Get Adobe Flash player

ครุศิลปะสร้างสรรค์งานศิลปะ (2) กับศิลปินแห่งชาติ รุ่นที่ 8 โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ประธานสภาศิลปกรรมไทยสหรัฐอเมริกา ประธานโครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ ได้พาคณะครูรุ่นที่ 8 ดูงาน 5 รัฐ แคลิฟอร์เนีย ลาสเวกัส อริโซน่า อะบูเคอร์กี้ นิวเม็กซิโก

ดร.กมลเล่าว่า ท่องเที่ยวไปตามเมืองต่างๆ เป็นเวลา 5 คืน 7 วัน  สถานที่สำคัญ หอศิลป์ ฯลฯ  ที่เป็นผลประโยชน์อย่างยิ่งต่อคณะครู เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้เห็นว่าการทำพิพิธภัณฑ์ เป็นแม่เหล็ก ทำให้ผลงานของศิลปินระดับโลกมาเก็บไว้ที่นี่จำนวนมาก

โครงการฯ นี้จัดทุกปีเพื่อให้คณะครูได้มีโอกาสเดินทางมาจัดนิทรรศการยังสหรัฐฯ ครั้งนี้ที่พิเศษคือ มีทั้งครูสอนชั้นประถม-มัธยม ครูสอนเด็กชาวเขา ครูสอนทหาร ซึ่งตักตวงทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะนำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนเตรียมทหาร เราได้พัฒนาหลายด้านจนถึงจุดนี้ เป้าหมายกระจายออกไป ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม…

สำหรับความรู้สึกประทับใจที่คณะครูอาจารย์คิลปะได้รับ  (ต่อจากฉบับที่แล้ว)   

อาจารย์ธัญญ บัวระภา โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพมหานคร   ที่โรงเรียนจะเน้นหนักทางด้านภาษาและวิชาการ เด็กไม่เข้าใจเรื่องศิลปะ เป็นเด็กสังคมเมือง ไม่รู้สึกถึงธรรมชาติ ส่วนมากเวลาให้วาดภาพจะวาดเป็นตึก บ้าน รถ  งานส่งประกวดน้อยมาก มีเด็กฝีมือดีตั้งแต่ป.1 ถึงมัธยมที่เคยสอน เขาวาดจากความรู้สึกของเขาได้ ใช้สีของเขาได้ แต่พอจะจับให้ทำงานประกวด เพื่อจะเตรียมความพร้อม ก็เกิดปัญหาเพราะผู้ปกครองมองว่าศิลปะไม่จำเป็นสำหรับลูก ถือว่าเรียนศิลปะ โตขึ้นไปเอาไปทำอะไรไม่ได้ เป็นแค่วิชาเสริม ก็พยายามอธิบายให้ผู้ปกครองฟังถึงคำว่าศิลปะ มองไปรอบตัวก็เป็นศิลปะ ไม่ว่าออกแบบเสื้อผ้า สร้างบ้านที่อยู่อาศัย

แรกๆ ลำบากใจ แต่ในเมื่อศึกษาศิลปะมาพอสมควร ก็เอาไปปรับใช้กับเด็ก พ่อแม่บางคนคิดว่าลูกสมาธิสั้น อยากใช้ศิลปะบำบัด แต่ที่จริงเด็กที่วาดภาพจะมีจิตใจที่จรดจ่อกับงานได้ไม่นาน อย่างมากไม่เกินครึ่งชั่วโมง ส่วนเด็กมัธยมจะจริงจัง เด็กประถมจะวาดตามอารมณ์ของเขา...

ตอนที่เข้าอบรมได้พบรุ่นพี่รุ่นน้อง ทำงานจึงไม่เครียดว่าต้องไปแข่งขันกับใคร คิดว่ามาทำงานร่วมกับพี่กับน้อง ประเด็นสำคัญคือได้ฟังแนวคิดดีๆ การสร้างสรรค์ผลงานกับศิลปินแห่งชาติหลายท่าน ทำให้รู้สึกว่ามีไฟ อยากจะสร้างสรรค์ผลงานบ้าง พอได้รับคัดเลือกก็  ประทับใจที่ได้ พบกับสถานการณ์หลายๆ อย่าง พายุหิมะ อากาศที่เปลี่ยนแปลง ทุกคนที่มามีใจรักในงานศิลปะ แต่ละคนมีแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เหมือนกัน ทำให้นำมาปรับใช้กับตัวเองได้ด้วย                 

อาจารย์วรรณลพ มีมาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฏร์ธานี ประทับใจกับธรรมชาติ วิถีชีวิตที่เราไปกันตั้งแต่เริ่มต้น  ในรัฐต่างๆ เป็นธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และงดงาม บางคนอาจมองว่าเป็นภูเขา เป็นทิวทัศน์ เป็นความงาม แต่ที่เราเรียนศิลปะกลับคิดถึงชีวิตหรือองค์ประกอบต่างๆ ปัจจัยสำคัญของศิลปะ สี ลายเส้นเป็นภาพวาด นอกจากที่เห็นธรรมชาติทั่วไป

ประทับใจกับเส้นทางที่ผ่านไป มองเป็นภาพวาดต่างๆ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของแต่ละรัฐ แต่ละพื้นที่ มีความงาม สะท้อนเรื่องของการอนุรักษ์ศิลปะแบบซานตาเฟ่ การดำเนินชีวิตในแต่ละวันมีความหลากหลายมาก การอนุรักษ์หรือการเชิดชูศิลปะ พอกลับมาได้เห็นงานระดับโลกที่ไม่เคยเห็น รู้สึกว่าเราเข้าใกล้ชิดกับสิ่งที่ไม่เคยเห็น และเป็นความภาคภูมิใจในแง่ของการดูงานศิลปะที่แท้ของโลก ทั้งหมดที่ได้รับจะนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์กับลูกศิษย์   

น.ต.กฤศ จินดารัตน์ โรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก ผมจบสาขาประติมากรรมไทยจากเพาะช่าง ช่วงที่เรียนทำงานกับอาจารย์ พอเรียนจบอาจารย์ให้ไปช่วยทำงานที่บ้าน ช่วงหนึ่งอาจารย์ไปรับงานที่โรงเรียนเตรียมทหาร ทำโมเดลสงครามเก้าทัพ เกี่ยวกับทำยุทธหัตถี และการเสียดินแดนให้กับฝรั่งเศส อาจารย์ให้ผมไปคุมงาน พอกลับมา ทางโรงเรียนโทรฯ มาตามให้ไปช่วยสอน และบรรจุให้เป็นนายทหาร ผมเป็นรุ่นแรกที่เข้าไปเปิดหลักสูตรศิลปะเป็นวิชาบังคับ เมื่อปี 2547  สอนอาทิตย์ละหนึ่งคาบ ก็มีนักเรียนบางคนที่โดดเด่นทางด้านศิลปะตั้งแต่ม.ต้น

ผมสอนพื้นฐานวิชาทัศนศิลป์ ไม่เน้นให้นักเรียนเตรียมทหารจบออกมาแล้วเป็นศิลปิน เมื่อจบเตรียมทหารแล้วก็ขึ้นเหล่าเลย แต่บางคนเกรดไม่ถึงไม่สามารถขึ้นเหล่า ก็สามารถไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้

ช่วงแรกๆ ยากมากเพราะเด็กหัวกะทิของประเทศทั้งหมดมาอยู่ที่นี่ ปีหนึ่ง 600 กว่าคน แรกๆ ที่เขารู้ว่าต้องเรียนศิลปะ พากันทำหน้าตกใจว่าต้องเรียนด้วยหรือ อุตส่าห์หนีมาแล้ว

หลังจากที่ได้เรียนแล้ว ก็มีพัฒนาการมากขึ้นจากที่เรียนตอนปีหนึ่ง เด็กบางคนโดดเด่นขึ้นมาสัก 10 เปอร์เซ็นต์ มีความคิด จินตนาการ สามารถเขียนรูปโดยตีความจากบทความที่เขาเคยเขียน ผมเคยพานักเรียนไปชมงานของศิลปินแห่งชาติที่หออัครศิลปิน และของในหลวงทั้งหมดทุกปี เด็กก็เริ่มสนใจ เริ่มมองนานขึ้น มีบางคนที่ติดสภาพเดิมถึงความสวยและไม่สวยเท่านั้นเอง 

ครั้งนี้ผมรวบรวมข้อมูลทั้งหมด อัดเทปคำพูดที่อาจารย์กมลอธิบาย จะไปเปิดให้นักเรียนฟัง เจะอาแนวทางการทำงานของศิลปิน และจะให้นักเรียนลองปฏิบัติดู... 

 อาจารย์สุชาติ สุขนา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จ.มหาสารคาม  ผมตื่นเต้น ดีใจมากที่มีโอกาสได้มากับโครงการนี้ ผมเป็นคนชอบศึกษาและพยายามที่จะเรียนรู้ รู้จักคน รู้จักวัฒนธรรม รู้จักธรรมชาติ ซึ่งในแต่ละที่ แต่ละประเทศ มีความแตกต่างกัน ได้พบเห็นสิ่งที่แตกต่างจากเมืองไทยเยอะมาก เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นไปหมด

ระยะเวลาตั้งแต่เข้ามาและข้ามไป 4 -5 รัฐแล้วกลับมาที่นี่ เป็นโครงการศิลปะก็จริง แต่ผมว่าสิ่งสำคัญคือเรื่องของชีวิตมากกว่าที่ผมประทับใจ ตื่นตาตื่นใจกับการปรับตัวของผู้คน ในตามสภาพแวดล้อมธรรมชาติ รูปแบบของชีวิต รูปแบบศิลปะ รูปแบบวัฒนธรรม ที่เกิดจากความจำเป็นหรือการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติได้ ทุกอย่างมีความหมายกับชีวิตและผู้คนทั้งนั้น แต่ละที่ก็แตกต่างกัน 

ระหว่างที่นั่งรถไป ได้ศึกษาศิลปะยุคเก่า สมัยใหม่ ผมสอนวิชาศิลปะไทย ซึ่งเป็นเรื่องของวัฒนธรรม ศิลปะวิถีชีวิตของคนไทย พอมาที่นี่รู้สึกว่าศิลปินเขาอิสระมาก การแสดงออกไม่ยึดติดกับขนบอะไรมากมาย ทำให้รูปแบบงานของเขาดี น่าตื่นเต้น แสดงแล้วแต่มุมมองและวิธีคิดของแต่ละคน

ผมจะเอาวิธีการและรูปแบบแนวคิดลักษณะนี้ไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานตัวเอง คือ ไปยึดเอาศิลปะไทยที่มีขนบ มีแบบแผนให้มีความเป็นอิสระมากขึ้น และอาจนำไปสู่การสอนลูกศิษย์ด้วย...   

อาจารย์ณภัทร หัวหน้ากลุ่มสรุปว่า ที่น้องๆ พูดมาทั้งหมดก็คือความรู้สึกโดยรวม มีเรื่องที่เปลี่ยนแปลงประสบการณ์ของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่า ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะดำเนินต่อไป 

ในนามของพวกเราทุกคน ขอขอบคุณอาจารย์กมล ทัศนาญชลี ป้านวลศรี ที่ทำอาหารให้พวกเรา อร่อยมาก อิ่มทุกมื้อ พี่ติ๊ก พี่ต๋อย พาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเหนื่อยมาก เหมือนกับเป็นใครก็ไม่รู้ที่มาแล้วได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นมาก รวมถึง คุณกลด พินัยนิติศาสตร์ คุณดำรงศักดิ์ ศรีวิเศษ และคุณศุภเลิศ สักแสงโสภา เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ หออัครศิลปิน ที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับพวกเรา 

ผมมีคำถามถึงคนไทยที่มาอยู่ที่อเมริกาว่า มาอยู่กันอย่างไรและทำอะไรกันบ้าง คนไทยเป็นคนมีน้ำใจ ผมเชื่อว่าไปอยู่ที่ไหนก็ได้ และอยู่อย่างมีความสุขด้วย ประเทศนี้มีแบบแผน มีระเบียบ แต่สุดท้ายแล้วผมว่าถึงอย่างไรประเทศของเราก็อบอุ่น ผมขออวยพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุข.