Get Adobe Flash player

ครุศิลปะสร้างสรรค์งานศิลปะ(1) กับศิลปินแห่งชาติ รุ่นที่ 8 โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ประธานสภาศิลปกรรมไทยสหรัฐอเมริกา ประธานโครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ ได้พาคณะครูรุ่นที่ 8 ดูงาน 5 รัฐ แคลิฟอร์เนีย ลาสเวกัส อริโซน่า อะบูเคอร์กี้ นิวเม็กซิโก

ดร.กมลเล่าว่า ท่องเที่ยวไปตามเมืองต่างๆ เป็นเวลา 5 คืน 7 วัน  สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งที่เมืองซานตาเฟ่ รัฐนิวเม็กซิโก พิพิธภัณฑ์ของศิลปินหญิงที่มีชื่อเสียงชื่อ จอร์เจีย โอคีฟ เสียชีวิตเมื่ออายุ 99 ปี เป็นชาววิสคอนซิน ไปสร้างชื่อเสียงที่นิวยอร์ค พอสามีเสียชีวิตก็ย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองซานตาเฟ่ วิถีชีวิตมุ่งด้านธรรมชาติ เก็บกะโหลกสัตว์ ซี่โครง หัวกวาง ดอกไม้ฯลฯ มาประกอบเป็นงานศิลปะ เป็นวีรสตรีศิลปินคนแรกที่โด่งดังมาก  ชาวซานตาเฟ่รักจอร์เจีย โอคีฟ จึงช่วยกันรวบรวมเงินเข้าไปช่วยบริหารจัดการ นำไปซื้อที่ดิน จัดตั้งเป็นมูลนิธิ เพื่อสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บงานศิลปะ ทำให้งานของศิลปินไม่มีวันตาย ระหว่างที่มีชีวิตก็สร้างงานตลอด เป็นเวลา 50 ปี ได้ประมาณ 2,000 ชิ้น

นอกจากนี้ที่ซานตาเฟ่ มีหอศิลป์ประมาณ 200 แห่ง กลายเป็นสถานที่ดึงดูดให้คนจากทั่วโลกไปเที่ยว มีกลิ่นไอของศิลปะเซาท์เวสต์อาร์ท  มีการแสดงที่จัดหมุนเวียนเปลี่ยนไป

ทั้งยังรักษาสไตร์ของอินเดียนแดงโบราณ พัฒนาจากบ้านดิน ควบคุมโทนสีให้คงไว้เป็นเอกลักษณ์ น้ำตาล-แดง ลักษณะการตกแต่งอาคารการก่อสร้าง โรงแรมเปิดใหม่ก็ยังคงไว้ การใช้ชีวิตของศิลปินแตกต่างจากศิลปินที่อยู่นิวยอร์ค กลายเป็นแห่งเดียวในอเมริกาที่เป็นผลประโยชน์อย่างยิ่งต่อคณะครู เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้เห็นว่าการทำพิพิธภัณฑ์ โดยมีจอร์เจีย โอคีฟ เป็นแม่เหล็ก ทำให้ผลงานของศิลปินระดับโลกมาเก็บไว้ที่นี่จำนวนมาก

โครงการฯ นี้จัดทุกปีเพื่อให้คณะครูได้มีโอกาสเดินทางมาจัดนิทรรศการยังสหรัฐฯ ครั้งนี้ที่พิเศษคือ มีทั้งครูสอนชั้นประถม-มัธยม ครูสอนเด็กชาวเขา ครูสอนทหาร ซึ่งตักตวงทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะนำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนเตรียมทหาร เราได้พัฒนาหลายด้านจนถึงจุดนี้ เป้าหมายกระจายออกไป ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม…

สำหรับความรู้สึกประทับใจที่คณะครูอาจารย์คิลปะได้รับ  

อาจารย์ณภัทร ธรรมนิยา มหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่ม เดินทางมาอเมริกาครั้งแรก...ในส่วนแรกถือว่ากายภาพเปลี่ยนเราให้เทียบเคียงกับสิ่งที่เราอยู่ กายภาพของสถานที่ งานศิลปะ มีมติหลายอย่าง เช่นขนบธรรมเนียม บ้านเมือง เทียบเคียงแล้วได้เรียนรู้ ส่วนที่สอง เคยดูงานศิลปะแต่ในหนังสือ ครั้งนี้ได้เห็นของจริง เห็นความแตกต่างทำให้เข้าใจและเชื่อมั่นมากขึ้น   

เมื่อกลับไปก็จะนำประสบการณ์นี้ไปเล่าสู่กันฟัง แต่ก่อนได้รับการผ่องถ่ายมาซึ่งเราไม่เคยเชื่อ พอได้ถ่ายรูปหิมะจากประสบการณ์จริง   ทำให้มีเรื่องราวอธิบาย ผ่องถ่ายให้กับลูกศิษย์ กับคนที่เรารู้จัก การเห็นของจริงกับเห็นรูปแล้วพูดด้วยปากย่อมไม่เท่ากันแน่ๆ เที่ยวนี้เต็มอิ่มมาก

อาจารย์กมลมีรายการที่ให้ไปดูแน่นมาก เพราะเรามีเวลาจำกัด  จึงซึมซับแค่กายภาพ ความเข้าใจจริงๆ อาจยังไม่ค่อยถึง เรามีคำถามมากกายเรื่องอินเดียนแดง แต่ก็ได้แค่เห็น ถ้าให้ลึกซึ้งจริงๆ คงใช้เวลาครึ่งปี รุ่นผมพิเศษตรงที่ได้เห็นหิมะ เมื่อก่อนคิดว่าถ้าเจอหิมะจะเอามาราดน้ำแดงนั่งซด แต่พอพบจริงๆ ไม่ใช่เลย ผมไม่เคยใช้ชีวิตติดลบ 4 องศา ส่วนแกรนด์แคนย่อนทำให้เราตัวเล็กมากๆ นี่คือพลังธรรมชาติของโลก ที่ปรากฏผลทางสายตาให้ได้เห็น

 ผมดีใจที่ได้มารวมกลุ่มกับน้องๆ เพื่อนๆ จนทำให้เกิดภาพแห่งความสุข พวกเราสนุกสนานโดยไม่มีปรุงแต่ง มีความสามัคคีกันมาก ทุกคนมีหน้าที่การงาน มีตำแหน่ง วันนี้เรามาอยู่ด้วยกัน วางมันไว้แล้วรู้จักกันโดยบริสุทธิ์...    

อาจารย์สุรเดช วัฒนาประดิษฐชัย ศิลปินอิสระ จาก จ.กาฬสินธุ์ มีความรู้สึกว่า มีการเรียนรู้กับภาพวาดที่ปะทะต่อความรู้สึก สิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากนั้นประทับใจที่ได้เรียนรู้การดำเนินชีวิต การวางตัว การทำงานของอาจารย์กมล ท่านเสียสละค่อนข้างมาก เราเห็นตรงนี้ว่าทำไมถึงเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ได้ในต่างแดน เห็นถึงน้ำใจ เห็นถึงการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับน้องๆ หลานๆ

คำว่าศิลปินอิสระ แรกๆ ผมคิดว่าคือวาดรูปเป็น ทำงานศิลปะได้  แต่มันมากกว่านั้น คือ เราต้องมีกิจกรรม ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ต้องเสียสละ ต้องทำตัวเองไม่ใช่เป็นเพียงช่างวาดรูป ช่างที่ทำงานศิลปะอย่างเดียว ต้องให้ความรู้กับสังคมด้วย

รู้สึกประทับใจไปหมด ที่นี่แตกต่างจากที่บ้าน สิ่งแวดล้อม เดินทางตลอดไม่รู้สึกว่าเหนื่อย เพราะมีพี่มีน้องที่คอยให้กำลังใจกัน พูดคุยอย่างสนุกสนานตลอดเวลาเดินทาง

ล่าสุดผมนำศิลปะที่เกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 ไปแสดงที่ จ.กาฬสินธุ์ พาเด็กๆ มาทำงานศิลปะ แต่ไม่เคยคิดไกลขนาดมาอเมริกา   อาจเป็นเพราะเข้าตากรรมการ บุญพาวาสนาส่งถึงได้มาถึงตรงนี้

ศิลปินอิสระที่บ้านเราไม่ใช่เรื่องง่าย ผมต้องทำอาชีพอื่นควบคู่ไปด้วย ผมคุยกับอาจารย์กมลว่าใช้ชีวิตอย่างไร ผมทำงานเพื่อสนองจิตใจตัวเอง ส่งงานไปประกวดตามเวทีต่างๆ ในประเทศไทย...

อาจารย์จันทรา เวียงจันทร์ โรงเรียนบ้านมูเซอ อ.อมก๋อย  จ.เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนชนเผ่า ซึ่งมี 2 ชนเผ่าด้วยกัน คือ เผ่ามูเซอกับเผ่ากระเหรี่ยง สอนชั้น ป.4 ถึง ม.3 มีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 300 คน ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม.3 ตอนที่เริ่มสอบบรรจุได้ที่จังหวัดตาก เป็นโรงเรียนชนเผ่าเหมือนกัน ที่นั่นเป็นม้ง 90 เปอร์เซนต์ นอกนั้นมีเย้า กระเหรี่ยง และพม่า เด็กๆ พูดภาษาไทย จากบ้านไปถึงตากประมาณ 7 ชั่วโมง มีบ้านพักครู หนึ่งเดือนกลับบ้าน 2 ครั้ง พอครบ 2 ปี ขอย้ายเข้าจังหวัดเชียงใหม่ จากบ้านถึงโรงเรียน 4 ชั่วโมง

มีความสุขเมื่อได้สอนเด็กๆ แต่ที่นั่นก็มีปัญหาเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี นิสัยใจคอ โรงเรียนที่สอนแห่งแรกอันตรายมากกว่า เพราะกฎหมู่เหนือกฎหมาย มีทั้งยิง ฉุดและปล้น  

เด็กเรียนจบแล้วไปเรียนต่อน้อยมาก แค่ 5 เปอร์เซ็นต์ เพราะพ่อแม่ไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษามากนัก เพียงแต่อยากให้ลูกอ่านออกเขียนได้ ค้าขายได้ ส่วนชนเผ่ากระเหรี่ยงอยู่ห่างไกลจากโรงเรียน มีเด็กกระเหรี่ยงประมาณ 150 คน อยู่หอพักในโรงเรียน ทุกวันศุกร์มีรถรับส่งเด็กกลับหมู่บ้าน เด็กกระเหรี่ยงฐานะค่อนข้างยากจนกว่ามูเซอ พ่อแม่ค้าขาย และเขาอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม ทั้งการแต่งกาย ไม่ไปตามสมัยจึงไม่ค่อยสิ้นเปลือง...

ความประทับใจที่ได้มาที่นี่ เริ่มตั้งแต่อบรมด้วยกัน ก็กังวลตลอดว่าจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แต่พอได้มาก็สนุก ได้ประสบการณ์จากธรรมชาติ แม้ว่าอยู่ดอยอยู่เขาก็จริง แต่ได้มาเห็นธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์มาก ศิลปะทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่ โอกาสอย่างนี้ไม่เคยคิดว่าเราจะได้... 

อาจารย์สุกิจ ชูศรี วิทยาลัยช่างศิลป์นครศรีธรรมราช สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จ.นครศรีธรรมราช สำหรับผมถือว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์ของตัวเอง ได้เห็นชีวิต สังคมและงานศิลปะอีกซีกโลกหนึ่ง ทำให้ได้ประสบการณ์ ได้เปรียบเทียบกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ในสังคมเรา อย่างผมพอมีประสบการณ์ในโซนเอเซีย ยุโรป มาอเมริกาครั้งแรก

จากที่อ่านหนังสือ ดูในโซเชียล สารคดีต่างๆ เมื่อได้มาสัมผัสจริงๆ รู้สึกว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นเพียงแค่ส่วนเดียว จากที่อาจารย์ได้พาไป ได้สัมผัสบรรยากาศ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ซึ่งเราไม่สามารถไปชมหมู่บ้านอินเดียนแดงด้วยตัวเองได้ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่พิเศษมากๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานศิลปะ ผมเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะ แล้วได้มาเห็นของจริง ทำให้มีชีวิตชีวามากขึ้น ได้เห็นสภาพของสังคมที่เขามีงานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต สังเกตจากที่มีพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์มากมาย มีคนเข้าไปชม พ่อแม่ลูก ครอบครัวฯลฯ ที่บ้านเราไม่มี คิดว่าคงอีกนาน...     

อาจารย์จุมพิตา วัฒนวิจารณ์ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา จ.ลำพูน ความคาดหวังครั้งแรกที่ได้มาต่างประเทศ เพื่อชื่นชมงานศิลปะ ได้เห็นสิ่งที่เคยเรียนในหนังสือ ประทับใจในช่วงแรกเลย ได้ดูงานศิลปะตามรัฐต่างๆ ได้เห็นความแปลกใหม่ พอกลับมาแอลเอก็ได้ดูพิพิธภัณฑ์ เห็นงานศิลปะระดับโลก ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นของจริง ถึงได้รู้ว่ามีความพิเศษในรายละเอียด

ประทับใจมากที่สุด เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตระหว่างที่อยู่ที่นี่มากกว่า ศิลปินที่ยิ่งใหญ่อย่างอาจารย์กมล เป็นครูที่ดี ถ่ายทอดให้พวกเรา อธิบายระหว่างการเดินทางในทุกๆ เรื่อง ที่เราไม่สามารถหาได้จากตำรา ตำราของเราเป็นภาษาไทย ตำราภาษาอังกฤษกว่าจะค้นคว้าหามาได้ แต่ท่านมีความรู้มาก งานศิลปะเป็นความคาดหวังที่เราจะมาดูอยู่แล้ว จากที่อาจารย์ถ่ายทอด เราก็มาดูว่าจะนำไปถ่ายทอดให้เด็กได้อย่างไรและจะปฏิบัติตัวอย่างไร...  

อาจารย์ตันติกร โนนกอง โรงเรียนเทศบาลโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร นับตั้งแต่สมัครเข้ามาในโครงการ คัดจาก 200 คน เหลือ 70 คน  เข้ารับการอบรม 5 วัน ทุกวันศิลปินแห่งชาติมาบรรยาย มีเวลาทำงานก่อนวันสุดท้าย ต่างคนต่างทำ เมื่อมีเวลาน้อย ผมจึงต้องทำงานให้เต็มที่ ผมทำ 5 ชิ้น เรื่องความประทับใจในอาชีพของพ่อ เป็นช่างซ่อมรถ พ่อทำงานด้วยความขยันอดทน พอเพียง ดำเนินชีวิตแบบในหลวง พอประกาศผล รู้ว่าตัวเองได้ ดีใจและภูมิใจมาก

โครงการนี้ดำเนินมา 8 ปี ดีมากๆ สำหรับครูบาอาจารย์ ได้ฟังคำบรรยาย ทำงานศิลปะกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้มาพบปะคุยกันในเรื่องของศิลปะ โครงการนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ครูศิลปะ เพื่อจะได้นำเทคนิค วิธีการไปสอนนักเรียน ผมอยากให้มีต่อไปเรื่อยๆ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและการพัฒนาวงการศิลปะของเรา

ประทับใจอาจารย์กมล ป้านวล พี่ติ๊ก พี่ต๋อย เหมือนเป็นครอบครัวหลังที่ 2 ของเรา อยู่ด้วยความอบอุ่น อาจารย์คุยถึงเรื่องราวชีวิตพื้นฐาน  ได้ไปหอศิลป์ซึ่งมีงานศิลปินระดับโลก แต่ละชิ้นมีมูลค่าที่ประเมินไม่ได้   เห็นการพัฒนาแต่ละยุค ทำให้เราคิดและย้อนกลับไปดูงานตัวเอง เพื่อช่วยปรับปรุงและพัฒนางานของเราต่อไป...

(อ่านต่อฉบับหน้า)