Get Adobe Flash player

สุทธิพร ‘คุณตุ๋ย’ สังขมี โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

ร้านอาหารจิตลดา บนถนนซันเซ็ท ลอสแอนเจลิส เปิดบริการชาวไทยมาช้านาน เป็นที่รู้กันดีว่าบริการอาหารภาคใต้ รสจัดเป็นพิเศษ จนกระทั่งถึงปี 2006 คุณสุทธิพร “คุณตุ๋ย” สังขมี และ คุณศรินทิพย์ สิงห์สนอง สองคนพี่น้องเข้ามาดำเนินกิจการ เพื่อหวังจะให้คนไทยในต่างแดนได้ลิ้มรสอาหารใต้แบบดั้งเดิม...

การดำเนินธุรกิจไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สองปีเต็มที่กัดฟันสู้ ต้องอดทนจนแทบหมดตัว แล้วจู่ๆ ก็เหมือนบุญหล่นทับ เมื่อชาวอเมริกันที่เคยไปอยู่เมืองไทย โปรดอาหารปักษ์ใต้เดินทางมาแอลเอ ได้ทดลองแล้วถูกใจ ทั้งช่วยเขียน ช่วยโฆษณาทางเว็ปไซท์ ด้วยสโลแกนที่ว่า...จิตลดาแจ้งเกิดอีกครั้งด้วยจิตวิญญาณของชาวใต้...เท่านั้นเอง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นแอลเอ นิวยอร์ค ยอดนักชิมอาหารทั้งหลายก็พร้อมใจกันเดินเท้าเข้าไปในจิตลดา แน่นขนัดราวกับแจกฟรี

วันนี้ถึงเวลาที่ตระกูล “สังขมี” ยิ้มออกเสียที แต่สิ่งที่ได้รับมากกว่าที่คิดก็คือ อาหารปักษ์ใต้บ้านเราที่เคยคิดกันว่า อเมริกันไม่มีทางกินได้ กลับประกาศความเป็นหนึ่งไปทั่วโลก...

...คุณตุ๋ย ชาวอำเภอปากพนัง นครศรีธรรมราช เป็นลูกชายคนโตในจำนวน 12 คน ของคุณพ่อสุทัศน์และคุณแม่สุพิศ สังขมี ชอบทำอาหารให้เพื่อนแกล้มเหล้า จนได้แรงยุให้เปิดร้าน “ครัวคุณตุ๋ย” ที่พัทยา ใช้เวลา 3-4 ปีกว่าจะดังจนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย 

ปี 1996 เดินทางมาเยี่ยมพ่อได้ 4 วัน พ่อก็เสียชีวิต เตรียมกลับเมืองไทย แต่ลูกสาว จรัสพร “น้ำตาล” อยากเรียนที่นี่ คุณตุ๋ยจะทิ้งลูกก็ไม่ได้ จึงตัดสินใจอยู่ต่อ ช่วยทำครัวที่ร้านของน้องชายและร้านอื่นๆ ต่อมาทราบข่าวว่าร้านจิตลดาจะขาย อยากเอาอาหารปักษ์ใต้ดั้งเดิมมาเผยแพร่ในแอลเอให้ชาวไทยทุกคนได้ลิ้มชิมรส เริ่มเข้าไปดำเนินกิจการ เมื่อเดือนมีนาคม 2006 

...ตอนแรกผมใช้พ่อครัวแม่ครัวเก่าทั้งหมด มีแค่แกงเหลืองกับแกงไตปลา ลูกค้ามากินครั้งเดียวก็หายหน้า ขายได้วันละ 200 เหรียญ ทำได้หกเดือนก็ต้องเลิกจ้าง ลงมือทำเองกับน้องสาว ศรินทิพย์ สิงห์สนอง และภรรยา รัชนี “อ้วน” สังขมี ซึ่งจบปริญญาโทมา ก็ต้องมาช่วยครอบครัวทำครัว ให้ลูกๆ หลานๆ มาช่วยกันเสิร์ฟ เป็นอาหารปักษ์ใต้เต็มรูปแบบ

โฆษณาว่าเปลี่ยนเมนูใหม่ทั้งหมด ใช้เวลาเกือบสองปีกว่าลูกค้าจะรู้ ต้องใช้ความอดทนกว่าจะถึงวันนี้ แต่ผมมั่นใจว่าจะต้องผ่านไปได้ จากที่เคยทำที่เมืองไทย นึกถึงคำพูดของลูกค้าที่ว่า...เผ็ดกว่าที่กรุงเทพฯ แต่มันอร่อย...

