดดัน และทุรนทุรายอย่างหนัก ใบหน้าของเธอเหมือนพ่อตั้งแต่เกิด การที่ลูกแปลงโฉมทำให้พ่อน้อยใจ ส่วนแม่เข้าข้างลูกสาว พ่อกับแม่ก็เลยทะเลาะกันทุกวัน จนกระทั่งหายปกติ พ่อรับได้เพราะลูกสาวกลายเป็นคนสวยที่ใครๆ ก็กล่าวขวัญถึง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องไม่เหมือนเดิม ส่วนแฟนให้กำลังใจตลอดเวลา บอกว่าผู้ชายทุกคนอยากให้แฟนสวยขึ้นกันทั้งนั้น ก่อนหน้าศัลยกรรมเธอกลัวมาก ถ้าหากผลออกมาแย่กว่าเก่าจะยังไง แฟนก็เข้าใจตอบ…ผ่าตัดเรียบร้อย รับรองว่าไม่มีทางขี้เหร่ไปกว่าที่เป็นอยู่นี้แน่นอน…

สาวงามอีกคน ชื่อ หวัง หยวน อายุ 18 ปี เพิ่งจบไฮสกูลจากเมืองเทียนจิน ฝันอยากเป็นนางแบบ ที่เข้าประกวดก็เพื่อพิสูจน์ว่าศัลยกรรมไม่ได้ทำให้จิตใจของคนเปลี่ยนไป เพียงแต่เป็นการพัฒนาสิ่งบกพร่องให้สมบูรณ์ คำว่าบกพร่องทางลักษณะของชาวจีนคือ จมูกไม่โด่ง หน้าแป้น ตาชั้นเดียว และสาวหยวนก็มีลักษณะตรงตามตำราทุกประการ เธออยากให้เหมือนชาวตะวันตก จะได้ดูโดดเด่นท่ามกลางพวกดาราภาพยนตร์จีน หยวนทำนัยน์ตาให้เป็นสองชั้นกลมโต ฉีดซิลิโคนเสริมจมูกให้โด่ง เหลาแก้มและกรามให้หน้าเรียว ทำให้ใบหน้าเป็นรอยแผลบวมตุ่ยอยู่สามเดือนกว่าจะหาย แต่ผลที่ได้น่าตื่นเต้นมากสมกับที่ต้องอดทนกับความเจ็บปวด

อีกสองสาว นิว มู และ เฟง เคียน อายุ 22 ปี ทำตา ทำจมูก เหลาหน้าให้เป็นรูปหัวใจเหมือนกัน กำลังฝึกงานด้านศัลยกรรม แม่ของเฟงเคียนเคยเล่าถึงอดีตว่า แอบใช้มันหมูทาหน้าในฤดูหนาวไม่ให้แห้งผาก

สาวงามทั้ง 19 คน มีทั้งสาวออฟฟิส นักธุรกิจหญิง พนักงานธนาคาร และอินเทิร์น คนที่อายุมากที่สุดเป็นคุณย่าของหลาน 5 คน ชื่อ หลิว ยูหลัน อายุ 62 ปี เคยใช้ชีวิตวัย 20 เศษ ยุคท่านประธานเหมา ใบหน้าปล่อยตามธรรมชาติ แต่งกายรัดกุมด้วยชุดสีเทา พลาดโอกาสได้เป็นคนสวยในวัยที่กำลังแรกรุ่น ตอนนี้ก็ยังไม่สาย คุณย่ากันคิ้วสูง ดึงเนื้อที่คอจนตึง ทำตาสองชั้น ดูดไขมัน ใช้เลเซอร์ลบรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า พอแผลหายสนิท จากคุณย่ากลายเป็นคุณพี่ ลดอายุจาก 62 เหลือ 30 ปี ได้ย้อนเวลาไปหาอดีตกับความรู้สึกชื่นมื่นในหัวใจ…แต่ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับหน้าตาสมัยสาวๆ ได้ เพราะผู้หญิงสมัยนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ดูกระจกส่องหน้า

การประกวดใช้เวลานานมาก ห้าชั่วโมง ในที่สุดก็ประกาศผลผู้ชนะเลิศคือ เฟง เคียน กรรมการให้เหตุผลว่า เธอเป็นคนฉลาดที่พูดถึงบทบาทของการทำศัลยกรรมกับสังคมได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว ได้รับรางวัลเป็นบัตรสมาชิกคันทรี คลับ มูลค่า 6,000 เหรียญ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้กับอุตสาหกรรมศัลยกรรม ส่วนตำแหน่งสำหรับคนที่มีใบหน้าสวย ได้แก่ เกา แดนแดน และ นิว มู ได้ตำแหน่งมิสป็อบปูล่า

มีสิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ การทำศัลยกรรมในจีนไม่เป็นระบบ ใครก็เป็นหมอหรือเปิดคลินิคได้โดยไม่ต้องมีใบประกาศรับรอง ฉะนั้นถ้าให้หมอเถื่อนทำแบบลวกๆ ก็ต้องเสียเงินซ้ำสองให้หมอจริงแก้ไข บางครั้งแก้ไม่ได้ เสียโฉมตลอดชีวิต มีพยาบาลคนหนึ่งให้หมอไม่มีประสบการณ์เหลากรามทำหน้ารูปไข่ ผลปรากฏว่าหุบปากหรือเคี้ยวอาหารแข็งไม่ได้อีกเลย 

เฟง เคียน ผู้ครองตำแหน่งรู้ดีว่า ดาวดวงเด่นจริงๆ ในงานคืนนั้นก็คือ อุตสาหกรรมศัลยกรรมพลาสติคที่กำลังทำเงินสูงสุด เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า…หวังเป็นอย่างยิ่งว่าตำแหน่งของดิฉัน จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนอยากทำศัลยกรรม ก็ขอให้ตัดสินใจได้เลย ไม่มีคำว่าผิดหวัง.