Get Adobe Flash player

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

ศูนย์อัญมณีและเครื่องประดับ

ออกจากอ่าวคุ้งกระเบน ตรงไปยังศูนย์อัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี ได้จัดตั้งเป็นศูนย์ฯ เมื่อปี พ.ศ.2546

เพื่อให้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับที่มีคุณภาพของประเทศอย่างแท้จริง ได้มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกมากกว่า 30 ร้าน ได้รับรองคุณภาพสินค้าจากทางสมาคมฯ 

ปัจจุบันประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการค้าพลอยขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากมีแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำในการเผาพลอย เจียระไนพลอยที่ได้รับการกล่าวขานจากทั่วโลกว่า คุณภาพเป็นที่ยอมรับมายาวนานในระดับสากล เป็นที่ต้องการของพ่อค้าพลอยจากประเทศต่างๆ ได้เดินทางมาซื้อพลอยทุกวันศุกร์และวันเสาร์ บริเวณตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สร้างรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศไทย เป็นมูลค่าปีละหลายแสนล้านบาท โดย 80% ของสินค้าอัญมณีที่ประเทศไทยส่งออกไปยังตลาดโลก ต้องผ่านการเจียระไนและเพิ่มมูลค่าจากจันทบุรี ทำให้จังหวัดมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีด้านการเจียระไนพลอย และเป็นผู้นำในการเผาพลอยเพื่อเพิ่มมูลค่ามาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันก็ยังเป็นศูนย์กลางการซื้อขายอัญมณีแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ความเป็นศูนย์กลางอัญมณีของภูมิภาคและของโลกได้ในอนาคต

ผู้เขียนคุยกับ คุณวรพล ท่าม่วง เจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ ให้รายละเอียดว่า ศูนย์ฯ เป็นการรวมตัวของสมาชิกผู้ประกอบการอัญมณีระดับใหญ่และระดับกลางในจันทบุรี ได้ร่วมมือกับทางสถานที่ราชการ เวลามีโรดโชว์ สมาชิกจะไปออกงาน ในจังหวัดมีอัญมณีแทบทุกชนิด ที่ดังที่สุดคือ บุษราคัม ทับทิมสยาม ไพลิน เขียวส่อง เมื่อก่อนมีทับทิมจากจังหวัดตากมีชื่อเสียงที่ อ.บ่อไร่ ทับทิมของพม่าเข้ามาทีหลัง แต่สีแตกต่างกัน ถ้าเทียบกันแล้วของเราคุณภาพจะดีกว่า ของพม่าออกสีชมพูอมชมพู ของเมืองจันท์จะเป็นสีแดง              

เศรษฐกิจช่วงนี้มีผลเหมือนกัน โรงงานใหญ่ต้องปลดคนงานเป็นร้อยคน บางโรงงานหยุดพักชั่วคราว ทำให้สะดุด ผมอยากให้เศรษฐกิจกลับมาดีเหมือนเดิม ช่วงที่พลอยจันท์โด่งดังที่สุด เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราเป็นแหล่งผลิต แหล่งวัตถุดิบ สมัยนี้เทียบไม่ได้ เพราะจีนเป็นคู่แข่งหลัก ทั้งยังนำเข้ามาจากหลายประเทศด้วย บางคนถือว่าเป็นของฟุ่มเฟือย แต่บางคนซื้อเก็บสะสม พลอยที่มีคุณภาพจริงๆ คือพลอยแซฟไฟร์ พลอยเนื้อแข็งเริ่มหายากขึ้น ถ้าเป็นเทศกาลวันหยุด คนก็มากหน่อย ส่วนธุรกิจทั่วไปในจันทบุรี ก็กระทบเหมือนลูกโซ่ เพราะพลอยเป็นตัวหลัก เมื่อคนงานตกงาน ก็ต้องกลับบ้านเกิด

ในความรู้สึกของคนรุ่นใหม่อย่างผม ถ้าหลับตาย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ผมอายุสิบขวบเศษ ยังจำได้ว่าเป็นคนละเรื่อง ผมอยู่กับเหมืองมาตั้งแต่เล็ก สมัยนั้นเมืองจันท์เป็นเมืองสวรรค์ คนเดินในตลาดเบียดเสียดกัน ผมเสียดายภาพนั้นมาก คิดว่าคงต้องพึ่งรัฐบาลหรือผู้นำประเทศว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะโดนต่างประเทศแย่งตลาดตรงนี้ไป อย่างหนึ่งที่เห็นก็คือ รัฐบาลจีนส่งเสริมการนำเข้าวัตถุดิบ ส่งเสริมแรงงานในการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น ต้นทุนการผลิตของเขาถูกกว่าเราทุกอย่าง การนำเข้าพลอย รัฐบาลส่งเสริมไม่ต้องเสียภาษี ของเรามีภาษีขาเข้า ค่าแรงงานก็ถูกกว่าเรา ฉะนั้นพลอยที่ผลิตก็ต้องถูกกว่า ตลาดต่างประเทศนิยมที่จะไปซื้อที่จีนมากกว่า ของเรามีทั้งภาษีขาเข้าและออก ต้นทุนค่าแรงก็สูงกว่า

ผมอยากให้คนไทยในต่างแดนกลับเข้ามาเที่ยวในประเทศ จันทบุรีหรือจังหวัดไหนก็ได้ ขอแต่อย่าได้ลืมสินค้าของบ้านเรา บางท่านไปอยู่ต่างแดนนานแล้ว อาจลืมว่ามีของดีอยู่ที่เมืองไทย ขอให้นำของดีของประเทศเราไปกระจายให้คนทั่วโลกรับรู้ จันทบุรีก็มีผลไม้แทบทุกชนิด ทุเรียน มังคุด ลองกอง กับพลอยที่ขึ้นชื่อ ควรมาในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน...     

...คุณสมศักดิ์ ไทยภักดี ผู้ติดตามคณะฯ ให้เวลาพวกเราเดินดูแค่ครึ่งชั่วโมง พี่เพ็ญพิมพ์สนใจสร้อยอุบะห้อยคอเป็นพลอยหลายสี งดงามจริงๆ ฝีมือละเอียด แต่จะให้ผู้หญิงตัดสินใจซื้อสินค้าราคาห้าหมื่นบาทในสิบนาทีคงยาก หมุนไปหมุนมาก็ได้เวลาขึ้นรถ คงได้แต่ชื่นชมฝีมือคนไทยแล้วเดินทางไปยังที่พัก กินอาหารเย็น เข้าห้องพักผ่อน เตรียมแรงไว้สำหรับพรุ่งนี้

...วันรุ่งขึ้นออกเดินทางไปยังจุดหมายคือ จังหวัดนครนายก  แวะที่ปั๊มเชลล์โพธิ์ทอง ห่างจาก อ.แกลง 2 กิโลเมตร คนละแห่งกับตลาดผลไม้ที่แวะเมื่อวาน ที่หน้าห้องน้ำเขียนไว้ว่า “สุดยอดส้วมระดับประเทศ 2549” เห็นแล้วแปลกใจจึงต้องสอบถามความเป็นไปจากท่านสายเมือง ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา กปร. ซึ่งท่านจักร กงสุลใหญ่ฯ ได้ขอให้ท่านสายเมือง เป็นผู้คัดเลือกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ทาง กปร.เห็นว่าประสบความสำเร็จในความหมายที่ว่า ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีผลประโยชน์ต่อชุมชนอย่างเต็มที่และชัดเจน ไม่ว่าเป็นการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น สิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมไปกลับคืนมา จะเห็นว่าที่อ่าวคุ้งกระเบน ป่าชายเลนได้กลับมาอย่างสมบูรณ์...

ท่านสายเมืองให้ความกระจ่างว่า...ที่นี่ได้รางวัลสุดยอดส้วม ระดับภาคของภาคกลาง รับถ้วยรางวัลชนะเลิศของสมเด็จพระเทพฯ เริ่มจากเมื่อปีที่แล้ว มีการสมัครแข่งขันเข้าประกวด มีการตรวจองค์ประกอบหลายอย่าง ตรวจเข้มมาก เพราะเมื่อก่อนเข้าใจว่าเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่เป็นเรื่องเกษตรอย่างเดียว อันนี้เป็นตัวอย่างการพัฒนาเชิงธุรกิจ ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปีที่แล้วใช้คำว่า สุดยอดส้วมแห่งปี โปรโมทเรื่องห้องน้ำ ร้านค้าสะอาด เรื่องระบบนิเวศน์ จากนั้นเห็นว่าน่าจะขยายผลต่อไป ปีนี้จึงจัดประกวดอีก เริ่มรับสมัครวันที่ 17 มีนาคม เป็นรางวัลระดับประเทศรับพระราชทานจากในหลวง หวังการดำเนินการทางด้านเศรษฐกิจพอเพียงมากกว่า ให้เห็นว่าได้ปรับใช้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ การเป็นคนดีมีคุณธรรม ช่วยสังคม ในการประกวดระดับประเทศอาจมีทุกปีต่อเนื่องต่อไป กติกาคือที่ได้แล้วก็ไม่ให้ซ้ำ และยังมีอีกหลายอย่างในการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง...

ที่ผมเป็นคนคัดเลือกสถานที่ให้มาชมกันนั้น อยากให้มองเป็นภาพรวมให้เห็นว่าในทุกมิติ โครงการของพระองค์ท่านเป็นตัวอย่าง และเป็นแนวทางปฏิบัติและช่วยเหลือพสกนิกรมาตลอด ไม่ใช่เรื่องใดเรื่องเดียวเท่านั้น แต่เป็นทุกมิติ วันนี้มาภาคตะวันออก พรุ่งนี้ไปภาคกลาง ต่อด้วยภาคเหนือ จะได้เห็นภูมิสังคมที่ท่านทำ แล้วแต่ภูมิภาค แต่จุดใหญ่เป็นการช่วยเหลือประชาชน โดยลึกๆ เป้าหมายแตกต่างกัน ทุกอนูหรือทุกมิติของการพัฒนา โครงการพระราชดำรินำมาปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรภาคอุตสาหกรรม เน้นในแง่ที่จะให้เห็นผลลัพท์ของการพัฒนาเกิดกับประชาชน ส่วนชุมชน สังคมได้ประโยชน์จากสิ่งที่เป็นแนวพระราชดำริจากพระองค์ท่าน

ที่ผ่านมาการประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยในต่างแดนอาจน้อยไป คราวนี้จะเป็นมติที่ดีในการประชาสัมพันธ์ เพราะในอเมริกามีคนไทยอยู่มากมาย เท่ากับเป็นการริเริ่ม อยากให้ไปดูพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคใต้ สำคัญที่สุดก็คือ พระองค์ท่านทำงานแบบปิดทองหลังพระ 

ทฤษฎีการปฏิบัติและการทำงานของพระองค์ท่าน ต่างกับทฤษฎีการพัฒนาของซีกโลกตะวันตก เขาจะมีการศึกษาทดลอง เข้าห้องแล็ป ได้ผลแล้วถึงจะเอามา แต่ทฤษฎีการพัฒนาของในหลวง ค่อยๆ ปฏิบัติ ที่อาจประสบผลสำเร็จ แล้วเอาไปขยายผล จะกลับกันกับการทำงานของในหลวงเกิดจากของจริง ที่สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติได้มากกว่า เหมาะกับวิถีชีวิตของสังคมไทย ไม่ใช่ว่ามองตัวมนุษย์ว่าเป็นวัตถุหรือเครื่องจักรอย่างเดียว แต่ศักยภาพของมนุษย์ตรงนี้คือสิ่งสำคัญที่สุด

การทรงงานของในหลวงตั้งแต่ครองราชย์ เริ่มจากพื้นฐานพออยู่พอกินและพึ่งตนเองได้ ผมเคยตามเสด็จพระเทพฯ ตรัสว่า...เสด็จพ่อบอกว่า ถ้าจะทำอะไรให้คิดว่าคนและสังคมได้ประโยชน์อะไร...ท่านให้กับสังคมมาโดยตลอด โดยไม่หวังผลอะไรเลย แต่สิ่งที่บังเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ช่วยคนไทยทุกภูมิภาคของประเทศมาตลอดเวลา ทุกอย่าง แม้แต่ในแง่ของการเมืองการปกครอง

หลักการสอนเรื่องความสามัคคี ของพระองค์ท่าน ไม่อยากให้คนไทยคิดว่า เราพูดอย่างเดียวว่าเรารักในหลวง รักพ่อเราแต่ไม่ปฏิบัติ อยากให้ดู เมื่อนึกถึงในหลวงเป็นพ่อ พ่อเหนื่อยมากแล้ว และให้กับสังคม ประเทศชาติมามากแล้ว เราควรจะต้องยึดแนวทางของพระองค์ท่าน มาทำงานกันบ้าง เลิกคิดเรื่องผลประโยชน์ ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่สามารถนำแนวทำงานของพระองค์ท่านมาปรับใช้ได้ตลอดเวลา ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นวิถีและวัฒนธรรมของคนไทย เพียงแต่จะจับแนวพระองค์ท่านอย่างไร

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเผยแพร่ในเรื่องหลักการทำงานของในหลวงได้ตลอด ไม่ต่ำกว่า 20-30 ประเทศที่เห็นความสำคัญ ได้ขอแนวทางการพัฒนา แนวพระราชดำริไปใช้ในประเทศของเขา   เราต้องส่งคนไปเป็นที่ปรึกษาที่ ลาว เขมร

จนกระทั่งท่านได้รับรางวัลจากสหประชาชาติ “นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เมื่อปี 2549 โคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ นำมาถวายรางวัลให้กับพระองค์ท่าน ว่าเป็นกษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก.