Get Adobe Flash player

สัมภาษณ์คุณ“ปุ๋ย” พรทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซม่อนและผู้ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิแองเจิลส์ วิงส์ โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ทางเสรีชัยได้รับเชิญเข้าร่วมงานมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยจำนวน 26 คนโดยมูลนิธิแองเจิลส์ วิงส์ ซึ่งมีคุณ “ปุ๋ย” พรทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซม่อน เป็นประธาน ณ ห้องประชุมชั้น 27 บนยอดตึกของ Los Angles City Hall Tom Bradley Tower รวมทั้งได้มีโอกาสพิเศษในการสัมภาษณ์คุณปุ๋ยเป็นการส่วนตัว ซึ่งเธอได้ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง โดยจะขอถอดข้อความที่สัมภาษณ์มาเบื้องต้นให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ

เสรีชัย: ในการมอบทุนครั้งนี้มีผู้ยื่นความจำนงกี่ท่าน มีการคัดเลือกอย่างไรและจะมีโครงการในปีต่อไปหรือไม่อย่างไร

คุณปุ๋ย: ในปีนี้มีผู้สมัครเข้ามาเป็นจำนวนประมาณ 100 คน แต่จะมีทีมงานของเธอเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นเช่น ผลการเรียน ความคนไทย เอกสารรับรองจากโรงเรียน เป็นต้น หลังจากนั้นเธอจะเป็นผู้ที่อ่านใบสมัครและเรียงความจำนวน 60 รายด้วยตัวเอง เธออ่านบทความวันละ 20 ฉบับและมีลูกสาวมาเป็นผู้ช่วยอ่านด้วย ส่วนในปีหน้านี้ยังจะมีการจัดให้มีโครงการนี้ต่อไปและจะขยายให้โอกาสกับนักเรียนทั่วทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อเปิดโอกาสให้กับเด็กอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รับโอกาสได้รับโอกาสนี้ ที่เมืองไทยเธอให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวน แต่ที่แคลิฟอร์เนียคงจะเป็นทุนบางส่วนเพื่อจะได้สร้างผลกระทบกับเด็กจำนวนมากขึ้นให้สนใจกับเรื่องของการศึกษา

เสรีชัย: ทราบมาว่าคุณปุ๋ยได้เริ่มโครงการแรกคือการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนในภูเก็ตที่เมืองไทย  ขณะนี้โครงการนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

คุณปุ๋ย: โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ขณะนี้ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษารุ่นแรกได้สำเร็จการศึกษามาสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แล้ว และเราเพิ่งมีงานคืนสู่เหย้าศิษย์เก่าไปเองที่ภูเก็ตเมื่อไม่นานมานี้

เสรีชัย: ขอถามคุณปุ๋ยเกี่ยวกับโครงการที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งใช้ชื่อคุณแม่ซ่อนกลิ่น นาคหิรัญกนกเป็นอย่างไรบ้างคะ

คุณปุ๋ย: โครงการนี้อยู่ในนามของคุณแม่ของปุ๋ย เราได้ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กชายและเด็กหญิงที่มีผลการเรียนดีที่สุดในโรงเรียนประเภทละ 1 ทุนทุกปีค่ะ

เสรีชัย: คุณปุ๋ยเริ่มให้ทุนผ่านมูลนิธิแอนเจิลส์ วิงส์มาเป็นเวลา 10 กว่าปีนี้ ได้ให้ทุนเป็นจำนวนเท่าไหร่แล้ว และยังมีโครงการอื่นที่ได้ทำอีกหรือเปล่า

คุณปุ๋ย: ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามูลนิธิได้ให้ทุนการศึกษาไปแล้วประมาณ 100 ทุน และขณะนี้ปุ๋ยก็ยังได้ร่วมกับโครงการของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ในการให้ทุนกับนักเรียนในประเทศไทยจำนวน 70 ทุนค่ะ

หลังจากที่คุณปุ๋ยต้องรีบไปปฏิบัติภารกิจอื่นต่อ เราก็ได้สัมภาษณ์นักศึกษาที่ได้รับทุนจำนวน 3 ท่านและผู้ปกครองที่มาร่วมงานถึงความรู้สึกที่มีต่อโครงการนี้

