Get Adobe Flash player

สัมภาษณ์กงสุลใหญ่ฯ ธานี แสงรัตน์ ก่อนเดินทางไปรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตที่ประเทศเวียดนาม โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

เมื่อวันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561 กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส คุณธานี แสงรัตน์ หรือที่ท่านใช้คำแทนตัวเองอย่างเป็นกันเองอยู่เสมอว่า “พี่หน่อย” ได้ให้เกียรติกับหนังสือพิมพ์เสรีชัยในการสัมภาษณ์ส่วนตัวที่ห้องทำงานถึงประสบการณ์หลังจากที่ได้มารับตำแหน่งตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา ก่อนจะเดินทางไปรับตำแหน่งเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในอีกไม่ช้านี้ว่า

เสรีชัย: ตั้งแต่ท่านมารับตำแหน่งมีอะไรที่ประทับใจเป็นพิเศษบ้างคะ

กงสุลใหญ่ฯ ธานี: ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกเล่มทุกฉบับที่ได้ให้ความร่วมมือกับการทำงานของผมเป็นอย่างดี การทำงานของผมที่ผ่านมายึดหลัก 3 C คือ Community Consul และ Commerce

Community หรือการทำงานกับชุมชน สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือได้มีโอกาสได้ถวายการรับใช้พระราชวงศ์ อันได้แก่ การจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) พิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) และพิธีถวายดอกไม้จันทน์แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รวมถึงการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาให้กับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ ซึ่งถ้าหากยังทำงานตำแหน่งอื่นในกระทรวงการต่างประเทศก็คงจะไม่ได้มีโอกาสมาเป็นผู้จัดงาน และได้มีบทบาทอย่างสำคัญเช่นนี้ ผมถือเป็นเกียรติอย่างสูงสุดในชีวิตของผมมาก

นอกจากเรื่องของงานดังกล่าวแล้ว อีกอย่างที่ผมประทับใจคือการที่เราได้จัดตั้งสภาไทยทาวน์ขึ้นมาได้ ก่อนหน้านี้มีผู้นำชุมชนและหลายฝ่ายได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ เรื่องของปัญหาความปลอดภัย และหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในไทยทาวน์ ทำให้เกิดความคิดที่จะจัดตั้งขึ้นเป็นรูปร่างขององค์กรที่มีธรรมนูญชัดเจน และสุดท้ายความตั้งใจนี้ก็ได้ประสบความสำเร็จขึ้น ในวันนี้เรามีสภาไทยทาวน์เพื่อดูแลไทยทาวน์แห่งเดียวนอกราชอาณาจักรไทย

Consul หรือการทำงานทางด้านกงสุล เราได้พัฒนาคุณภาพการบริการของสถานกงสุลใหญ่ไปมาก เรามีการออกท้องที่ในส่วนของ “กงสุลสัญจร” เพื่อให้บริการกับชุมชนไทยทั้ง 13 มลรัฐปีหนึ่งประมาณ 16-17 ครั้ง เราได้ไปที่รัฐมอนทาน่าซึ่งเป็นเมืองที่มีคนไทยอยู่น้อยแต่เขาก็ดีใจที่เราไป นอกจากนี้เราได้ลดเวลาการทำนิติกรรมครึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการทำพาสปอร์ต หรือการรับรองเอกสาร หลายคนไม่ทราบว่าขณะนี้สถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่หยุดให้บริการในเวลาพักเที่ยง เพราะเจ้าหน้าที่สลับสับเปลี่ยนกันไปพัก ทำให้งานมีความรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น

สถานกงสุลใหญ่ ฯ ยังได้ทำงานเชิงรุกโดยเปิดให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับชุมชนอย่างทันเหตุการณ์ผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย อันได้แก่ เวบไซด์ของสถานกงสุลใหญ่ฯ เฟสบุคและทวิตเตอร์ ด้วย ซึ่งอยากจะขอเชิญชวนคนไทยเข้าไปติดตามข้อมูลข่าวสารกันมาก ๆ

Commerce หรือการทำงานทางด้านเศรษฐกิจ ผมได้ทำงานร่วมกับทางไทยเทรดและหลายองค์กรเพื่อช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจของไทย อาทิเช่น ได้นำคณะนักธุรกิจในสาขาพลังงานและสิ่งแวดล้อม จากรัฐโอเรกอน เยือนไทยไปร่วมงาน ASEAN Sustainable Energy Week และหารือกับ บีโอไอ และหอการค้าไทย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญ ได้มีหลายบริษัทที่เมืองไทยได้จัดทำความร่วมมือกับนักธุรกิจของสหรัฐที่ไปเยือน นอกจากนี้ผมจะจัดงาน Thai Career Day ขึ้นที่ทำเนียบในวันที่ 23 กันยายนที่จะถึงนี้ โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่ผมไปร่วมงาน Career Fair ของ TAWA ซึ่งเป็นองค์กรของคนไทยในรัฐวอชิงตัน มีคนไทยจากหลากหลายสาขาอาชีพมาร่วมงานกันมาก ในงาน Thai Career Day ที่สถานกงสุลใหญ่ ฯ จะจัดขึ้นนี้ก็เป็นการสร้างโอกาสให้นักศึกษาชาวไทยมาพบปะกับนายจ้างบริษัทใหญ่ เช่น เครือปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ธนาคารกสิกรไทย เอไอเอส รวมทั้งสถานกงสุลใหญ่ ฯ ด้วย หลายคนไม่ทราบว่าไม่ต้องจบรัฐศาสตร์ก็สามารถมาทำงานกับกระทรวงการต่างประเทศได้ เรามีหลายคนที่จบมาจากสาขาวิศวกรรมศาสตร์ บัญชี และอื่น ๆ ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือผมไปคุยกับบริษัท SCG เขาสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง พวก STARTUP เขาให้เวลางานกับลูกจ้างไปทำธุรกิจ STARTUP ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ดี

เสรีชัย: ปิดท้ายนี้ท่านมีอะไรจะฝากถึงชุมชนไทยบ้างคะ

กงสุลใหญ่ ฯ ธานี: ผมอยากจะฝากถึงเรื่องความสามัคคี จากเหตุการณ์การสวรรคตของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คนไทยเราหันหน้าเข้าหากันมากกว่าแต่ก่อน เรื่องการเมืองเป็นเรื่องเฉพาะตนที่คนเราไม่มีวันที่จะเห็นเหมือนกันร้อยเปอร์เซนต์ เพราะฉะนั้นอย่าเอามาพูดถึงกันมาก อย่างที่ผมพูดเสมอว่า แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ผมอยากให้พวกเรารักษาจุดความสามัคคีนี้กันไว้

นอกจากนี้ผมขอฝากทิ้งท้ายไว้กับเสรีชัยเป็นพิเศษว่า ผมมีความผูกพันกับหนังสือพิมพ์ฯ และรู้สึกใจหายที่จะยกเลิกกิจการเพราะอ่านมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนอยู่ที่อิลลินอยส์ที่คุณป้ารับหนังสือพิมพ์เสรีชน ซึ่งเป็นช่องทางข่าวหลักจากเมืองไทยในสมัยนั้น

ทางเสรีชัยก็ต้องขอขอบคุณกงสุลใหญ่ ฯ ธานี แสงรัตน์ ที่ให้เกียรติมาให้บทสัมภาษณ์กับผู้เขียน เป็นบทสัมภาษณ์ปิดท้ายฉบับสุดท้ายของเสรีชัยซึ่งได้อยู่รับใช้ให้ข่าวสารกับประชาชนมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี ทางผู้เขียนก็ได้เคยร่วมงานกับท่านกงสุลใหญ่ ฯ ในหลายครั้งกับหลายบทบาท ท่านเป็นคนขยันและเข้าถึงง่าย ทำให้เป็นที่ประทับใจของคนไทยหลากหลายในชุมชนชาวแอลเอ ณ ที่นี้ผู้เขียนก็ต้องขอเป็นตัวแทนชาวไทยอวยพรให้ท่านกงสุลใหญ่ ฯ มีการเดินทางที่ปลอดภัยและได้ใช้ความรู้ความสามารถไปทำงานให้กับชุมชนไทยในประเทศเวียดนาม ชาวแอลเอจะคิดถึงท่านอยู่เสมอค่ะ