Get Adobe Flash player

อาชีพรับจ้างอุ้มท้อง โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

ประเทศอินเดียมีธุรกิจที่รุ่งโรจน์ นำเงินเข้าประเทศจำนวนมาก ช่วยให้ผู้หญิงลืมตาอ้าปากได้ กับอาชีพรับจ้างอุ้มท้องให้กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอเมริกัน...

...ท่ามกลางแสงแดดแผดจ้าที่เมืองอานันต์ ประเทศอินเดีย มีประชากร 150,000 คน มีคลินิคแห่งหนึ่งเป็นอาคารคอนกรีต บริเวณด้านหน้าประตูมีพวกขอทานนั่งอยู่เรียงราย ด้านในส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่น แออัดไปด้วยผู้หญิงในชุดส่าหรี ไม่สวมรองเท้าบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของกายคนผสมกลิ่นซิเมนต์ ที่ฝาผนังติดรูปทารกและหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวพาดหัวว่า “แหล่งให้กำเนิดเด็กของโลก” พวกนางพยาบาลในชุดสีขาวกำลังคร่ำเคร่งกับแฟ้มประวัติและส่งเสียงเรียกชื่อคนไข้

สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจรับจ้างอุ้มท้องมีชื่อเสียงมากในอินเดีย สืบเนื่องมาจากปี 2003 ดร.นัยนา พาเทล ผู้อำนวยการคลินิคแห่งนี้ ผู้มีรอยยิ้มสวยสดใสบุคลิกจูงใจให้คนที่พบเห็นเกิดความเชื่อมั่น เป็นคนเดียวที่ทำให้เมืองอานันต์ถูกบันทึกลงในแผนที่ ดร.นัยนาประกาศรับสมัครผู้หญิงที่จะเป็นคนอุ้มท้องทารกจากหลอดแก้วให้กับลูกสาวของ ดร.ที่อยากมีบุตร ปรากฏว่าผู้สมัครคลอดลูกแฝด ทำให้ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วโลก หลังจากนั้นเป็นต้นมา ดร.นัยนาก็ได้ลูกค้าจากหลายประเทศท่วมท้น

เมื่อปี 2006 มีทารกที่เกิดด้วยวิธีนี้มากกว่า 50 คน ครึ่งหนึ่งเป็นครอบครัวชาวตะวันตกและครอบครัวชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 12,000 เหรียญ ถ้าเป็นที่อเมริกา 70,000 เหรียญ ทำให้อินเดียมีรายได้เข้าประเทศปีละประมาณ 445 ล้านเหรียญ ผู้หญิงในเมืองอานันต์ที่สมัครอุ้มท้องส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ได้รับค่าจ้างรายละประมาณ 5,000-7,000 เหรียญ เงินจำนวนนี้เท่ากับรายได้ของชาวชนบทในอินเดียถึง 10 ปี

ห้องทำงานของ ดร.นัยนา เป็นห้องเล็กๆ มีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านมีเครื่องอุลตร้าซาวด์ โต๊ะทำงานตัวใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง มีแฟ้มเอกสารวางเต็มโต๊ะ ในห้องเต็มไปด้วยพยาบาล คนไข้ และคนอื่นๆ ที่อยากเข้าไปดูก็เดินเข้าไปได้เลยไม่ต้องเคาะประตู ชั้นบนของคลินิคมีผู้หญิงตั้งครรภ์นั่งคอยรับการตรวจสุขภาพตามตารางที่กำหนด

แม้แต่ตัว ดร.นัยนาเองก็คาดไม่ถึงว่าธุรกิจนี้จะเติบโตมาก มีชาวต่างชาติเข้าคิวรอ 150 คู่ ในหนึ่งอาทิตย์จะมีผู้หญิงมาสมัคร3 คน ดร.นัยนาทำงานวันละ 14 ชั่วโมง และยืนยันว่าเธอเป็นคนเดียวที่เกี่ยวข้องในธุรกิจนี้ เมื่อเห็นว่าเป็นที่ต้องการจริงๆ และรับผู้มีปัญหาในเรื่องสุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ มีบุตรไม่ได้เท่านั้น ถ้ามีเหตุผลว่าต้องการมีลูกแต่ไม่อยากตั้งท้อง เธอจะปฏิเสธทันที