นส.ธารวดี จารุพันธ์ นักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยยูซี ริเวอร์ไซด์ สาขาชีววิทยา กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกยินดีและภูมิใจที่ได้ทุนการศึกษานี้ ดิฉันได้เขียนเรียงความเกี่ยวกับกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับทั้งชุมชนไทยและชาติอื่นในเอเชีย และอยากจะใช้ทุนการศึกษา 10,000 เหรียญนี้ในการเริ่มต้นความหวังที่จะเป็นกุมารแพทย์ต่อไปในอนาคต” ซึ่งคุณแม่ของเธอ ดาราวดี ชลประทินได้กล่าวเสริมว่า “ดีใจกับลูกมากที่ได้รับทุนการศึกษานี้ และคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่ได้ช่วยเหลือชุมชนไทยเพื่อให้เด็กทุกคนภูมิใจในความเป็นไทย”

นส.อลิส ดูแรน นักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย โพลีเทค สาขาสัตววิทยา กล่าวว่า “ดิฉันได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับว่าความเป็นไทยมีความหมายอย่างไรกับตัวของดิฉัน ดิฉันเป็นลูกครึ่งเชื้อสายไทยแต่ก็ได้นำเอาเป็นคนหลายเชื้อชาติมาผสมผสานกับการอยู่ในสังคม และจะนำเงินทุนที่ได้นี้ไปเพื่ออนาคตของการเป็นสัตวแพทย์ต่อไปในอนาคต” และศบ.พงศ์เทพ ชุติมาพงศ์รัตน์ ผู้ปกครองของอลิส ได้กล่าวเสริมว่า “โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้กับนักศึกษาในปีที่ 1 นอกจากจะเป็นทุนการศึกษาแล้วยังเหมือนกับเป็นรางวัลให้กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ส่วนตัวรู้สึกว่าการได้ทุนครั้งนี้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างมาก ต้องขอบคุณคุณปุ๋ยที่มีวิสัยทัศน์ในการมอบทุนและสร้างความภูมิใจให้กับเด็ก”

นส. ณยฏดา กตเวทิน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยยูซีเบิร์คเล่ย์ สาขาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นคนคุ้นเคยของสังคมไทยในแอลเอ เพราะเป็นบุตรสาวของท่านเอกอัครราชทูตเจษฏา กตเวทิน อดีตกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับทุนและได้ให้สัมภาษณ์กับเราว่า “ดิฉันมีความยินดีมากที่ได้รับทุนนี้ เพราะเป็นนักเรียนต่างชาติ ซึ่งการจะหาทุนที่ให้กับนักเรียนต่างชาติเป็นเรื่องที่ยากมาก และอยากจะใช้โอกาสที่ศึกษาอยู่ที่นี่ในการเรียนรู้ระบบงานสังคมสงเคราะห์เพื่อนำไปช่วยพัฒนาประเทศไทยต่อไปในอนาคต”

ส่วนตัวผู้เขียนได้ติดตามคุณ“ปุ๋ย” พรทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซม่อน มาตั้งแต่เธอได้รับตำแหน่งนางสาวไทยและนางงามจักรวาลในปี 1988 เธอได้ฉายาตั้งแต่การประกวดว่า “ ปุ๋ยรักเด็ก” ซึ่งในวันนี้เธอก็ได้แสดงว่าเธอรักเด็กและมีความภูมิใจในความเป็นคนไทยอย่างที่เธอกล่าวไว้ตั้งแต่วันแรกที่เราได้รู้จักเธอ จากการติดตามเธอมาเป็นเวลา 29 ปีก็ต้องขอบอกว่านอกจากความสวยงามและความเฉลียวฉลาดที่ทุกคนก็ทราบดีอยู่ เธอยังมีความสม่ำเสมอ มีความมุ่งมั่นในสิ่งที่เธอรัก นั่นก็คือ ความต้องการที่จะให้เด็กไทยมีโอกาสที่ดีขึ้น ดังที่เธอได้ให้สัมภาษณ์บนเวทีประกวดนางงามจักรวาลปี 1988 ว่า “ประเทศไทยถึงแม้จะมีความสวยงามทางวัฒนธรรม แต่โชคร้ายที่เด็กนับหมื่นคนยังต้องเสียชีวิตด้วยภาวะทุพโภชนาการ ในฐานะนางงามเธอก็อยากจะช่วยให้เด็กไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น” และวันนี้ทุกคนคงเห็นด้วยกับดิฉันว่านอกเหนือจากความเป็นแม่ที่ต้องดูแลบุตรของเธอแล้ว พี่ปุ๋ยของพวกเรารักเด็กและได้ทำสิ่งที่เธอสัญญาไว้กับชาวไทยต่อหน้าคนทั่วโลกอย่างไม่ขาดตกบกพร่องจริง ๆ ค่ะ