Get Adobe Flash player

โฮม คัมมิ่ง ส่องวิถีไทย 2 ไปกับซีมายไทยแลนด์ เรื่อง.... วัลลภา ดิเรกวัฒนะ, สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับบริษัทซีมายไทยแลนด์ จัด โฮม คัมมิ่ง ครั้งที่ 2 สำหรับชาวไทยในสหรัฐฯ กลับไปเยือนบ้านเกิดเมืองนอน และชาวต่างชาติได้สัมผัสวิถีไทยที่เชียงราย เชียงใหม่ สุโขทัย ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 10 กุมภาพันธ์...

นำคณะโดยคุณธีระพงศ์ พิชิตกวิน รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลอสแอนเจลิส คุณทัศนีย์ ชมศีล คุณสุทธิจิตต์ ชื่นพันธุ์ เจ้าหน้าที่ ททท.ลอสแอนเจลิส ร่วมกับ คุณนภาพร สุรเจริญชัยกุล เจ้าของบริษัททัวร์ See My Thailand คุณทิพย์อาภรณ์ เทพเทวี หัวหน้ามัคคุเทศน์ คุณบุษยา เรืองอร่าม มัคคุเทศน์บริษัทตริกายะ กรุงเทพฯ คุณธัญญลักษณ์ พิมพ์สกุล ประสานงานบริษัทตริกายะ  และ ด.ต.สายันต์ ชัยแก้ว ด.ต.วิชญ์นัย จันจี ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย อำนวยความสะดวกให้กับคณะตลอดเส้นทาง ตั้งแต่เชียงราย เชียงใหม่จนถึงสุโขทัย...           

...ในด้านศิลปะ “อาณาจักรสุโขทัย” ถูกจัดว่าเป็นยุครุ่งเรือง “สูงสุด” ของศิลปกรรมไทย มีสกุลช่างที่มีฝีมือเยี่ยมยอด ปฏิมากรรมพระพุทธรูปแบบสุโขทัย มีสิ่งที่ฝรั่งเรียกว่า “เซมิ แอฟส์แตรค” เหนือกว่าความเหมือนจริง แม้แต่ทางตะวันตกเอง ก็เพิ่งมาเข้าใจและสร้างผลงานในแนวเดียวกันในยุคหลังจากนั้นอีกนาน

กล่าวกันว่า ช่างฝีมือสมัยสุโขทัย ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจากตระกูลช่างเชียงแสนที่เก่าแก่กว่า สถาปัตยกรรมสุโขทัย ไม่ได้ใหญ่โตอลังการ แต่สวยล้ำค่า

มีการนำเอา “ศิลาแลง” มาใช้เป็นโครงสร้างแทนหินอย่างขอม และแทนอิฐอย่างมอญ แล้วฉาบด้วยปูนทับลงไป จากนั้นก็ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น ที่ช่างต้องใช้ความชำนาญ เพราะต้องปั้นในขณะที่ปูนยังไม่แห้ง

“ศิลาแลง” คือดินธรรมชาติ เป็นเนื้อดินผสมหินและมีเนื้อเหล็กเจือปน คล้ายหินหรือดินลูกรัง เกาะตัวกันแบบโปร่งๆ คล้ายๆ ฟองอากาศ อยู่ลึกลงไปใต้หน้าดิน มีสีออกน้ำตาลเข้ม คนสมัยก่อนขุดขึ้นมาเป็นวัสดุก่อสร้าง ตอนอยู่ใต้ดินจะไม่แข็ง สามารถทำให้เป็นแท่ง และรูปทรงหยาบๆ แต่เมื่อแห้งสนิทจะแข็งมาก นำมาก่อขึ้นเป็นผนังเป็นเสาของอาคาร หรือปูพื้น ทำเป็นทางเดินได้ ซึ่งใต้ดินของสุโขทัย พบแหล่งศิลาแลงเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังพบที่ เชียงราย เชียงใหม่ กำแพงเพชร ตาก ปราจีนบุรี สิงห์บุรี และจังหวัดอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีการขุดขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ในการประดับตกแต่ง