ตอนนี้ลูกค้าคนไทยจำนวนเท่าเดิม แต่ต่างชาติเข้ามามากกว่า 4-5 เท่าของคนไทย เริ่มจากฝรั่งคนหนึ่งชื่อ อีริค เอ็ม ชาวชิคาโก เคยไปอยู่ที่ภูเก็ต พูดและอ่านภาษาไทยได้ มาพักที่โรงแรมแถวฮอลลีวูด ไปเห็นเมนูทูโกภาษาไทยของจิตลดา เขาอยากกินอาหารปักษ์ใต้ ชอบรสชาติที่ไม่เหมือนภาคอื่น มีความเผ็ดและหอมกว่า  เขาบอกว่า...เคยไปลองหลายรัฐ ชื่อน่ะใช่แต่อาหารไม่ใช่ จึงอยากให้รู้แจ้งว่าเป็นปักษ์ใต้จริงหรือเปล่า...อีริคลองแกงเหลือง แกงไตปลา ในเมื่อต้องการของแท้ ผมก็ใส่ไม่ยั้งมือ

เขามีเวลาอยู่ที่แอลเออีก 3 วัน กินมื้อแรกก็ว่าใช่เลย วันรุ่งขึ้นมาเช้า บ่าย เย็น ทั้งสองวัน ลองแกงเนื้อขี้เหล็ก แกงไก่ขี้พร้า แกงสับปะรด แกงกุ้งยอดมะขามอ่อน ลองหลายอย่าง แล้วไปพาพี่ชายมากินอีก วันสุดท้ายมานั่งคุยกับผม ถามถึงชื่อผัก เครื่องปรุงต่างๆ เขารู้จักผักทางใต้สารพัดชนิด บอกว่ากลับไปชิคาโกแล้วจะเขียนเมนูของอาหารปักษ์ใต้เป็นภาษาอังกฤษให้ชาวอเมริกันรู้จัก คิดว่าใช้เวลาไม่เกินสามเดือน

แล้วก็หายหน้าไป จู่ๆ คืนหนึ่งโทรมาบอกว่า เขียนเสร็จและใส่เว็ปไซท์ให้เรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้าที่เขาจะโทรฯ มา มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นนักเขียนเรื่องอาหาร เห็นในเว็ปไซท์อีริค อยากลองอาหารใต้ แต่เมนูเป็นภาษาไทย จึงต้องพรินท์จากคอมพิวเตอร์ ลองแล้วบอกว่าอร่อยมาก จะไปเขียนลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น  ต่อมา โจนาธาน โกลด์ จากแอลเอ วีคลี่ เขียนคอลัมน์อาหารมาชิม แล้วเอาไปเขียน เวลาเดียวกันแอลเอ ไทม์ก็มา เขาเขียนคั่วกลิ้งว่าเป็นอาหารรสจัดหายาก ไม่มีขายที่ไหน ใครอยากกินต้องมาที่นี่ พวกอเมริกันถือหนังสือพิมพ์มากันเป็นแถวแต่เช้า บอกว่าลงเรื่องอาหารใต้ ผมน้ำตาไหลเลย ไม่อยากเชื่อ แสดงว่าพวกหนังสือพิมพ์มากินกันนานแล้ว

ผมเคยคิดว่าฝรั่งไม่กินเผ็ด พอรู้ว่ามีอาหารเผ็ดจริงๆ ก็มาทดลอง แอลเอวีคลี่ลงว่าอาหารแปลก ไม่เหมือนใคร กินแล้วปากพอง คนอ่านก็แห่กันมาว่าจริงอย่างที่เขียนหรือเปล่า แล้วก็หมายเหตุให้ด้วยว่าไม่มีที่จอดรถ ต้องหาที่จอดแล้วเดินไปเอง

มีลูกค้าหลายคนถือกระดาษที่พรินท์จากอินเตอร์เน็ท ติดมือมาขอลองอาหารแนะนำจากนักเขียน

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ก็มีนักชิมจากสำนักต่างๆ มาชิมโดยไม่เปิดเผยตัว เชฟจากทุกร้านอาหาร ดาราภาพยนตร์ ผู้กำกับ “สำนักข่าวแอลเอไทม์” ชิมคั่วกลิ้ง “แอลเอ วีคลี่” ชิมปลาทอดขมิ้น ปูเป็นพล่า แกงกบกระท้อน “นสพ.นิวยอร์ค โพสต์” เขียนนำเที่ยวฮอลลีวูด แนะนำว่าจิตลดา ว่าเป็นร้านอาหารไทยยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศ

ที่คุณตุ๋ยตื้นตันจนน้ำตาไหล ก็คือ รายการสถานีโทรทัศน์นำไปถ่ายทอด มีชื่อร้าน “จิตลดา” และธงชาติไทยอยู่ด้านข้าง เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฝรั่งจะติดใจอาหารพื้นเมืองของภาคใต้

ร้านจิตลดา ได้รับรางวัลต่างๆ อีกมากมาย จนข้างฝาเต็มไปด้วยรางวัล ซึ่งตไม่คิดว่าว่าตัวเองจะมาไกลถึงขนาดนี้             

“คุณตุ๋ย” ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะขายคนส่วนน้อยที่ชอบและประทับใจในรสชาติอาหารที่สุด แล้วคนส่วนน้อยนั้นจะเป็นผู้นำคนส่วนมากเข้ามาเอง ที่ตื่นเต้นและชื่นใจที่สุด เมื่อดาราดัง อาทิเช่น ไรอัน กอสลิ่ง ดาราจากเรื่อง เดอะ โน้ต บุค, ได้รับการเสนอชื่อรับรางวัลออสก้าจากเรื่อง แฮฟ เนลสัน , ดรู แบรี่มอร์ ดาราเด็กจากเรื่อง อีที จนถึง ชาลี แอนเจิล บอกลูกสาวให้ไปเรียกคุณตุ๋ยอออกมาถ่ายรูปด้วย และย้ำกับลูกสาวว่า ให้รับถ่ายทอดอาหารทุกชนิดจากพ่อเอาไว้ “ถ้าพ่อยูตายแล้ว ฉันจะไปหากินได้ที่ไหน”

“ผมภูมิใจตรงที่เชฟบ้านนอกอย่างผม ยังสามารถทำให้ฝรั่งรู้จักว่าขายอะไร ทุกอย่างขายได้หมด เพราะลูกค้าเชื่อในรสชาติว่าอร่อยและมีคุณภาพ ข้อสำคัญผมบอกลูกค้าว่า กินอาหารอร่อยต้องใจเย็นๆ เร่งไม่ได้ มีข้อความเขียนติดไว้ที่ฝาผนังข้างโต๊ะลูกค้าว่า...ครัวเล็ก มีคนชอบอาหารจำนวนมาก กรุณาอดทนถ้าอาหารออกช้า แต่ขอสัญญาว่า อาหารจิตลดาคุ้มค่าแก่การรอคอย...

“ที่ผ่านมาผมถือว่าพระคุ้มครอง ใช้ความซื่อสัตย์ จริงใจเป็นจุดใหญ่ ผมจะทำตรงนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่คิดหาร้านใหม่ใหญ่โต หรูหรา แต่เป็นการทำธุรกิจด้วยใจรักในการทำอาหาร”

“ขอขอบคุณอเมริกาช่วยทำให้ผมรอดตายจากการดื่มเหล้า อยู่เมืองไทยไปดื่มกับเพื่อนทุกคืน” 

ตั้งแต่ที่อีริคเขียนจนถึงวันนี้ ร้านดีขึ้นเรื่อยๆ โรงแรมใหญ่ส่งพ่อครัวมากินว่าหายาก อร่อย เผ็ดสมคำร่ำลือ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เหมือนร้านไทยอื่นๆ แล้วก็ไปบอกต่อว่ามีแกงไม่เหมือนใคร ทีนี้ดังกันไปใหญ่ แอลเอไทม์ ลงครั้งที่สอง เพิ่มอาหาร 4 ตัว ปลาขมิ้น ข้าวยำ แกงกบกระท้อน ปูเป็นพล่า หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ลง 6 ครั้ง บรรณาธิการเขียนเองและเขียนถึงมากที่สุด หนังสือกูเมท์ ที่นิวยอร์คส่งทีมงานมาถ่ายทำ เขียนลงในคอลัมน์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  

ผมบอกสูตรให้กับนักเขียนทั้งหมด ไม่เคยหวง อยากให้คนในอเมริการู้จักอาหารของผมมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อยากให้กินเป็นกันทุกคน ต้องการทำให้อาหารไทยของปักษ์ใต้เป็นที่ลือชื่อ เป็นที่รู้จักของชาวอเมริกันและทั่วโลก เมืองไทยจะได้มีชื่อเสียง เมื่อใส่ในเว็ปไซท์ก็ต้องเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก หลายคนมาจากฝรั่งเศส แคนาดา ลงจากเครื่องบินก็ตรงมาที่ร้านเลย ถ้าผมหวงไว้ เก็บไว้คนเดียว ก็จะไม่มีใครรู้จักชื่อเสียงของเรา ฝรั่งชอบลองทำข้าวยำก็สอนให้ ถึงจะมีคนไปทำขายก็ไม่เป็นไร ผมถือว่าได้เดินมาถึงจุดที่สร้างชื่อเสียงแล้ว      

ตอนที่ทำเมนู นึกไปถึงตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ผมอายุ 4 ขวบ ก็ถูกใช้ให้เด็ดพริก ปอกกระเทียม เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ย่ายายแกล้งเอามาให้ถือเล่น พ่อแม่ใช้ให้ตำเครื่องแกง นึกทุกวันจนจำได้ว่าเคยกินหลายร้อยอย่าง แล้วเลือกตัวที่อยากขายมาใส่ในเมนู ของโปรดของผมคือแกงใต้ทุกชนิด มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนแกงภาคอื่น กลิ่นหอมตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด รสชาติเข้มข้นและอร่อยทั้งหมด ทำเองสดๆ วันต่อวัน

ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนบังเอิญ ผมคิดว่าเป็นโชค เหมือนพระอวยพรให้เราผ่านอุปสรรคไปได้ทุกอย่าง เป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก ก่อนหน้านี้แม้มั่นใจว่าจะผ่านไปได้ แต่ต้องใช้เงินมาก มีอะไรก็เอาไปขายหมด รูดเครดิตคาร์ด  ยืมคนโน้นคนนี้ เป็นหนี้เป็นสิน แต่ปลอบใจตัวเองว่า...ขอให้ได้ทำอาหารปักษ์ใต้ในอเมริกาสักครั้ง ถึงหมดตัวก็ไม่เสียใจ...

ผมนอนไม่หลับ ถ้าไม่ผ่านวิกฤตแล้วจะทำอย่างไร ยังมั่นใจลูกค้าจำนวนน้อยที่มากินแล้วชมเชย สิ่งที่ยึดเหนี่ยวคือ เชื่อมั่นในฝีมือตัวเอง คิดว่าถึงอย่างไรก็จะไม่มีวันปล่อยร้านนี้ นอกเสียจากว่าหมดตัวจริงๆ ก็คงต้องยอมแพ้ แต่เหมือนมีอะไรดลใจว่าทำได้ ไม่เคยคิดว่าโชคชะตาจะนำ อีริค เอ็มเข้ามาในร้าน 

ตอนที่ร้านมีปัญหาเรียกว่าถึงที่สุด พี่น้องทุกคนเข้าใจกันดีว่าต้องอดทนรอให้ถึงวันหนึ่ง ผมทำร้านนี้เพื่อพี่น้องทุกคน ผมเป็นลูกชายคนโต พูดอะไรน้องๆ จะเชื่อ นำในสิ่งที่ดีๆ ให้สามัคคีกัน เวลามีงานกุศลก็ช่วยเต็มที่ ผมเป็นอย่างนั้นตั้งแต่วัยรุ่น ทำจากใจไม่เคยนึกเสียดาย ที่เมืองไทยบางครั้งมีเงินแค่ 200 บาท เพื่อนบอกว่าเดือดร้อนก็ให้ไปหมด ในชีวิตของผมเป็นผู้ให้ เป็นความสุขทางใจที่ได้ช่วยคน 

สิ่งสำคัญผมได้กำลังใจจากแม่สุพิศบอกว่า...ไม่เป็นไรให้ทำต่อไป ถ้าใจสู้เสียอย่าง...แม่ยิ้มแย้ม อวยพรทุกเช้า ขอให้ขายดีๆ ให้ขายดีมากๆ นะลูก บางครั้งขายไม่ได้ก็บอกแม่ว่าขายดี แม่ก็ดีใจเพราะไม่ค่อยมาที่ร้านจึงไม่เห็นว่าลูกๆ แย่แล้ว พอถึงวันที่ขายดีจริงๆ ผมพาแม่มาแล้วบอกว่า...เพราะแม่อวยพรให้ผม คำพูดแม่ศักดิ์สิทธิ์เห็นหรือเปล่า คนถึงได้แน่นอย่างกับแจกฟรี...     

ผมเชื่อมั่นพรของแม่ว่าต้องทำให้ประสบความสำเร็จ แม่ให้พรใครก็จะโชคดี เพราะแม่เป็นคนใจบุญ   วันพระพาลูกไปฟังเทศน์ ฟังธรรม มีแต่การให้ อย่าเอารัดเอาเปรียบคนอื่น พาไปตักบาตรตั้งแต่มือยังเอื้อมไม่ถึงบาตร มีกล้วย มีไข่ต้ม ขนมบ้าง สอนให้อ่อนโยน เมื่อเคยให้ตั้งแต่เด็กตามกำลังก็มีความสุข

แม้หน้าตาของผมดูเหี้ยมน่ากลัวก็จริงแต่จิตใจดี บางคนไม่คาดว่าผมเป็นพ่อครัว คิดว่าเป็นโจร ถ้าได้คุยกันก็จะรู้ว่าตรงกันข้ามกับใบหน้า ทุกอย่างทำด้วยความรักและจริงใจ หลายครั้งที่ลูกค้าฝรั่งถูกใจมากได้กินอาหารแปลกๆ ที่ไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต จนอยากดูตัวพ่อครัว พอผมออกมาพากันตบมือให้ ไม่ตกใจแต่ดีใจที่ได้เห็นตัวจริง

จนถึงวันนี้พระประทานพรให้ร้านจิตลดาโดยเฉพาะ เหมือนบุญหล่นทับหลายครั้ง ผมยังไม่อยากทำร้านใหญ่ อยู่ตรงนี้ต่อไปให้คนรู้จักสถานที่ อาหาร รสชาติเป็นเรื่องสำคัญมาก บางคนรู้ว่าขายอาหารใต้ บางคนดูจากหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ฯลฯ

....................

...ในด้านส่วนตัว แม้เวลาแต่ละวันแทบหาเวลาว่างไม่ได้ แต่ “คุณตุ๋ย” ก็ยังใช้เวลาหลังปิดร้าน แกงใตปลา แกงเหลืองหม้อใหญ่สุด เพื่อช่วยสมาคม ชมรม วัดวาอาราม ที่จัดงานการกุศล ให้ได้กินกันอย่างทั่วถึง โดยไม่เคยปฏิเสธทุกครั้งที่มีผู้ขอ

เวลาชุมชนไทยมีกิจกรรม “คุณตุ๋ย” จะแสดงน้ำใจ ช่วยทั้งเงิน ช่วยทั้งแรง อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ทั้งๆ ที่ร้านก็ยุ่ง จนหลายครั้งน้องที่ร้านต้องโทรไปตามให้รีบกลับ ว่า “ลูกค้าเต็มร้าน ทำไม่ทันแล้วพี่ตุ๋ย”

คุณตุ๋ย เป็นที่รักของผู้คนที่ได้มีโอกาสรู้จัก ทั้งระดับผู้ใหญ่ และรุ่นน้องๆ

ข่าว “คุณตุ๋ย” น้ำท่วมปอด ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลายคนยังคิดว่าคงไม่มีอะไร เดี๋ยวก็กลับบ้านได้ แต่เมื่อผ่านการตรวจจากแพทย์อย่างละเอียด ปรากฏว่าพบโรคอื่นที่น่าห่วงใยอย่างยิ่ง

เมื่อทุกคนทราบข่าว แต่ละวันจะมีคนที่รัก “คุณตุ๋ย” ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลไม่ขาดสาย แม้กระทั่งพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาส หลายวัด

ภาพต่างๆ ถูกโพสต์ลงในโลกโซเชียลมีเดียอย่างมากมาย ทำให้คนที่รัก “คุณตุ๋ย” ที่อยู่ไกลแอบรุ้สึกกังวล ว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือ    

แล้วในที่สุด สิ่งกังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ “คุณตุ๋ย” จากพวกเราไปอย่างไม่มีวันกลับ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของ ครอบครัวญาติพี่น้อง และเพื่อนพ้องซึ่งเป็นที่รัก.