Get Adobe Flash player

โฮม คัมมิ่ง ส่องวิถีไทย 14 ไปกับซีมายไทยแลนด์ เรื่อง.... วัลลภา ดิเรกวัฒนะ, สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์ ภาพ.... บุญญลักษณ์ เจริญกิจการ

Font Size:

พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2544 ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปูคง เลขที่ 414 หมู่ที่ 13 ตำบลนางแล อ.เมือง จ.เชียงราย เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ใช้เวลานานประมาณ 25 ปี สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านที่ไม่มีรั้ว มีรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบล้านนาประยุกต์กว่า 40 หลัง...

เรือนทุกหลังตกแต่งด้วยเตียง ตู้ เก้าอี้ ทำจากเขาสัตว์ ประดับด้วยเขี้ยวเล็บกระดูก ขน หนัง และซากสัตว์ต่างๆ ที่อาจารย์เสาะแสวงหาจากทุกประเทศ นำไปรวมกันไว้ มีทั้งเครื่องเงิน เครื่องทองโบราณ มีด ง้าว ศัตราวุธ และเครื่องประดับที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด สะสมงานศิลปะ งานไม้ที่แกะสลักอย่างงดงาม ส่วนมหาวิหารที่กำลังก่อสร้าง ประกอบด้วยเสาไม้สัก 44 ต้น เสาเล็กเสาน้อยอีก 1,200 ต้น 

อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2557 รวมอายุ 74 ปี ทิ้งมรดกบ้านดำแห่งนี้ให้กับทายาทเพียงคนเดียว ดอยธิเบศร์ ดัชนี เป็นผู้ครอบครองและดูแล...

ขณะที่มีชีวิตอยู่ อาจาร์ถวัลย์ได้ให้สัมภาษณ์กับวัลลภา ว่า “...จะเรียกมันว่าเป็นทายาทคนเดียว ดีตรงที่ไม่เกเร คงเป็นเพราะสายเลือด มีอย่างหนึ่งที่คนเขาว่ากัน มันเป็นชายหนุ่มรูปหล่อ สูง 185 เป็นนายแบบของห้องเสื้อ พวกสาวๆ พวกตุ๊ด เห็นก็กรี๊ดสลบ มีชื่อจริงว่า ดอยธิเบศร์ แปลว่าที่พึ่งแห่งภูเขา ชื่อเล่น ไอ้ม่องต้อย ผมถือว่ามันมีกรรม เป็นทุกขลาภ บ้านหลายสิบหลังที่เชียงราย ที่กรุงเทพฯ อีกสามหลัง ถ้าผมตายแล้วมันจะไปเอาเงินที่ไหน มันอาจต้องขายโน่นขายนี่ ครั้งหนึ่งมันให้สัมภาษณ์หนังสือจีเอ็ม เขาถามว่า “พ่อเขาสร้างบ้านให้เยอะแยะ เป็นทุกขลาภให้กับน้องไหม ถ้าพ่อตายแล้วจะทำยังไง” มันตอบว่า “ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องรอให้ตายหรอกครับ ยังไม่ตายผมก็จะขายให้หมด”...

...แต่คุณดอยธิเบศร์ ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะดูแลพิพิธภัณฑ์บ้านดำและดำเนินตามนโยบายของอาจารย์ถวัลย์อย่างดียิ่ง.. .และได้ส่งข้อความมาว่า...บ้านดำที่ทุกคนรู้จัก ผ่านร้อนผ่านหนาวมาสองชั่วอายุคน กว่า 40 ปี อาคารสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดินแดนแห่งสุวรรณภูมิกว่า 40 หลัง ถูกบรรจงสร้างขึ้นบนเนินเขาแห่งนี้ ที่เรียกกันว่า "บ้านดำภาชนะห่อหุ้มจิตวิญญาณของถวัลย์ ดัชนี"

...ผมเติบโตขึ้นพร้อมกับอาณาจักรแห่งนี้ ที่นี่คือลมหายใจของพ่อที่ยังคงมีชีวิตอยู่ เป็นจิตวิญญาณของศิลปินที่ถ่ายทอดออกมาเป็นความรักปรากฏรูป เรียกกันสั้นๆ ง่ายๆ ว่า "บ้านดำ"

บ้านดำปีนี้แก่ชราไปมาตามอายุขัย ต้องปรับปรุงซ่อมแซมบูรณะกันอย่างสม่ำเสมอ ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนที่ผ่านมา 40 ปี มากมายจนนับไม่ไหว "บ้านดำจะดำรงอยู่ได้อย่างไรในอนาคต?" นี่คือคำถามที่ผมคิดและฝังอยู่ในหัวมาตั้งแต่เล็ก เมื่อผมโตขึ้นผมจึงออกตามหาคำตอบทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน จากการเรียนระดับปริญญาตรี โท และเอก ประกอบกับการออกไปเผชิญโลก ทำให้ผมได้คำตอบ และก่อตั้งบริษัท L'Artisan Company และ Baandam Art Space ขึ้นในปี 2007 และเข้ามาดำเนินงานบริหารจัดการที่บ้านดำ เพื่อรองรับและวางแผนงานให้เกิดเป็นการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบในอนาคต

ตั้งแต่ผมจำความได้พ่อก็ใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้จากการทำงาน มาใช้ในการสร้างบ้านดำ พ่อเหนื่อยมากทำงานจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต แล้วก็จากไปอย่างสงบทิ้งไว้เพียงผลงานศิลปะของท่าน

ย่างเข้าปีที่ 11 ที่ผมเข้ามาบริหารจัดการ ปีนี้บ้านดำถึงจุดที่เสื่อมโทรมมาก เจอแผ่นดินไหวอย่างหนัก โครงสร้างมหาวิหารฉีกขาดต้องทำการดาม และให้วิศวกรโครงสร้างเข้ามาแก้ไข ปัญหาการผุพังของบ้านไม้ตามอายุขัย ถูกปลวกและแมลงทำลาย ปัญหาพายุฤดูร้อนที่พัดอย่างบ้าคลั่งทำลายส่วนหลังคา และส่วนต่างๆ พายุลูกเห็บ ปัญหาหมอกควัน ปัญหาทรัพยากรบุคคล ปัญหากำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ ปัญหาจากนักท่องเที่ยว สิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นมากมายจนผมไม่มีเวลาได้ออกมาพูด

สิ่งที่ผมทำได้ มีแค่เพียงตั้งสติและใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ต้องถามว่าผมเหนื่อยมั้ย? ไม่ต้องถามว่าผมไหวหรือเปล่า! "ผมบอกได้คำเดียวว่า ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจ ผมจะใช้ลมหายใจของผมต่อลมหายใจของพ่อให้นานที่สุด"

พิพิธภัณฑ์บ้านดำ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 09.00-17.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุด มีศิลปะการแสดงให้ชมทุกวันเสาร์และอาทิตย์.

ความคิดเห็นของ พญ.สุวรรณี วิทยพูม มาเที่ยวเมืองไทยหลายครั้ง แห่งใหม่ครั้งนี้คือบ้านดำ ไม่อยากแสดงความเห็น แต่เมื่อเข้าไปแล้วรู้สึกว่า วิธีการของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ผู้ล่วงลับ ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานศิลปะนั้น ในสายตาของหมอมีความรู้สึกว่า เขาคงมีอารมณ์ที่เคร่งเครียด กดดัน เศร้าหมองและผิดหวัง   ส่วนในแง่ของศิลปะ แต่ละคนจะมองแตกต่างกัน บางคนคงชอบแบบนี้ แต่ทัศนะของหมอชอบศิลปะแบบมีความสุข เป็นครอบครัว อยู่ในบ้านที่มีชีวิตชีวา

ส่วนวัดร่องขุ่น หมอชอบมากเลย ถือว่าคนออกแบบอัจฉริยะ มีฝีมือ ไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไร อย่างกับอยู่บนสวรรค์ ที่มีความรู้สึกว่าไม่มีสีคือขาวๆ เปรียบเทียบกับบ้านดำ วัดร่องขุ่นเป็นคนใจกว้างมาก ใสสะอาด ข้างในไม่มีอะไรเลย มีแต่ให้ลูกเดียว เป็นคนมีความสุข

ที่เลือกมากับทัวร์โฮมคัมมิ่ง เพราะเพื่อนแนะนำ สิ่งที่จูงใจให้มาคือวัดร่องขุ่น อยากเห็นว่าทำไมนักท่องเที่ยวจึงนิยมมากมายขนาดนี้ มีชื่อเสียงที่ดีมาก จึงอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองและสมหวัง  ชอบอากาศเชียงรายมาก สบาย โรงแรมเยี่ยม คนเชียงรายก็น่ารัก อาหารอร่อยทุกมื้อ เชียงรายยังล้าหลังเชียงใหม่ทางด้านเศรษฐกิจ มีคนอยู่หนาแน่นมากกว่า และมีแหล่งธุรกิจมากกว่าเชียงราย  

Linda Payne อยู่ที่รัฐวอชิงตัน...หมอสุวรรณีชวนมาเที่ยวเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทย ที่กรุงเทพอากาศร้อน ที่เชียงใหม่สวยงามมาก ชอบผัก ไปตลาด เนื้อสัตว์ทุกอย่างสด ปลายังมีชีวิต คนไทยเป็นมิตรให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทุกสิ่งทุกอย่างสวยงาม

ที่เชียงรายมีความรู้สึกชื่นชมและให้ความเคารพต่อสมเด็จพระราชชนนี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี

สำหรับบ้านดำ มหัศจรรย์มาก พวกกระดูก กระโหลก แต่ชอบทีเดียว ที่วัดร่องขุ่นหมือนเข้าไปอยู่ในขนมเค๊กของงานแต่งงาน น่ารักมาก

ที่เชียงใหม่ ได้ไปไฮกิ้งกับกลุ่มเล็กๆ อากาศเย็น สนุกดี วิวสวย โรงแรมสบายมาก อาหารอร่อย จากนี้จะอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกระยะหนึ่ง แล้วไปที่จีนและเวียดนาม

ก่อนมาเมืองไทย นึกภาพไม่ออกว่าจะได้พบอะไรบ้าง อาจจะเป็นประเทศที่น่าอัศจรรย์ก็ได้ จนกระทั่งมาถึงก็ได้พบกับความสวยงาม คนไทยให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิต

“เมื่อกลับสหรัฐฯ แน่นอนที่ฉันจะต้องเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ถึงประสบการณ์ที่ประทับใจ และจะชวนพวกเขาให้มาเที่ยว แต่พวกเขาจะต้องพาฉันมาด้วย”

Gilbert King   ชอบทุกแห่ง โดยเฉพาะพระตำหนักดอยตุงที่เชียงรายสวยงามมาก บ้านดำ วัดร่องขุ่น ชอบทั้งนั้น โรงแรมเยี่ยม อาหารอร่อย ผมจะต้องกลับมาเที่ยวอีกแน่นอน เพราะมีสถานที่สวยงามมากมายที่อยากมาชม

ตอนที่มาเมืองไทยครั้งแรก ไม่ได้ไปที่อื่นๆ มากนัก แค่กรุงเทพฯ พัทยา ครั้งนี้ได้พบเห็นมากมาย วัฒนธรรมต่างๆ พระราชกรณีกิจของพระมหากษัตริย์และประวัติศาสตร์ น่าสนใจมากๆ

ผมคาดหวังว่าครั้งต่อไปถ้าจัดไปภาคอีสาน ผมมาด้วยแน่นอน กลับไปแอลเอผมจะบอกกับเพื่อนๆ ญาติพี่น้อง เล่าถึงความสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจที่ได้รับในครั้งนี้ ตอนนี้ผมรู้แจ่มแจ้งแล้วว่า การมากับทัวร์นี้สะดวกสบายเพียงใด ซึ่งแตกต่างจากทัวร์อื่นๆ

ผมเป็นทันตแพทย์ คลินิคของผมอยู่ตรงข้ามกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เจ้าหน้าที่บางคนเป็นคนไข้ของผม ได้ชักชวนให้มาเที่ยวกับทัวร์ในครั้งนี้ ผมก็ตกลงใจมา ซึ่งได้พบกับสถานที่ที่น่าอัศจรรย์จริงๆ

สิ่งที่ผมขอแนะนำก็คือ เวลาของทริปนี้ค่อนข้างน้อยไปสักนิด แต่ละแห่งก็อยู่ห่างกัน ต้องรีบเร่งการเดินทางให้ถึงจุดหมาย แต่ผมคิดว่าคงเป็นการยากที่จะเปลี่ยนแปลง โดยรวมแล้วประทับใจมาก

บรรพบุรุษของผมมาจากประเทศจีน อพยพไปยังแอฟริกา พ่อแม่เกิดที่นั่น เรียนหนังสือแล้วย้ายมาอยู่ที่สหรัฐฯ ผมเกิดที่นั่นเหมือนกัน ย้ายมาอยู่สหรัฐฯ 25 ปี.