ในทำนองเดียวกัน ดร.นัยนายอมรับว่าเป็นเรื่องอันตรายเหมือนกันถ้าธุรกิจนี้เจริญรุ่งเรืองในอินเดีย จากกฎข้อบังคับจากสมาคมแพทย์อินเดียนที่จำเป็นต้องรัดกุม ไม่ใช่เป็นหนทางให้ผู้หญิงหาผลประโยชน์

ประชาชนในประเทศที่เดินทางเข้าไปขอความช่วยเหลือจาก ดร.นัยนา มีทั้งไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ ยุโรปและออสเตรเลีย แต่ดร.ไม่รับคู่ที่เป็นเกย์และเลสเบี้ยน แม้ว่าจะได้รับจดหมายขอความเห็นใจทางอีเมล บางคนใช้คำพูดที่ทำให้คล้อยตามอย่างดีที่สุด  แต่ดร.ก็ไม่ใจอ่อนที่จะยอมจัดการให้

สิ่งที่ดร.นัยนาภูมิใจและยินดีช่วยผู้หญิงท้องถิ่น ตราบใดที่พวกเธอไม่ได้ถูกบังคับจากสามีหรือญาติฝ่ายสามีที่โลภมากอยากได้เงิน ดร.จะต้องแนใจว่าเป็นการตัดสินใจของเจ้าตัว ถ้ามีสิ่งซ่อนไว้ไม่พูดความจริง ดร.จะรู้ได้ในทันที และเธอจะสอนให้ผู้หญิงเป็นคนถือเงินที่ได้ อย่างเช่น ต้องการซื้อบ้าน ผู้หญิงจะต้องเป็นผู้จัดการทั้งหมดจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ หรือถ้าต้องการจะฝากเงินเพื่อการศึกษาของบุตร ลูกน้องของดร.จะพาไปเปิดบัญชีธนาคารในชื่อของผู้หญิง เพราะเงินจำนวนนี้ทำให้ผู้หญิงมีสิทธิต่อรองในชีวิตที่ถูกกดขี่ได้

ขณะเดียวกัน การได้ใช้เงินอย่างอิสระก็เป็นภาระที่หนักเอาการสำหรับ โซเฟีย วอร์ราอายุ 35 ปี อุ้มท้องให้ชาวอเมริกันเป็นครั้งที่ 6 เพราะโซเฟียมีลูกแล้ว 5 คน แต่สามีขี้เกียจจนตัวขึ้นขน การงานไม่มั่นคง ส่วนเธอมีรายได้เดือนละ 25 เหรียญ จึงต้องการเงินไปจ่ายค่าสินสอดให้กับลูกสาวสองคน โซเฟียว่าไม่ใช่เป็นการหาผลประโยชน์ แต่พ่อแม่เด็กทารกที่เธอรับจ้างให้โอกาสเธอยกฐานะให้ลูกสาวได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ นั่นคือเหตุผลเดียวที่สำคัญที่สุด

เรื่องที่นำมาเป็นตัวอย่างไม่ได้แสดงว่าการกระทำของผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างไร้หัวใจ เคเรนกับสามี โทมัส ชาวเมืองลอสแอนเจลิส เคเรนมีลูกไม่ได้เพราะเธอเป็นเนื้องอกที่มดลูกตั้งแต่อายุ 16 ปี ว่าจ้าง รูบินา มอนดัล ซึ่งได้รับข่าวรับสมัครจากรายการโชว์ทางทีวี รูบินามีเหตุผลเพียงพอที่จะรับจ้างเพราะลูกชายอายุ 8 ปี เป็นโรคหัวใจรั่ว จึงต้องการเงินเป็นค่ารักษาพยาบาลซึ่งแพงมาก

ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่รูบินาอุ้มท้อง เคเรนโทรศัพท์จากแอลเอทุกอาทิตย์เพื่อสอบถามความคืบหน้า ซึ่งนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการอุ้มท้องให้กับทางคลินิคแล้ว เคเรนจ่ายค่าอพาร์ทเมนท์ชั้นดี 2 ห้องนอน ในเมืองอานันต์ให้กับครอบครัวรูบินา จ้างคนทำความสะอาด ส่งเสื้อคลุมท้อง ของใช้ส่วนตัวและของเล่นให้กับลูกชายสองคนของรูบินาอีกด้วย ห้าอาทิตย์ก่อนกำหนดคลอด เคเรนบินไปอยู่กับรูบินาตลอดเวลา ทำหน้าที่เหมือนพี่สาว จนกระทั่งรูบินาคลอดลูกชายชื่อ เบรดี้ ที่สมบูรณ์แข็งแรงส่งมอบให้กับเคเรนและโทมัส และทุกครั้งก่อนที่ทารกจะจากไปกับพ่อแม่เจ้าของหลอดแก้ว ดร.นัยนากับเจ้าหน้าที่จะจัดงานเลี้ยงส่งให้อย่างมีความสุขทั้งสองฝ่าย

ก่อนหน้าที่เคเรนจะใช้บริการที่อินเดีย เธอพยายามค้นหาที่อเมริกาเช่นกัน แต่คิดว่าอินเดียนับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกับเธอน่าจะดีกว่า และได้รับความประทับใจจากคลินิคของ ดร.นัยนา ทุกคนมีความจริงใจและซื่อสัตย์ แม้จะถูกบางคนวิจารณ์ว่าเหมือนไปช็อปปิ้ง แล้วหิ้วเด็กกลับบ้านก็ตาม เธอไม่สนใจ

เคเรนให้ความเห็นถึงการใช้ชีวิตที่อินเดียระยะหนึ่งว่าลำบากมาก อากาศร้อน ยุงก็เยอะ และถึงแม้เธอได้ลูกเรียบร้อยสมใจแล้วก็ตาม ก็ยังส่งรูปของเบรดี้ทางอีเมลมาให้รูบินาดูไม่ขาดระยะ ทั้งวางแผนพารูบินามาร่วมงานวันเกิดครบหนึ่งปีของเบรดี้ที่แอลเอ เคเรนต้องการให้ลูกชายได้รู้จักผู้หญิงที่ดูแลเขาอย่างดีขณะที่อยู่ในท้อง

อีกรายหนึ่ง เจสสิก้า ออร์ดีน อายุ 40 ปี ครูสอนโยคะกับสามี เดวิด ผู้อำนวยการฝ่ายเภสัชกรรม หลังจากอ่านข่าวจากเว็ปไซท์ก็เดินทางจากนิวเจอร์ซี่ไปยังคลินิคของดร.นัยนาทันทีเหตุผลเพราะอายุที่ทำให้โอกาสตั้งครรภ์ของเจสสิก้าน้อยเต็มที หลังจากพยายามทุกวิธีที่สหรัฐฯ อินเดียคือหนทางสุดท้ายที่เหลืออยู่ ที่จริงเจสสิก้าเคยมีบุตรจากกการแต่งงานครั้งแรกหนึ่งคน แต่ผลจากการผ่าตัดครั้งนั้นทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้อีก เมื่อพบรักกับเดวิดก็อยากมีโซ่ทองคล้องใจให้เป็นครอบครัวสมบูรณ์แบบ จึงคิดกับสามีตลอดเวลา 7 ปี ว่าจะใช้วิธีจ้างคนตั้งท้องแทน แต่ถ้าใช้เงินก็จะผิดกฎหมายของนิวเจอร์ซี่

เจสสิก้าเข้าพักในโรงแรมที่ไม่ไกลจากคลินิค ก่อนเริ่มต้นกรรมวิธีที่ใช้เวลาสิบวัน ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามหลักการ หลังจากนั้นอีก 2 วัน ดร.ก็นำส่วนผสมในหลอดแก้วฉีดเข้าสู่ร่างกายของ นาจิมา โวฮรา  อายุ 30 ปี มีลูกมาแล้วสองคน เจสสิก้าได้พบหน้าครั้งเดียวในวันแรกที่เดินทางไปถึง หมอต้องการให้ทั้งสองฝ่ายพบกันเพื่ออธิบายวิธีการให้เข้าใจก่อนเริ่มต้น นาจิมาพูดผ่านล่ามว่า เธอตื่นเต้นมากจนนอนไม่หลับที่หมอนัยนาเลือกให้เธอเป็นคนตั้งครรภ์สำหรับรายนี้ เธอไม่มีความรู้สึกละอายใจที่รับจ้าง แต่ขอให้เป็นความลับ เพราะเพื่อนบ้านไม่เข้าใจ ยังติดยึดกับวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม ทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องสกปรกและผิดปกติที่ตั้งครรภ์โดยไม่เกิดจากเพศสัมพันธ์ ถ้าหากเพื่อนบ้านรู้คงไม่คบค้าสมาคมกับครอบครัวของเธออย่างแน่นอน

นาจิมา อยู่ที่หมู่บ้านห่างจากเมืองอานันต์ไป 20 ไมล์ ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองชั่วคราวกับสามีกับลูกสาวอายุ 12 ปี ลูกชายอายุ 7 ขวบ เพื่อซ่อนตัวจากสายตาเพื่อนบ้าน เธอบอกกับใครต่อใครว่าจะย้ายมาทำงานแถวนี้ ปกติช่วยธุรกิจของสามีเป็นงานสกัดโลหะ มีรายได้วันละ 1.20-1.45 เหรียญ ถ้าการตั้งครรภ์ของเธอเป็นผลสำเร็จ จะได้เงิน 5,500 เหรียญ เท่ากับอนาคตที่สดใสของลูกทั้งสองคน

ช่วงวัยเด็ก ครอบครัวของนาจิมามีอาชีพทำนา ได้รับการศึกษาน้อยมาก หลังจากที่ต้องออกเรือนเมื่ออายุ 16 ปี  ก็ย้ายไปอยู่กับสามีในบ้านที่ทำด้วยดิน มีห้องนอนเดียว สึกกร่อนทุกปีในช่วงฤดูมรสุม เธอวางแผนไว้ว่าหลังจากได้เงิน จะนำไปสร้างบ้านที่ก่อด้วยอิฐ ลงทุนในธุรกิจของสามี และเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของลูก เพราะลูกสาวใฝ่ฝันอยากเป็นครู เธอต้องให้โอกาสนั้นแก่ลูกได้

นาจิมาสุขภาพแข็งแรงและพร้อมที่จะส่งทารกให้กับพ่อแม่ด้วยความยินดี โดยไม่มีความผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรูปร่างหน้าตาก็ไม่ใช่ ไม่เหมือนกับบางคลินิค ที่มีผู้หญิงบางคนไม่ยอมส่งทารกให้กับพ่อแม่เจ้าของหลอดแก้ว ทางคลินิคจึงต้องระบุที่จะจ้างเฉพาะผู้หญิงที่มีบุตรแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความผูกพันกับทารกที่ตัวเองอุ้มท้องตลอดเวลา 8-9 เดือน กรณีนี้เคยเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ถึงผลที่ตามมาภายหลัง แม้มีการเซ็นชื่อยินยอมในการส่งทารกแล้วก็ตาม มีบางคนถือโอกาสใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเรียกร้องสิทธิของการอุ้มท้องจนได้ เรื่องนี้ทำให้นาจิมานิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง เพราะเธอไม่ล่วงรู้ถึงความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และคิดว่าถ้าเกิดอาการโศกเศร้าบ้างก็จะไม่แสดงออก

เจสสิก้าเดินทางมาถึงหลังนาจิมาไม่นาน ตรงเข้าสวมกอดนาจิมา ไม่สนใจประเพณีที่ห้ามผู้หญิงมีปฏิกริยาโต้ตอบกับบุคคลภายนอก นาจิมาได้แต่ยิ้มรับ  เจสสิก้านำล่ามส่วนตัวมาด้วย หลังจากเข้าไปนั่งในห้องที่จัดไว้ให้พูดคุยกันโดยเฉพาะ ทั้งสองฝ่ายนิ่งอึ้งเริ่มต้นไม่ถูก ในที่สุดเจสสิก้าก็บีบมือนาจิมาให้สัญญาว่าจะดูแลเธอในช่วงตั้งครรภ์ให้ดีที่สุดจากตัวอย่างของเคเรนกับรูบินาได้สร้างความหวังให้กับเจสสิก้าเป็นอย่างมาก

...เรื่องราวทั้งหมดที่นำมาเสนอ ถือว่าเป็นการกระทำของผู้หญิงที่มีจิตใจประเสริฐ เริ่มจาก ดร.นัยนา ช่วยคนฐานะดีที่ต้องการมีลูกจริงๆ และช่วยผู้หญิงชนบทให้พ้นจากความยากจน ส่วนผู้รับจ้างก็ยอมเสียสละเพื่อครอบครัว ทั้งที่ระยะเวลาเก้าเดือนไม่ใช่เรื่องง่าย และผู้ว่าจ้างอย่างเคเรนที่มองเห็นคุณค่าของผู้หญิงที่อุ้มท้องให้ลูกของเธออย่างทะนุถนอม ทำให้ธุรกิจนี้มีความพิเศษประกอบกันตรงที่ได้ทั้งเงินและหัวใจ.