Get Adobe Flash player

งาน “ช้าง เซนซอรี่ เทรล” กลับมาสู่แอลเออีกเป็นครั้งที่ 3 โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

งาน “ช้าง เซนซอรี่ เทรล” กลับมาจัดเทศกาลอาหารไทย ดนตรีและศิลปะประจำปีที่แอลเออีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 บริษัทเบียร์ช้างซึ่งเป็นแบรนด์ดังจากประเทศไทยจะมาจัดงานที่ลานจอดรถของฮอลลีวูด พัลลาเดียม (ทางเข้าอยู่บนถนน Selma Ave) ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ในงานจะมีการนำเสนออาหารไทยที่มีรสชาติหลากหลายมาสู่เวทีอาหารในลอสแอนเจลิส

จุดหลักของงานนี้คือการทำเวทีระดับโลกที่นำเอาวัฒนธรรมอาหารของไทยไปสู่โลกโดยผ่านรสชาติที่จำเพาะไม่เหมือนใครในกิจกรรมเต็มวัน หลังจากที่ประสบความสำเร็จในลอนดอน งาน “ช้าง เซนซอรี่ เทรล” ซึ่งเดินทางทั่วโลกจะมาจัดที่แอลเอเป็นแห่งที่ 2 ซึ่งถือเป็นการกลับมาสหรัฐอเมริกา 3 ปีติด งานจะจัดขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 21.00 น. โดยไม่ขายบัตรและไม่เก็บค่าเข้างาน (ผู้เข้าร่วมงานจะต้องมีอายุอย่างน้อย 21 ปีขึ้นไป) โดยผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับอาหารไทย ศิลปะและดนตรีในรูปแบบใหม่

เทศกาลนี้เป็นการสร้างประสบการณ์จากปรัชญาไทยที่เรียกว่า “ละเมียด” โดยปรัชญานี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราสนใจกับรายละเอียดและมองข้ามความธรรมดาสามัญไป พร้อมกับความชื่นชมอย่างแท้จริงที่ลึกซึ้งที่ว่าความสมบูรณ์แบบทั้งหลายเกิดมาจากการกล่อมเกลาสิ่งเล็ก ๆ หลายสิ่งขึ้นมา ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประสบการณ์และพึงพอใจไปกับองค์ประกอบที่ทำให้เบียร์ช้างและงาน “เซนซอรี่ เทรล” เกิดขึ้นมามีชีวิตขึ้นได้ และท้ายที่สุดความ “ละเมียด” ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในความเป็นเบียร์ช้าง

ในยามค่ำคืนของวันพฤหัสที่ 24 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ทางเสรีชัยได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัวกิจกรรม “ช้าง เซนซอรี่ เทรล” และสัมผัสกับประสบการณ์โต๊ะวีไอพีที่ร้าน E.P & L.P ในย่านเวสท์ฮอลีวูดกับเชฟหลุยส์ ทิการาม ซึ่งเป็น “ทูตเชฟ”ของช้างในปีนี้ เราก็ได้พบกับความ “ละเมียด” ของเขา

เชฟ หลุยส์ ทิการาม เกิดในประเทศออสเตรเลีย เบียร์ช้างเลือกเชฟหลุยส์เป็นทูตเนื่องจากเขาเป็นผู้ใช้หลักปรัชญา “ละเมียด” ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานของแบรนด์เบียร์ช้าง จากการสร้างแนวคิดของอาหารจานเอกของเขาโดยใช้เครื่องปรุงที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมและใส่ความซาบซึ้งในการประกอบอาหารทุกจาน การเอาใส่ใจดูแลเครื่องปรุงที่จะลงไปในอาหารแต่ละจานอย่างระมัดระวังก็เป็นสิ่งที่แสดงถึงตัวอย่างของ “ความละเมียด” ของเขา

เขาเริ่มเกิดซาบซึ้งในอาหารตั้งแต่วัยเด็กจากคุณยายลูกครึ่งฟิจิ-จีนที่ชื่อว่าคอลเลท ความซาบซึ้งและความรักในวัฒนธรรมไทยเกิดขึ้นเมื่อเขาอาศัยอยู่ในประเทศฟิจิในช่วงก่อนวัยรุ่น เชฟหลุยส์ฝึกงานอยู่ในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในซิดนีย์และพัฒนาทักษะในการประกอบอาหารจากร้านในเมืองบาร์เซลโลน่า (สเปน) จนถึงนิวยอร์ค (สหรัฐฯ) ด้วยพรสวรรค์ของเขาทำให้เขาได้รับตำแหน่ง “เชฟอายุน้อยแห่งปี” ในปี 2014 และขณะนี้เขาเป็นเชฟบริหารให้กับร้าน E.P & L.P ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนมารวมตัวกันรับประทานอาหารที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในแอลเอ ที่ซึ่งเขาได้นำเอาพืชผักสดจากแคลิฟอร์เนียตอนใต้มาประกอบอาหารซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรากเหง้าที่โดดเด่นของเขา

ก่อนที่จะเราจะได้ชิมอาหารคอร์สใหญ่ เชฟหลุยส์ได้แสดงฝีมือการแล่ปลาสดให้กับเหล่าสื่อมวลชนชม เขาบรรยายวิธีการแล่ปลาเหมือนกับศิลปินที่บรรยายความงามของภาพเขียนไประหว่างที่กำลังลงพู่กัน

อาหารทั้ง 7 ชนิดอันได้แก่ “Tom Kha Ceviche” “Sticky Spare Ribs” “Soft Shell Crab Som Tum” “Phanaeng Curry of Beef Short Rib” “Thai Aromatic Brained Fried Chicken” “Steamed Thai Jasmine Rice” และ “Black Sticky Rice with Fresh Mango” ได้ถูกเสริฟลงบนโต๊ะของพวกเราทีละจาน ในแบบฉบับของการแชร์อาหารกันในวัฒนธรรมไทย อาหารในแต่ละจานมีรสชาติกลมกล่อม “ละเมียด” เมื่อเราได้ลิ้มรสชาติไปพร้อมกับเบียร์ช้าง

ซึ่งนี้จะเป็นประสบการณ์ที่จะได้รับกับโต๊ะอาหารวีไอพีของผู้เข้าร่วมงานเทศกาล “ช้าง เซนซอรี่ เทรลที่จะจัดขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายนที่จะถึงนี้ โดยจะมีเชฟหลุยส์มาเป็นผู้บรรยายไปในระหว่างกิจกรรมในฐานะ “ทูตเชฟของเบียร์ช้าง”

นอกจากนี้ในงาน “ช้าง เซนซอรี่ เทรล” ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับ “เชฟรุ้ง” สุชานันท์ อักษรนันท์ ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ “เชฟ เบา เบา” จากร้าน Baoburg ในเมืองบรู๊คลิน นิวยอร์ค อาหารทุกจานถูกประดิษฐ์ประดอยขึ้นเพื่อนำเสนอความซับซ้อนของเครื่องปรุงอาหารไทยเช่นเดียวกับชักชวนให้ผู้เข้าร่วมงานลองจับคู่เบียร์ช้างกับอาหารไทยที่เป็นที่นิยมหลากหลายประเภท เธอได้รับตำแหน่งโดย Zagat ให้เป็น 1 ใน 30 ดาวรุ่งในวงการอาหารที่อายุไม่เกิน 30 ปีในนครนิวยอร์คและได้รับการลงปกในนิตยสารด้านอาหารหลายฉบับ รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันรายการ "Knife Fight" ของช่อง Esquire Network TV และเมื่อไม่นานมานี้เวบไซด์ Thrillist.com ก็จัดให้เธอเป็น 1 ใน 11 “เซฟหญิงที่เก่งสุดยอดที่สุดในนิวยอร์ค”

และที่เพิ่มเติมจากเชฟชื่อดังทั้ง 2 คนแล้ว ร้านอาหารชื่อดังในลอสแอนเจลิสหลายแห่งจะมารวมตัวกันกับเบียร์ช้างเพื่อนำเสนออาหารไทยหลากหลายชนิด ผู้เข้าร่วมงานจะพบกับเหล่าร้านดัง อาทิเช่น

-ร้าน WAT DONG MOON LEK นำเสนอ “Pat Thai Sidewalk”

-ร้าน NOREE THAI on Beverly นำเสนอ “Lettuce Cups”

-ร้าน SAME SAME THAI นำเสนอ “Khao Soi”

-ร้าน STICKY RICE นำเสนอ “Pad See Ew”

-ร้าน HAE HA HENG นำเสนอ “Two Kings Curry”

-ร้าน VEGAN GLORY นำเสนอ “Beef Jerky”

-ร้าน MALI THAI STREET FOOD นำเสนอ “Pork Leg Stew”

-ร้าน PIMAI นำเสนอ “ Massaman Curry”

-ร้าน OTUS นำเสนอ Steamed Basil Mussels

พิเศษ!!! ทุกคนสามารถชนะรางวัลเข้าร่วมรับประทานอาหารเมนูพิเศษในกิจกรรมโต๊ะวีไอพีกับเชฟเบา เบา ได้ โดยเข้าร่วมกิจกรรมบนเฟสบุคเพจและอินสตาแกรมของเบียร์ช้างตามขั้นตอนดังนี้คือ

1. รับประทานอาหารที่ร้านอาหารที่มาร่วมงานในเทศกาลซึ่งมีชื่อข้างต้น

2. ถ่ายภาพอาหารที่คุณสั่งและอัพโหลดขึ้นไปบนอินสตาแกรมหรือทวิตเตอร์ของคุณ

3. “แทค (tag)” สถานที่ของร้านลงในภาพ อย่าลืม “เช็คอิน” ตำแหน่งที่ตั้งของร้านลงไปในรูป

4. ใส่แฮชแทค #RoadToCST, #ChangSensoryTrails และ @ChangBeerUSA ลงไปก่อนโพสภาพ

ผู้ชนะ 4 รายจะถูกสุ่มเลือกเพื่อมอบบัตรเข้าร่วมกิจกรรมโต๊ะวีไอพีกับเชฟ เบา เบา ซึ่งเธอจะมาเป็นผู้นำเสนออาหารไทยในคอร์สทีละจานให้กับผู้เช้าร่วมกิจกรรม พร้อมไปกับการทำหน้าที่วิทยากรของเชฟหลุยส์

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2561

นอกเหนือจากอาหารแล้ว ในเทศกาลยังมีการแสดงดนตรีสดบนเวที และการแสดงศิลปะหลายแขนงซึ่งจะมาสร้างประสบการณ์และให้โอกาสในการถ่ายภาพอีกด้วย

เบียร์ช้างขอฝากถึงผู้เข้าร่วมงานให้บริโภคแอลกอฮอล์อย่างมีความรับผิดชอบเพื่อจะได้รับประสบการณ์อย่างดีที่สุด โดยในงานจะมีน้ำเปล่าไว้บริการ และมีการให้ความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่เฟสบุคเพจ:  https://www.facebook.com/changbeerus/ อินสตาแกรม: @ChangBeerUSA และแฮชแทค: #RoadToCST, #ChangSensoryTrails, และ #ChangBeer