Get Adobe Flash player

ธุรกิจทารกส่งออก โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

เมื่อปี 1979 เกิดปัญหาที่ประเทศจีน จากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก รัฐบาลจึงต้องวางแผนครอบครัว ออกกฎหมายให้มีบุตรได้แค่คนเดียว ยกเว้นชาวชนบทที่ลูกคนแรกเป็นผู้หญิงให้มีได้อีกหนึ่งคน หากใครฝ่าฝืนถูกปรับหกเท่าของเงินรายได้ต่อปี..

ทุกเมืองมีสำนักงานวางแผนครอบครัว เจ้าหน้าที่ก็คือคนที่ภักดีระบอบคอมมิวนิสต์ มีอำนาจสั่งให้ทำแท้งหรือทำหมัน เงินค่าปรับจากคนฝ่าฝืน นำไปเป็นงบประมาณส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่พวกนี้มีอิทธิพลมากกว่ากระทรวงสวัสดิการเพื่อสาธาณชนเสียอีก โดยรอบของทุกหมู่บ้าน มีโปสเตอร์สีแดงเขียนเตือนไว้ว่า “ให้กำเนิดเด็ก 2-3 คน เท่ากับปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น ถ้ามีลูกหลายคน เป็นลางร้ายทำให้ครอบครัวหายนะ”  

ครอบครัวในเมืองที่คลอดเด็กผู้หญิงก็เอาไปทิ้งให้นอนตายอยู่ข้างถนน ในชนบทเอาไปฝังหรือโยนทิ้งบ่อน้ำ อยากได้แต่ลูกชายจากวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา เชื่อว่าพ่อแม่ได้พึ่งพายามแก่เฒ่า อีกประการกลัวความผิดที่มีลูกเกินหนึ่งคน ส่วนคนที่รู้ว่าจะได้ลูกสาวก็ทำแท้ง มีประมาณ 40 ล้านคน ทำให้ระยะหลังมีผลมากที่ขาดผู้หญิงวัยแต่งงาน

คนที่มีฐานะร่ำรวยซื้อเด็กผู้หญิงเอาไว้ พออายุ 10 ขวบ ให้ทำงานชดใช้ค่าเลี้ยงดู อายุ 20 ปี ให้แต่งงานกับลูกชาย เป็นการประหยัดค่าสินสอด

ช่วงศตวรรษที่ 1980-1990 หมู่บ้านเทียนซีตั้งอยู่บนภูเขาสูง ประชากร 1,800 คน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานวางแผนครอบครัวขึ้นไปตรวจตราอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ทั้งที่กว่าจะถึงหมู่บ้าน ต้องขับรถบนถนนขรุขระในทะเลฝุ่น 2 ชั่วโมง เดินขึ้นเขาต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงเศษ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ละความพยายาม เมื่อพบว่าครอบครัวที่มีลูกเกินกำหนด และไม่มีปัญญาเสียค่าปรับ เจ้าหน้าที่ก็ลงโทษโดยค้นหาสิ่งของทุกแง่ทุกมุมในบ้าน ไม่มีจริงๆ ก็ยึดเอาสัตว์เลี้ยงไป

จนกระทั่งปี 2003 หลังจากองค์กรสวัสดิการเพื่อสังคม ร่วมมือกับโครงการรับบุตรบุญธรรมในต่างประเทศ เจ้าหน้าที่วางแผนครอบครัวเปลี่ยนวิธีการไปด้อมๆ  มองๆ        แอบฟังเสียงเด็กทารกแรกเกิดร้องเวลาหิว สำรวจราวตากผ้าว่าบ้านไหนมีผ้าอ้อมตาก คราวนี้แทนที่จะยึดสัตว์เลี้ยง กลายเป็นยึดเด็กทารก ทำทีพูดด้วยความเมตตาว่า ไม่ต้องจ่ายค่าปรับที่ทำผิดกฎหมาย พร้อมทั้งกำชับไม่ให้บอกใคร แล้วเอาไปขายเป็นบุตรบุญธรรมในต่างประเทศ ในราคา 3,000 เหรียญ

นับตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของศตวรรษ 1990 มีเด็กชาวจีนกว่าแปดหมื่นคน ที่ถูกส่งตัวไปเป็นบุตรบุญธรรม มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา พ่อแม่บางคนออกมาเล่าความเป็นจริงให้โลกได้รับรู้ กรณีถูกเจ้าหน้าที่บีบบังคับให้เอาลูกไปส่งไว้ที่สถานเด็กกำพร้าแล้วเอาไปขาย บ้างก็ถูกหลอกลวงหรือถูกลักพาตัว โดยที่เจ้าหน้าที่ปกปิดว่าเป็นเด็กที่พ่อแม่เอามาทิ้ง บางครอบครัวถูกทุบตีและข่มขู่ให้ยกลูกสาวให้ หรือไม่ก็หลอกให้เซ็นชื่อยินยอม
เมื่อเด็กถูกนำตัวไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว พ่อแม่ก็หมดสิทธิ์ขอลูกคืน

ช่างก่อสร้างรายหนึ่งเล่าว่า ลูกสาว 6 เดือน เจ้าหน้าที่เอาตัวไปเมื่อปี 2002 เขาพยายามครั้งแล้วครั้งเล่ามากกว่า 3 ปี เข้าไปหาหลักฐานในสำนักงานที่ทำหน้าที่ส่งเด็กออกนอกประเทศ ถึงได้ทราบว่า ลูกสาวถูกส่งตัวไปสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว

อีกครอบครัวให้กำเนิดลูกสาวคนที่ 4 โดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเกิดมาแล้วพ่อแม่ก็เต็มใจเลี้ยง ซ่อนลูกสาวไว้ในบ้าน ไม่พาออกไปตลาด แต่เจ้าหน้าที่ก็สืบพบจนได้ ตัวพ่อแค้นใจมาก 
ออกตามหา ไปขอกู้เงินเพื่อเสียค่าปรับ แต่ล้มป่วยกลางทางต้องกลับบ้าน อีกไม่นานลูกสาวก็ถูกส่งตัวออกนอกประเทศ พ่อถึงกับพยายามฆ่าตัวตายด้วยความเสียใจ

คู่หนุ่มสาว ผู้ชายอายุ 21 ปี ผู้หญิงชื่อเหว่ยหลิง อายุ 19 ปี อายุของทั้งสองคน กฎหมายคุมกำเนิดของจีนไม่อนุมัติให้แต่งงาน พอลักลอบมีลูกด้วยกันก็แจ้งเกิดไม่ได้ ค่าติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลก็แพงจนสู้ไม่ไหว ต้องตัดสินใจขายลูก เหว่ยหลิงบรรยายไม่ถูกกับความรู้สึกเจ็บปวดตอนที่ยื่นลูกรักให้คนอื่น แม่ทุกคนอยากอยู่กับลูกตลอดชีวิต แต่สำหรับเธอเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

เรื่องที่น่าสะเทือนใจ เกิดกับครอบครัวที่มีลูกชายคนเดียวอายุ 5 ขวบ ถูกลักพาตัวขณะที่ช่วยยายจัดผักขายในตลาด แม่พูดไปร้องไห้ไปว่า "คนไม่เคยเสียลูก ไม่รู้ซึ้งถึงความรู้สึกนี้ เหมือนถูกมีดแทงที่หัวใจ เวลาฝนตกก็ห่วงว่าลูกเปียกหรือเปล่า พอถึงหน้าหนาวจะเป็นยังไงบ้าง เรียกคนอื่นว่าพ่อแม่หรือเปล่า ฝันถึงพ่อแม่บ้างไหม ฉันเคยพูดเล่นเวลาลูกซนว่าจะขายหรือไม่ก็ส่งไปไกลๆ ตอนนี้ลูกต้องคิดว่าแม่พูดจริง ลูกคงพูดว่า...ผมจะเป็นคนดีๆ“

ผู้พ่อเสริมว่า “มันทรมานเหลือเกิน ไม่รู้ว่าลูกตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ กินอิ่มไหม มีคนดูแลอย่างดีและได้ไปโรงเรียนหรือเปล่า”

พวกพ่อแม่บุญธรรมพอรู้ว่าเด็กถูกดึงจากอกแม่ก็พากันเสียใจ รู้มาว่าเด็กผู้หญิงเหล่านั้นไม่เป็นที่ต้องการของชาวจีนที่นิยมเด็กผู้ชาย พอรับมาก็รักและผูกพัน ถ้ารู้สักนิดว่าเงินคือสาเหตุทำให้เด็กถูกพราก  ก็จะไม่มีวันขอมาเป็นลูกเด็ดขาด 

หัวหน้าสำนักงานจัดหาบุตรบุญธรรมที่ใหญ่ที่สุดในต่างประเทศ ให้รายละเอียดว่า ธุรกิจนี้เริ่มแพร่หลายจากประเทศจีน เพราะมีเด็กหญิงถูกทิ้งมากมาย หลังจากนั้นก็กลายเป็นผลผลิตในตลาดที่ทำเงินมหาศาล ทางด้านรัฐบาลจีนที่มีสำนักงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้เชื่อว่า เจ้าหน้าที่ที่บังคับเอาทารกจากพ่อแม่ไปขายนั้นมีจำนวนน้อย ถ้าจับได้ถูกลงโทษจำคุก 8-10 ปี

เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ดาราฮอลลีวูด 2 คน ได้รางวัลยอดเยี่ยมจากเรื่องจริง สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ประเทศจีนปล่อยให้เด็กตายเพราะความหิว ผู้อำนวยการสร้างกลับไปค้นหาความจริงอีกครั้ง จากกฎหมายให้มีลูกคนเดียว เพื่อเปิดโปงเรื่องลักพาตัวมีทั้งเด็กเล็กและเด็กวัยรุ่น ส่งไปขายยังต่างประเทศ จากความต้องการสูงมากของคู่สมรสที่ไม่มีบุตร ทารกส่งออกจึงเป็นธุรกิจที่ทำเงินเข้าประเทศ ถึงกับมีการขโมยเด็กตามถนนหนทาง มีเด็กหายปีละเจ็ดหมื่นคน  เด็กหญิงที่โตหน่อยถูกขายไปเป็นภรรยา...

นายหวั่ง หลี เริ่มทำธุรกิจนี้เมื่อปี 1985 พอภรรยาเสียชีวิตก็มีแฟนสาวที่อยากได้แต่เงิน เขาก็เอาลูกชายที่กำลังเดินเตาะแตะไปขาย เพราะมีคนอยากได้ทุกหนทุกแห่ง ที่มีปัญหาคือสินค้าไม่พอขาย แล้วเขาเริ่มจากขายผู้หญิงวัยรุ่น ถ้าหน้าตาสะสวยได้ราคาดี ที่หน้าตาขี้เหร่ขายไม่ออก เด็กชายถ้าหน้าตาดี น่ารัก คนซื้อรวยก็ได้เงินมากขึ้นไปอีก  

เขาคงทำต่อไปเรื่อยๆ ในเมื่อเงินคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการ และจนกว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาการส่งทารกเป็นสินค้าออกของประเทศ.