ผู้คนในอาณาจักรสุโขทัยโบราณ นอกจากเลี้ยงชีพด้วยการทำไร่ทำนา ยังมีความสามารถปั้นถ้วยชาม เครื่องเคลือบดินเผา ที่เรียกว่า “สังคโลก” ทั้งใช้เองและส่งขายเป็นอุตสาหกรรม

เมืองเก่าสุโขทัยไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ชาวสุโขทัยอยู่ได้ด้วยระบบชลประทาน ที่อาจเป็นชลประทานแห่งแรกของไทย กักเก็บน้ำฝนจากพื้นที่ซึ่งมีความลาดเอียง เอาไว้ใช้ตลอดปี มีการทำเขื่อนกั้นน้ำถึง 7 แห่ง (ดูรายละเอียดได้จาก ทำนบพระร่วง) มีการขุดสระขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า “ตระพัง” จำนวนมาก ให้ชาวบ้านชาวเมือง ทุกชุมชน ได้ใช้น้ำอย่างพอเพียงสำหรับเพาะปลูก จัดทำท่อระบายน้ำด้วยดินเผาเคลือบ เชื่อมถึงกัน

คณะพวกเราให้ความสนใจที่นอกเหนือจากศิลปวัฒนธรรม ก็คงจะเป็นของซื้อของฝาก และ “ของกิน” อย่างแรกที่ขึ้นชื่อ “ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย”

มีกระบวนการปรุงรส ตามความชอบของคนท้องที่ ใช้ถั่วฝักยาวเป็นผักลวกแทนถั่วงอก คล้ายๆ “ก๋วยเตี๋ยวถั่วค้าง” ของชาวพิจิตร

น้ำซุป เป็นน้ำต้มกระดูกหมู ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย หัวไช้เท้า กระเทียมดอง เคี่ยวนานๆ จนน้ำกระดูกมีรสหวานด้วยไฟอ่อนๆ  แล้วนำเนื้อหมูบดลงลวกไปในน้ำซุป

ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว กระเทียมเจียวผสมกากหมู กุ้งแห้ง แผ่นเกี๊ยว ขาดไม่ได้คือ ถั่วฝักยาวหั่นเฉียง ใบมะกรูด ใส่ลูกชิ้นปลา หมูบด หมูชิ้นลวก หมูแดง น้ำซุป ฮือก้วย ไข่เป็ดต้มยางมะตูม แล้วปรุงรสด้วย ถั่วลิสง พริกป่น ตังฉ่าย น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ มะนาว พริกน้ำส้ม

ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย มีรสจัดจ้าน หวานเปรี้ยว มันและเค็มพองาม กลมกล่อม อร่อยถือเป็นเมนูที่ต้องกิน เมื่อมาถึงสุโขทัย

มีร้านดังอยู่หลายร้านเช่น ก๋วยเตี๋ยวต้นกระจี้ ร้านไม้กลางกรุง ร้านเจ๊แฮ ร้านตาปุ้ย อยู่บนถนนจรดวิถีถ่อง หรือร้านบ้านครูอิ๋ว ถนนวิเชียรจำนง ฯลฯ

แต่ถ้ายังไม่มีโอกาสไปถึง ลองหาร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ชิมลางไปก่อนก็ได้

ก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารสมัยใหม่ของคนสุโขทัยยุคหลัง แต่ถ้าเป็นยุคเก่า ก็มีอาหารท้องถิ่นอย่างหนึ่งของชาวสุโขทัยคือ “ข้าวเปิ๊ป” หรือ “ก๋วยเตี๋ยวพระร่วง” เป็นอาหารพื้นบ้านของ ชุมชนนาต้นจั่น ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

“ข้าวเปิ๊ป” ใช้แป้งข้าวเจ้าละเลงให้เป็นแผ่น บนผ้าขาวบางซึ่งขึงตึงบนปากหม้อดิน คล้ายกับการทำข้าวเกรียบปากหม้อ

เมื่อแผ่นแป้งบนปากหม้อสุกได้ที่แล้ว นำผักสดพร้อมวุ้นเส้นวางบนแผ่นแป้ง แล้วค่อยๆ พับแป้งตักใส่ชาม ตักราดด้วยน้ำซุปกระดูกหมู เติมกากหมูเจียว ต้นหอมและผักชี ใส่วุ้นเส้น ผักบุ้ง กระหล่ำปลีที่ทั้งสด และกรอบ ลงบนแป้ง แล้วปิดฝานึ่ง เมื่อสุกพับแป้ง พับไปมา สู่ที่มาของคำว่า เปิ๊ป เพื่อห่อผัก ตักใส่ชามเติมหมูสับ กากหมู น้ำซุปต้มกระดูกหมู ไข่ดาวนึ่ง กระเทียมเจียว หอม ผักชี

...พอได้ความอร่อย อิ่มหนำกันแล้วมาดูภายใต้แผนที่ ที่คล้ายมันฝรั่งรูปตั้ง มีแม่น้ำยมผ่ากลางจากเหนือจรดใต้ ด้านล่างตรงกลางคือตัวจังหวัดปัจจุบัน ทางซ้ายของจังหวัดคือเมืองเก่าสุโขทัย ถ้าขึ้นไปทางเหนือจะมีเมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่ง คือ “ศรีสัชนาลัย” และมีความเกี่ยวข้องกับ เมืองเชลียง และสวรรคโลก

ศรีสัชนาลัย เป็นเมืองลูกหลวงที่มีความเจริญไม่แพ้เมืองหลวงหรือราชธานี ตามยุทธศาสตร์ของการตั้งเมืองโบราณ ถือเป็นหัวเมืองชั้นใน หรือเมืองหน้าด่านอยู่ทางทิศเหนือ ไว้ป้องกันเบื้องต้น หากมีข้าศึกมารุกราน

ด้านทิศตะวันออก  มีเมืองสองแคว หรือพิษณุโลกปัจจุบัน ทิศใต้มีเมืองสระหลวง ปัจจุบันคือเมืองพิจิตร ทิศตะวันตกมีเมืองนครชุม หรือกำแพงเพชร

ศรีสัชนาลัย เดิมชื่อว่า “เมืองเชลียง” เป็นเมืองเก่าที่มีมาก่อน บางช่วงคนแถบทางเหนือก็เรียกเมืองนี้ว่า “เชียงชื่น” มีร่องรอยความเจริญหลายยุค จากหลักฐานที่พบ ตั้งแต่ปลายยุคโลหะมาถึงทวารวดี และยุคขอมในสมัยพระชัยวรมันที่ 7 หรือยุค “บายน”  จนถึงสุโขทัย

มีผู้ครองนครพระองค์หนึ่งที่คุ้นชื่อ คือ “พญาศรีนาวนำถม” ผู้มีส่วนสำคัญในการสร้างอาณาจักรสุโขทัยในเวลาต่อมา

ภูมิประเทศเป็นเมืองโอบเขา เขาล้อมเมือง อาจเรียกว่าเป็นเมืองใน “แวลเลย์” มีเขาพนมเพลิง และเขาสุวรรณคีรี เป็นปราการสำคัญ ฐานของภูเขาพาดผ่านแม่น้ำยม ทำให้ช่วงแม่น้ำตรงนั้น เป็นโขดหินมีแก่งกลางน้ำ เรียกว่า “แก่งหลวง” และเป็นเขตวังน้ำวน ที่สวยงามแต่อันตราย

ในสมัยสุโขทัย “เมืองเชลียง” เริ่มคับแคบ แม่น้ำยมที่เป็นรูบเกือกม้าแม้จะทำให้อุดมสมบูรณ์ แต่ก็ทำให้พื้นที่จำกัด จึงมีการขยายขอบเขตความเจริญของเชลียง ขึ้นไปทางเหนือ แล้วนำการปกครองไปอยู่ที่นั่นด้วย โดยเรียกเมืองนี้ว่า “ศรีสัชนาลัย” ในปัจจุบันสำรวจพบว่า มีการก่อสร้างมากมาย มีโบราณสถานโบราณวัตถุ ถึง 215 แห่ง

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มีสถานที่สำคัญห้ามพลาด ได้แก่  วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ        วัดเจดีย์เจ็ดแถว    วัดชมชื่น วัดเขาพนมเพลิง วัดเขาสุวรรณคีรี วัดสวนแก้วอุทยานใหญ   วัดสวนแก้วอุทยานน้อย วัดนางพญา และวัดช้างล้อม

ที่สำคัญคือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดพระปรางค์ ในสายตาของเรานั้น มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลา สวยที่สุดในประเทศไทย.