Get Adobe Flash player

อันตรายจาก Economy Class Syndrome ที่หลายคนไม่รู้ โดย Super Pat

Font Size:

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปตรวจอุลตร้าซาวน์ที่ขาหลังผ่าตัดสะโพก หมอพบว่าเป็นเส้นเลือดอุดตันสาเหตุจากการที่ไม่ได้ออกกำลังขาข้างผ่าตัดเพียงพอซึ่งส่วนมากจะเป็นกับคนไข้หลังผ่าตัดใหญ๋ คุณแฟนคลับทราบไหมคะว่าหมอถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวหมอส่งดิฉันไปห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล ST. Vincent Hospital ที่ใกล้ที่สุด หมอจับอยู่โรงพยาบาล 4 วัน ทั้งๆที่ดิฉันรู้สึกปกติ แต่หมอต้องให้ดิฉันอยู่ใกล้ชิดเพราะการเป็นเส้นเลือดอุดตันนี้อาจเสียชีวิตได้ในพริบตาโดยไม่มีอาการหากลิ่มเลือดกระเด็นออกจากเลือดที่แข็งตัวเป็นเศษเล็กๆจะวิ่งไปทั่วร่างกายหากโชคไม่ดีไปอุดเส้นเลือดที่หัวใจหรือที่ปอดจะเสียชีวิตทันทีหากขึ้นสมองจะทำให้เป็นอัมพาตได้ หมอจึงต้องฉีดยาสลายลิ่มเลือดทุก 12 ชั่วโมง และต้องอยู่ใกล้ชิดหมอตลอดเวลาจนกว่า

จะแน่ใจว่าเลือดที่อุดตันนั้นได้สลายตัวนิ่มลงบ้างแล้ว จึงปล่อยกลับบ้านให้ทานยาต่อไปอีก 3 เดือน ดิฉันเพิ่งได้รับประสบการณ์เรื่องนี้จึงขอนำบทความนี้มาให้หลายๆคนที่ไม่ทราบว่าโรคนี้อันตรายเพียงใด จงระวังกันไว้ด้วยนะคะ

สำหรับคนที่เดินทางนั่งนานๆโดยไม่ค่อยได้ขยับขาจงระวังดังบทความข้างล่างนี้....

ปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดดำที่ขาอุดตัน Economy class syndrome คือ ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดไปอุดตันเส้นเลือดดำที่ขา ภาวะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? เกิดขึ้นเมื่อเราต้องนั่งนานๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมง เช่น นั่งเครื่องบินข้ามทวีป หรือนังรถนานเกิน 10 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประวัติโรคหัวใจ ผู้ที่เคยมีเส้นเลือดอุดตันมาก่อน มีความเสี่ยงในการที่จะมีลิ่มเลือดมาก นอกจากนี้คนที่มีโรคอ้วน เป็นเบาหวาน ได้รับฮอร์โมนเพศ ทานยาคุมกำเนิดก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

รศ.พท.นพ.วิเชียร มงคลศรีตระกูล กล่าวว่าเมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสเดินทางไปประชุมที่เมืองแฟรงเฟิต ประเทศเยอรมัน ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง ในเที่ยวบินนี้รู้สึกประหลาดใจอย่างมากว่าทำไมผู้คนถึงได้ขวักไขว่และวุ่นวายไปหมด เดินไปเดินมาตลอดเวลา บ้างจับกลุ่มคุยกันหน้าห้องน้ำ บ้างมายืนดูภาพยนตร์ที่ด้านหลังเครื่องทั้งที่บริเวณที่นั่งของตัวเองก็มองเห็น ความจริงมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและพบเห็นได้บนเครื่องบินโดยสาร แต่มันไม่เคยมากเท่านี้มาก่อน เกิดอะไรขึ้น?

เป็นที่ฮือฮากันมากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีข่าวของผู้โดยสารเกิดปัญหาบนเครื่องและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากรายงานระบุว่าเกิดจากการที่มีเส้นเลือดดำอุดตันที่บริเวณขาในเบื้องต้น และหลุดไปที่เส้นเลือดแดงที่ปอด ทำให้การหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งจากรายงานยังระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมีบ่อยแต่ไม่ได้รับการรายงานหรือเป็นข่าว ทำให้ผู้ที่ต้องโดยสารเครื่องบินรู้สึกขวัญผวาไปตามกันว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือไม่

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เส้นเลือดดำบริเวณขาอุดตัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วปัจจัยที่ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดมีสาเหตุหลักคือ ความหนืดของเลือด และการไหลเวียนของเลือด เรื่องความหนืดของเลือดมีสาเหตุใหญ่ๆ คือ มีปริมาณของเม็ดเลือดชนิดต่างๆ หรือเกร็ดเลือดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเม็ดเลือดมากขึ้นเลือดก็จะข้นขึ้นทำให้เลือดไหลช้าลง หรืออาจเกิดจากการที่มีปริมาณโปรตีนในน้ำเลือดมากเกินไป ทำให้น้ำเลือดข้นและไหลได้ช้าลง ทำให้เลือดมีโอกาสแข็งตัวได้ง่ายขึ้น

อีกปัจจัยหนึ่งคือหากเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้เป็นปกติ เช่น ขณะที่เรานั่งเส้นเลือดบริเวณขาพับและสะโพกจะถูกกดทับ ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก ทำให้เลือดบริเวณขามีโอกาสแข็งตัวง่ายขึ้น จะทำให้ไหลกลับสู่หัวใจไม่ได้ เกิดเลือดคั่งบริเวณที่ต่ำกว่าจุดที่อุดตันทำให้ขาบวมก่อนเป็นอันดับแรก และอาจจะมีอาการปวดน่องและต้นขาร่วมด้วย ภาวะนื้ยังไม่อันตรายเท่าไหร่ แต่ทำไมคนที่เป็นถึงเสียชีวิต? น่าส่งสัยไหมครับ อันนี้มีคำตอบ

การที่เกิดเส้นเลือดดำบริเวณขาอุดตัน สิ่งที่ต้องมีแน่ๆ ในหลอดเลือดคือ ลิ่มเลือด คงนึกออกใช่ไหมครับว่า เวลาเรามีบาดแผลแล้วเลือดไหล เลือดที่ออกมานอกร่างกายพักหนึ่งก็จะแข็งตัวกลายเป็นลิ่มเลือด เจ้าลิ่มเลือดนี่แหละตัวดี มันมีโอกาสที่จะหลุดเข้าสู่หัวใจและกระจายเข้าสู่ปอดได้ เมื่อมันเข้าสู่ปอด ก็จะไปอุดตันเส้นเลือดที่อยู่ในปอด การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนก็เกิดขึ้นไม่ได้เนื่องจากเลือดไปไม่ถึงปอด ร่างกายก็จะขาดออกซิเจน เกิดภาวะระบบหายใจล้มเหลว หากลิ่มเลือดอุดเส้นเลือดใหญ่ๆ ที่มีผลกระทบต่อการแลกเปลี่ยนก๊าซ ก็มีโอกาสที่จะเสียชีวิตมาก

ทีนี้มาถึงคำถามที่ว่า “เราควรกลัวไหม” ก็ต้องถามว่ามันมีโอกาสจะเกิดกับเรามากแค่ไหน หากมีโอกาสมากก็ควรกลัว หากโอกาสน้อยก็ไม่ต้องกังวลมากนัก โดยทั่วไปแล้วการเกิดเส้นเลือดดำอุดตันนั้น ในชาวตะวันตกจะพบอุบัติการณ์ได้มากกว่าคนไทย จะเห็นได้ว่าเวลาผ่าตัดข้อสะโพก ทางประเทศตะวันตกจะต้องให้ยาเพื่อป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดดำ แต่ในประเทศไทยไม่มีการให้ยาป้องกันนี้ เนื่องจากอุบัติการณ์การเกิดน้อยกว่า คาดการณ์ว่าน่าจะมาจากหลายปัจจัย เช่น อาหารไทย ในเครื่องเทศ ในพริก มีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแข็งตัวของเลือดอยู่ หรืออาจเป็นที่น้ำหนักตัว ระดับของไขมัน หรือปัจจัยอื่นๆ ที่ยังไม่ทราบชัดเจน

อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งวางใจนักเพราะในปัจจุบันวิถีชีวิตของคนไทยก็เปลี่ยนไปเลียนแบบชาวตะวันตกมากขึ้น รวมทั้งอาหารการกินด้วย จากประสบการณ์ของผมและทัศนะจากแพทย์ท่านอื่นๆ เห็นพ้องต้องกันว่าการเกิดเส้นเลือดดำอุดตันในประเทศไทยมีปริมาณสูงขึ้นกว่าเมื่อก่อน แต่ตัวเลขที่แน่นอนยังไม่ชัดเจน อยู่ระหว่างการทำวิจัยเรื่องนี้อยู่

ในเมื่ออุบัติการณ์การเกิดเส้นเลือดดำอุดตันนี้ยังค่อนข้างเป็นปัญหา เราคงต้องมาดูกันว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดมากน้อยแค่ไหน โดยทั่วไปแล้วกลุ่มที่มีความเสี่ยง คือ

    ผู้ที่เคยมีเส้นเลือดอุดตันมาก่อน

    ผู้ที่กินยาคุมกำเนิด หรือใช้ฮอร์โมนในการรักษาโรค

    ผู้ที่ภาวะเลือดข้น จากเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกร็ดเลือด หรือน้ำเลือด

    ผู้ที่มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติแต่กำเนิด

    ผู้ที่เป็นโรคมะเร็ง

    ผู้ที่เป็นโรคที่เกี่ยวกับภูมิต้านทานผิดปกติ

    ผู้ที่ตั้งครรภ์

    ผู้ที่มีญาติพี่น้องเป็นเส้นเลือดอุดตัน และมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดมาแต่กำเนิด

    นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสียงรองๆ ลงมาอีก เช่น เพศชาย สูงอายุ สูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นเส้นเลือดขอด เหล่านี้มีโอกาสอยู่เหมือนกัน

ดังนั้นหากคุณมีภาวะเสี่ยงต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว โปรดระวังตัว อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้วการเดินทางที่ใช้เวลาไม่นานเกินไปนัก โอกาสเกิดก็จะน้อยกว่าการที่ต้องเดินทางเป็นเวลานาน เนื่องจากต้องนั่งอยู่เฉยๆ ในท่าเดียวนานๆ จะทำให้เกิดการกดทับเส้นเลือด จนมีโอกาสเกิดเส้นเลือดอุดตันได้

ข้อควรปฏิบัติในกรณีที่คุณต้องโดยเครื่องบินเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงข้างต้น

    หากคุณมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ อย่าลืมนำไปทานบนเครื่องด้วย

    อย่านั่งอยู่ในท่าเดียวนานๆ ควรลุกขึ้นเดินเป็นระยะๆ เพราะจะทำให้การกดทัดของหลอดเลือดลดลง การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

    หากคุณเป็นเส้นเลือดขอดบริเวณขา การใส่ที่รัดน่องและต้นขาจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

    หากคุณเคยเกิดเส้นเลือดดำอุดตันมาก่อน และต้องเดินทางนานๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง เพราะคุณอาจต้องรับประทานยาเพื่อป้องกันการแข็งตัวของเลือด

ในปัจจุบันบางสายการบินมีการนำอุปกรณ์พิเศษเพื่อช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด โดยทั่วไปจะเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่งนานเกินไป บ้างก็มีห้องออกกำลังกายให้ แต่ยังไม่แพร่หลายนัก

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนออกเดินทางไกลอันยาวนาน เช่น ไปอเมริกา หรือยุโรป โดยเฉพาะหากคุณมีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาแล้ว ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับ หากเกิดอะไรขึ้นระหว่างเดินทาง คุณอาจไม่มีโอกาสกลับมาพบกับคนที่คุณรักอีกก็ได้ อ้อ! ลืมไป ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วหรือยังครับว่า ทำไมคนเยอรมันถึงได้เดินไปเดินมาวุ่นวายไปหมดบนเครื่องบิน

แหล่งที่มา: นิตยสาร Health Today