Get Adobe Flash player

เล่ห์รักจากหนุ่มกำมะลอ โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

คุณผู้หญิงลองนึกย้อนอดีตสมัยวัยรุ่นคงมีความคิดคล้ายๆ กัน... ฝันถึงชายในดวงใจที่จะต้องรูปหล่อ ร่ำรวย นิสัยดีเป็นสุภาพบุรุษตลอดกาล เหมือนกับพระเอกในหนังสือนิยายรักและในละครทีวี แต่พอเลยวัยนั้นมาแล้ว จะรู้ว่ายากนักที่จะเป็นไปได้ในชีวิตจริง...

อลิซาเบท จีเซ็ทชิค ชาวคอนเนคติกัต ตอนแรกคิดว่าตัวเองโชคดีเหลือหลายได้เหมือนฝัน แต่ผลลัพท์แทบกระอักเป็นเลือด สู้ทนข่มอายประกาศความผิดพลาดของตัวเอง เล่าประสบการณ์อันเคียดแค้นฝากเป็นบทเรียนเตือนใจผู้หญิงทุกคน

...เมื่อ 2-3 ปีก่อน บริษัทส่งตัวไปติดต่องานที่เมืองไมอามี่ ฉันดีใจและตื่นเต้นมาก บรรยากาศของไออุ่นต้อนรับนับตั้งแต่ก้าวลงจากเครื่องบิน วันแรกเดินเล่นแถวชายหาดด้วยความเบิกบานสำราญใจ

ตอนค่ำ ขณะที่ฉันกำลังดื่มด่ำกับธรรมชาติและอาหารมื้อเย็นอยู่ที่โต๊ะหน้าคาเฟ่  สักพักก็มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพง ขับรถจากัวร์สีเขียวผมสีน้ำตาลหยักศก สูบบุหรี่ดันฮิลล์ สำเนียงพูดชาวอังกฤษเป็นเสน่ห์ที่น่ารักไปอีกแบบ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่เขาเข้ามานั่งที่โต๊ะข้างๆ สักพักเราก็ประสานสายตากัน พร้อมกับเริ่มบทสนทนา เขาแนะนำตัวว่าชื่อ...โจนาธาน พาลเมอร์...เป็นเหตุให้สายตาของฉันส่งประกายอย่างสุดทึ่ง...

“เอ๊ะ คุณเป็นนักแข่งรถชื่อดังนี่คะ?”        

เขาเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจว่า “ครับผม”

อดีตสามีเป็นนักแข่งรถสมัครเล่น ทำให้ฉันได้ดูการแข่งขันฟอร์มูล่าทุกครั้ง...ณ เวลานี้ โจนาธาน พาลเมอร์ มานั่งอยู่ตรงหน้าราวกับปาฏิหาริย์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันฉงนใจพิกลว่าหน้าตาไม่คล้ายกับที่เคยเห็นในทีวี

“ผมของคุณสีบลอนด์กว่านี้ไม่ใช่หรือคะ?”

“อ๋อ...ช่วงนี้ผมไม่ค่อยออกแดดมากนัก”

เราประสานความสัมพันธ์กันต่อ คุยถึงเรื่องแข่งรถ โรงแรมในไมอามี่ และชีวิตที่หรูหราร่ำรวยของเขา จนกระทั่งสมควรแก่เวลา เขาก็จุมพิตลาอย่างนุ่มนวล ทำให้ฉันรู้สึกล่องลอยเหมือนอยู่ในความฝัน เสียงกระซิบข้างหูที่แสนหวาน...ผมอยากให้เราอยู่ใกล้ชิดกันอย่างนี้ตลอดไป...

ฉันเปิดทางว่า ไม่ค่อยพอใจโรงแรมที่พัก คิดจะย้ายเหมือนกัน รุ่งขึ้นเขาปรากฏตัวที่เคาน์เตอร์โรงแรมพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า ฉันประหลาดใจแต่ก็ภูมิใจในเสน่ห์ของตัวเอง แล้วเราก็มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง คิดว่าชาตินี้ฉันคงขาดเขาไม่ได้

ทุกแห่งที่เราย่างเท้าก้าวเข้าไป โจนาธานได้รับการต้อนรับอย่างดีเช่นคนมีชื่อเสียง เพราะการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงเป็นพลังดึงดูด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในโรงแรมหรือพนักงานขายตามห้างที่ไม่เคยดูการแข่งรถ พวกเขาเดาว่าโจนาธานเป็นคนดัง จึงให้บริการชนิดดีพิเศษ

ถึงวันที่จะต้องเดินทางกลับ เขาแสดงอาการอาลัยอาวรณ์อย่างน่าสงสาร ทำให้ฉันมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองยิ่งขึ้นไปอีก ก็เลยทำตัวเป็นเศรษฐินีซื้อตั๋วเครื่องบินให้ไปคอนเนคติกัตด้วย เพราะเขาทำหน้าซื่อว่ากระเป๋าสตางค์ถูกขโมยแล้วก็ทิ้งบัตรเครดิตต่างๆ ไว้ที่ยุโรป แต่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะคืนให้ทันทีที่ได้เงิน ฉันเห็นพาสปอร์ตของเขาตอนเช็คอินที่สนามบิน แสดงว่าเขาคือ โจนาธาน พาลเมอร์ ตัวจริง...

ความรักทำให้ตาฉันมืดสนิทแม้แต่แสงลางๆ ก็ไม่เห็น...เขาให้ฉันสวมเสว็ตเตอร์ขนแกะ ใส่นาฬิกายี่ห้อดังของเขา ฉันจึงอนุญาตให้เขาใช้โทรศัพท์มือถือ บัตรเอทีเอ็ม แล้วก็แถมให้ยืมเงินอีกห้าพันเหรียญ เท่านั้นยังไม่พอ เพิ่มชื่อเขาเข้าไปในบัตรเครดิตส่วนตัวของฉันอีกต่างหาก

อาการลุ่มหลงอย่างไม่ลืมหูลืมตาเป็นอยู่สามอาทิตย์ แล้วก็เกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา บางทีอาจเป็นสัญชาตญาณที่มาช้าล่าไปนิด แต่พอโจนาธานจ่ายเช็คคืนให้แปดพันเหรียญจากธนาคารอิตาเลียน เช็คผ่านไปด้วยดี ทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นมาได้หน่อย ถึงแม้ว่าเขายังเป็นหนี้อีกจำนวนหนึ่ง

แต่แล้วก็เริ่มสังเกตตรงที่เขาไม่ใช่นักขับรถเก่งกาจสมกับชื่อเสียง ขณะขับรถก็พูดโทรศัพท์ตลอดเวลา ทำท่าทางประกอบไปด้วยอย่างประมาท ครั้งหนึ่งรถถลำเข้าไปในเลนอื่นจนเกือบเกิดอุบัติเหตุ อีกสิ่งที่ทำให้วิตกกังวลก็คือ นาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะเดินทางเพื่อไป “ทำธุรกิจ” ขอให้ฉันแฟ็กซ์หมายเลขบัตรเครดิตไปที่โรงแรม

ฉันจึงฉุกใจได้คิดว่ารักสุดแสนหวาน กลายเป็นน้ำผึ้งขมภายในเวลาแค่เดือนเดียวเสียแล้ว ฉันโทรศัพท์จากที่ทำงานบอกเขาว่าคงต้องขออำลา และขอให้ขนของออกไปจากบ้าน ซึ่งเขาก็ตอบรับอย่างง่ายดายด้วยความเข้าใจ และจะคืนเงินที่เป็นหนี้ฉันให้ครบถ้วน พอกลับถึงบ้าน เขาไม่เหลือเสื้อผ้าทิ้งไว้ให้ระคายตา หัวใจฉันเต้นแรงด้วยความยินดีและโล่งในหัวใจ...

ฉันตรวจหมายเลขโทรศัพท์ที่เขาใช้ในบิล มีอยู่เบอร์หนึ่งเป็นญาติอยู่ที่นิวเจอร์ซี่ เธอบอกว่าชื่อจริงของเขาคือ โจนาธาน นิเกล ฟิลลิป เคิร์น เกิดในตระกูลชาวอังกฤษที่มั่งคั่ง แต่เขาไม่มีทรัพย์สินใดๆ เป็นของตัวเอง...ฉันได้ฟังแล้วชาไปทั้งตัว โทรฯ ตามหาโจนาธาน พาลเมอร์ ตัวจริง ซึ่งให้ความร่วมมืออย่างดีและเขาก็กำลังตามหาตัวหนุ่มกำมะลอคนนี้จ้าละหวั่นอยู่เหมือนกัน ที่ใช้ชื่อของเขาเที่ยวหลอกสาวอเมริกันให้ลุ่มหลงไปหลายราย แต่ก็ยังหาตัวไม่เจอ...

ทั้งอับอายขายหน้าและโกรธแค้นจนเนื้อตัวสั่น ฉันรุดเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจว่าถูกต้มตุ๋น แล้วเปลี่ยนรหัสเอทีเอ็ม ยกเลิกโทรศัพท์มือถือที่ส่งบิลมาเก็บเงินอีกสองพันเหรียญ ต้องถูกรังควานจากบริษัทรับจ้างทวงหนี้ ถูกขู่ว่าจะยึดทรัพย์ ฉันแทบล้มทั้งยืน นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่กับเตียง 4 วัน สุดแสนจะแค้นใจที่เสียรู้...ต่อมาอีกหนึ่งปี เช็คธนาคารอิตาเลียนที่ผ่านสะดวกใบนั้น กลับกลายเป็นเช็คปลอม ทำให้ฉันต้องตกเป็นหนี้ธนาคาร 8,000 เหรียญ

พอผงธุลีที่บดบังสายตาหลุดหาย ตื่นจากฝันพบว่าเสียเงินให้หนุ่มกำมะลอทั้งหมดหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญ ต้องทำเรื่องล้มละลาย อีกไม่นานถึงได้รู้ว่าไม่ใช่มีแต่เพียงฉันเท่านั้นที่โชคร้าย โจนาธานเที่ยวเร่ร่อนหลอกลวงสาวๆ ไปทั่ว มีอเมริกา อิสราเอล ฝรั่งเศส สาวทุกคนผมแดงรวมถึงฉันด้วย

อีกสองปีต่อมา ฉันย้ายไปทำงานที่เยอรมัน ได้ข่าวว่าโจนาธานจะขึ้นศาลที่ปารีส ข้อหาฉ้อโกงหญิงชาวฝรั่งเศส เหตุเกิดเมื่อ 2-3 ปีก่อน หัวใจฉันพองคับอก เมื่อคิดว่าในที่สุดถึงเวลาที่เขาต้องใช้กรรมเสียที... ฉันขับรถหน้าตั้งจากเยอรมันไปฝรั่งเศส ราวกับคนบ้า เป็นเวลา 5 ชั่วโมง

เมื่อก้าวเข้าไปในห้องพิจารณาคดี เห็นอดีตเทพบุตรของฉันแต่งกายหรูหราเหมือนเดิม ทอดตัวนั่งอย่างสบายอารมณ์ มองผ่านฉันไปเหมือนไม่เคยอยู่ในความทรงจำ เขาเที่ยวหว่านเสน่ห์ไปทั่วห้อง ออดอ้อนขอความเห็นใจต่อศาลว่าจะขอกลับตัวเป็นคนดี และเป็นความผิดครั้งแรก...แม้แต่ผู้พิพากษายังมองว่าเขาเป็นคนร่าเริงน่ารักน่าเอ็นดู...ฉันยื่นคำร้องขอให้การในฐานะเจ้าทุกข์ ผู้พิพากษาอนุญาต พอฉันก้าวขึ้นไปนั่งในคอกพยาน โจนาธานจ้องฉันอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้งถึงจำได้ คราวนี้ท่าทีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ฉันกลั้นใจสะกดความอาย ขาสั่นพลั่บๆ พูดผ่านล่ามว่า...”ดิฉันเข้าใจดีนะเจ้าคะกับคำที่นายโจนาธานกล่าวว่า จะขอกลับตัวใหม่ไม่ทำอีกแล้ว...แต่ทว่าเมื่อสี่ปีที่แล้ว นายคนนี้บอกดิฉันว่า เขาคือ โจนาธาน พาลเมอร์ นักแข่งรถชื่อดัง และขณะนี้มีคดีค้างคาถูกตามล่าตัวอยู่ที่สหรัฐฯ 3 คดี ตอนนี้ทนายความคอนเนคติกัตกำลังพิจารณาขออนุญาตให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนอีกด้วยเจ้าค่ะ”

“แล้วพวกเอฟบีไอ อินเตอร์โพล รู้เรื่องคดีเหล่านี้หรือเปล่า” ผู้พิพากษาถามฉัน

ฉันตอบรับทันทีด้วยความมั่นใจ “แน่นอนเจ้าค่ะ”

เท่านั้นเอง โจนาธานที่นั่งวางท่าเป็นผู้ลากมากดีก็โพล่งด่าฉันขึ้นมาว่า “...นังบ้าเอ๊ย”

ทุกคนในห้องพากันหัวเราะคิกคัก จากนั้นการพิจารณาคดีก็ดำเนินต่อไปตามหลักการ คราวนี้ผู้พิพากษาไม่แสดงท่าทีเอ็นดูจำเลยอีกต่อไป โจนาธานแพ้คดีถูกจับใส่กุญแจมือนำตัวออกไปจากห้องทันที...ในที่สุดฉันก็ได้รับความยุติธรรมที่รอคอยมานาน...วันนั้นฉันพักที่ปารีส ใช้เวลาช่วงบ่ายที่หอไอเฟล มันช่างเป็นวันที่แสนสุขเสียนี่กระไร เหมือนได้ยืนสูดอากาศอยู่บนที่สูงสุดในโลก...

 ได้ข่าวโจนาธานครั้งสุดท้ายตอนที่เขาถูกปล่อยตัวออกจจากคุกแล้วกบดานไร้ร่องรอย คดียังมีผลในสหรัฐฯ ฉันเชื่อแน่ว่าเขาคงไม่โง่พอที่จะเดินทางมาหลอกลวงผู้หญิงในอเมริกาอีก

หวังเพียงว่าสาวๆ ได้เรียนรู้บทเรียนแสนแพงจากความผิดพลาดของฉัน ขออย่าได้ลุ่มหลงชายแปลกหน้าผู้หล่อเหลาราวกับก้าวออกมาจากนิยายรักโรแมนติคจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น จะทำให้เสียทั้งตัว เงินทองและต้องอับอายขายหน้าไปทั่วทั้งธานี

ปัจจุบันชีวิตฉันลงเอยอย่างมีความสุข แต่งงานกับสุภาพบุรุษทางตอนใต้ ทำงานในสนามกอล์ฟที่เซาท์แคโรไลน่าล้อมรอบด้วยทะเลสาบหินปะการังและแขกต่างเมืองที่มาพักร้อน

...ความสุขในวันนี้ของฉัน จะไม่มีวันขอแลกกับนักแข่งรถที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเป็นอันขาด.

หมายเหตุ : ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา