Get Adobe Flash player

โครงการทดลองการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ตำบลแหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม เพชรบุรี โดย... วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

Font Size:

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบเป็นอย่างมาก นับวันยิ่งทับถมมากขึ้น ส่งผลต่อการดำรงชีพของประชาชนที่ต้องประสบกับ ภาวะวิกฤต ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมอย่างรุนแรงและรวดเร็ว...

เมื่อพระองค์มีพระราชดำริที่จะแก้ปัญหาน้ำเสีย จึงเป็นที่มาของ “โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" พื้นที่ที่ถูกคัดเลือกให้เป็นพื้นที่ดำเนินการ คือพื้นที่สาธารณประโยชน์ของจังหวัดเพชรบุรี ประมาณ 642 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณตำบล แหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี...

...เมื่อคณะของเราเดินทางไปถึง เข้าฟังบรรยายสรุปในสำนักงานเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็พาขึ้นรถรางไปชมธรรมชาติที่งดงามของแหลมผักเบี้ย ดูวิธีการบำบัดน้ำเสีย โดยมี คุณสุดารัตน์  สว่างจิตต์ หัวหน้าสำนักงานโครงการฯ คุณจิราพร อินจำปา (น้องพร) หัวหน้างานบริหาร เป็นผู้บรรยาย เพียงแค่แนะนำตัวว่า...รักน้องพรก็ขอให้รักนานๆ...

คุณน้องพรทำหน้าที่คุณครู อธิบายแล้วตั้งคำถามให้นักเรียนจำเป็นตอบเป็นระยะ คนที่ตอบถูก คุณครูก็ชมว่าเก่งมาก เดี๋ยวจะมีรางวัลให้ พวกเราต้องตั้งใจฟังแล้วช่วยกันตอบ...

...เริ่มว่า เดิมทีน้ำเสียจากชุมชนในเขตเทศบาลจะระบายลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี แต่เมื่อมีการตั้งโครงการบำบัดน้ำเสีย เทศบาลจึงปรับปรุงระบบท่อใหม่ รวบรวมน้ำไว้ที่บ่อหนึ่งแล้วใช้เครื่องสูบน้ำลำเลียงน้ำเสียตามเส้นท่อ 18.5 กิโลเมตร มาศึกษา ณ ที่แห่งนี้ ใช้ระบบบ่อบำบัด ใช้พืชบำบัดน้ำเสียโดยหลักการธรรมชาติ ที่บอกว่าใช้แดด ใช้ลม ใช้จุลินทรีย์ ก็ไม่น่าเชื่อ แต่ถ้าพูดง่ายๆ ฟังง่ายๆ ภาษาชาวบ้าน ก็คือผึ่งแดดผึ่งลมให้ตะกอนตก ใช้เวลาบำบัดในแต่ละบ่อประมาณ 10 วัน

 การออกแบบบ่อก็มีส่วน คือน้ำที่ไหลเข้าไปในแต่ละบ่อ ลักษณะการไหลล้นเป็นขั้นบันได   การไหลของน้ำจะไหลแบบต่อเนื่อง เป็นการฟอก มีความลึกเป็นตัวกำหนด มี 3 ขั้นตอน บ่อที่หนึ่ง ปล่อยให้ตกตะกอน 7 วัน บ่อที่ 2 บ่อผึ่ง บ่อที่ 3 เป็นการปรับสภาพ พอผ่านออกมาก็มีประสิทธิภาพที่ดี น้ำเสียเมื่อบำบัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้วก็ปล่อยออกสู่ทะเล

พอน้ำมีสภาพดีขึ้น สิ่งมีชีวิตก็เริ่มกลับมา จะเห็นว่าสิ่งแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนแปลง ลมพัดเย็น อากาศสดชื่น ช่วยบำบัดให้ทุกท่านที่มาเยือนมีความสุข มีนกที่ไม่ได้เลี้ยงแต่มาเอง เป็นผลพลอยได้ และเพาะเลี้ยงปลาได้ตามความเหมาะสมจากขนาดของบ่อ หนึ่งตารางเมตรต่อปลาหนึ่งชนิด มีปลานิล ยี่สก ตะเพียน ทับทิม สลิด

ปลาตรงนี้ถูกนำไปวิเคราะห์ว่ามีสารปนเปื้อนหรือไม่ แต่ปรากฏว่าสามารถนำมาบริโภคได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากในบ่อมีปลาจำนวนมาก ก็ให้ประโยชน์ต่อชุมชนที่นี่ ให้หน่วยงาน อบต.มาจับไปขายได้เงินไปบำรุงท้องถิ่น  แต่มีข้อตกลงกับโครงการฯ แบ่งให้โรงเรียนละ 20 เปอร์เซ็นต์ อบต.เอาไป 60 เปอร์เซ็นต์

ในการบำบัดน้ำเสียใช้พืชกกกลม (กกจันทบูรณ์) และธูปฤาษีซึ่งทำให้น้ำใสมากจนเห็นพื้นดิน และหญ้าแฝกอินโดนีเซีย เพราะมีปัญหาสภาพดิน สภาพน้ำ พืชบางชนิดมีประสิทธิภาพน้อยในการบำบัดน้ำเสีย สภาพเช่นนี้พบว่าพืชนี้สามารถบำบัดได้ และดินเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช คือต้องเป็นดินผสมทราย

คุณครูน้องพรหยอดลูกเล่นขณะที่พวกเรากำลังฟังเพลินๆ ลมเย็นๆ ในบรรยากาศที่บริสุทธิ์ หลายคนเริ่มตาหรี่ลงๆๆ...

“เนื่องจากที่นี่เป็นดินเลน เอาดินใส่เพื่อปลูกพืช ใส่น้ำเสียที่ไหลมาจากเขตเทศบาล ประสิทธิภาพของพืชที่เจริญเติบโตก็ลดลง เหมือนกับตัวดิฉันเอง ตอนนี้อายุอานามไม่น้อยแล้ว...”ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งย้อนตอบทันทีว่า..แต่ก็ยังสวย...

เราจึงเอาพืชเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ แต่เอาไปทำปุ๋ยหมักได้ ทางเราจึงฝึกอบรมให้กับกลุ่มชาวบ้านให้มีรายได้อีกทางหนึ่ง นำพืชพวกนี้ไปใช้ประโยชน์และเลี้ยงสัตว์ที่บ้านได้ จากน้ำเสียกลายเป็นน้ำดีขึ้นมา ก็มีสัตว์น้ำนานาชนิดมาอาศัยอยู่ กลายเป็นแหล่งดูนกของชาวไทยและต่างชาติ

หลังจากน้ำเสียไหลออกสู่ทะเล ก็ได้พื้นที่ชายฝั่งทะเลเพิ่มขึ้น มีสัตว์มาอาศัยเพิ่มตาม ปูแสมมากมาย ชาวบ้านก็มีรายได้ มีชีวิตที่ดีขึ้น พอทางจังหวัดรู้ข่าวก็มาขอพันธุ์ปูของเรา มี 1,000 กิโลกรัม เขามาเอาไป 500 กิโล ตอนนี้เหลืออีก 200 ก็จะมาเอาเพิ่มอีก

เริ่มต้นจากทรายเม็ดแรกของอ่าวไทย ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไม่มีหาดทราย เรื่อยมาสมุทรสาคร สมุทรสงครามก็ยังเป็นโคลน ตรงที่มีเรือจอดเยอะๆ เป็นแหลมยื่นออกไป เป็นที่ต่อระหว่างโคลนกับทราย เป็นหาดทรายเรื่อยไปจากหาดเจ้าสำราญไปชะอำ ไปหัวหิน มีผักเบี้ยขึ้น จึงกลายเป็นที่มาของแหลมผักเบี้ย

นั่งรถรางชมวิวมาได้สักพัก คุณครูน้องพร ชี้ให้ดูตัวเงินตัวทองที่ว่ายน้ำไปมาอย่างมีความสุข สมัยก่อนมีคนบอกว่า ถ้าใครเห็นจะโชคร้าย บางคนที่ถูกตัวเงินตัวทองวิ่งตัดหน้ารถก็ไม่ความสบายใจไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต และถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ พวกเราทุกคนคงจะต้องโชคไม่ดีอย่างหนักหนา เพราะเห็นแหวกว่ายอยู่ในน้ำหลายต่อหลายตัวตลอดทาง

มาถึงการทำปุ๋ยหมักจากขยะ โดยการฝังกลบในกล่องคอนกรีต โดยอาศัยหลักการธรรมชาติช่วยธรรมชาติ ซึ่งเหมาะที่จะนำไปประยุกต์ให้ใช้ได้กับชุมชน และตามครัวเรือน

ในเรื่องการกำจัดขยะ คุณน้องพรบอกว่า ได้แนะนำชาวบ้านให้รู้จักการแยกประเภทขยะ ซึ่งสามารถแยกได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยที่พยายามเข้าไปให้ถึง คอยติดตามผล ถ้ายังทำไม่ได้ก็ให้ความรู้เขาอีก ให้เกิดความเข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้อง ส่วนคนที่อยู่ในเมืองมีการร่วมกับเทศบาล  ทางเรามีไปให้ความรู้กับชุมชนในเทศบาลด้วย...

...พอสิ้นสุดคำบรรยาย รถรางก็เลื้อยเข้าไปจอดที่หน้าสำนักงาน รางวัลของคุณน้องพรก็คือเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบพร้อมของว่าง ที่รอพวกเราอยู่ที่ปลายทาง...

...ในการประชาสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อม ศึกษาเทคโนโลยีตามแนวพระราชดำริ แบ่งลักษณะเป็น 5 กลุ่ม คือชุมชนเกษตรกรรม พานิชยกรรม อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว นันทนาการ และชุมชนผสม ซึ่งนักประชาสัมพันธ์และนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความรู้การกำจัดขยะและบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ       

จากวันที่มีพระราชดำริจนกระทั่งทุกวันนี้ ความก้าวหน้าของโครงการฯ ได้เป็นที่ประจักษ์  เป็นแบบอย่างให้กับชุมชนทั่วประเทศ ด้วยวิธีธรรมชาติที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม 

ทฤษฎีการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เน้นความเรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการใช้ธรรมชาติบำบัดอย่างเห็นได้ชัด สามารถนำไปปฏิบัติตามได้และประหยัดค่าใช้จ่าย.