Get Adobe Flash player

เอาความสุข จาก อเมริกาใต้มาฝาก โดย Super Pat

Font Size:

Rio De Janiero ประเทศบราซิล

เราตื่นแต่เช้ามืด เวลา ตี 5 (ครั้งแรกที่ตื่นเช้าเป็นประวัติการณ์ในรอบ 20 ปี ที่สมัครใจเอง) เพื่อออกไปสูดโอโซน ชายทะเล หาด Copacabana Beach หน้าโรงแรม Golden Tulip Regente  เป็นหนึ่งในหาดที่มีชื่อเสียงของโลก เพื่อพิสูจน์ว่า จะมีความสวยงามขนาดไหน...อุแม่เจ้า...ไม่ผิดหวังเลยค่ะ สวยหาที่เปรียบปานยาก ชายหาดโค้งเป็นรูปครึ่งวงพระจันทร์ ยาวสุดลูกหาลูกตา มีโรงแรมและ อพาร์ทเม๊นท์หรูสำหรับคนมีสตางค์เขาพักกันริมชายหาด เพิ่มความงามแบบโมเดิร์นผสมผสานกับความงามตามธรรมชาติ ยังไม่เคยเห็นหาดชายทะเลที่ไหนสวยงามอย่างนี้ บุญตาจริงๆ ไปชมกันให้ได้นะคะ

เราเพลิดเพลินกับบรรยากาศ สัมผัสลมทะเล ฟังเสียงคลื่นซัดฝั่ง ชมพระอาทิตย์ขึ้นสาดแสงสีทองอร่าม ตึกรามและหาดทรายกลายเป็นสีทองไปด้วย ช่างเป็นภาพที่งามประทับใจจริงๆ ดิฉันและคุณเชน ดำผุดดำว่ายกับบรรยากาศอย่างดื่มด่ำ เสียอย่างเดียวที่ไม่ได้ลงเล่นน้ำทะเล เพราะ น้ำเย็นจัดเหมือนที่แอลเอ เนื่องด้วยเป็นทะเลฝั่งแปซิฟิค คุณเชนฯของดิฉันได้แต่วิ่งลงทะเลไปโดนน้ำครึ่งแข้ง ก็วิ่งแจ้นกลับมาแล้ว 5555 ตลกดี แต่มีนักท่องเที่ยว(น้อยคน)ที่ไม่กลัวเย็นกระโจนลงทะเลอย่างไม่สะทกสะท้าน ตอนเช้ามืดอย่างนี้ แค่มองก็ยังหนาวแล้วเลย

จากเงียบสงบเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เริ่มมีความคึกคักเกิดขึ้น เมื่อร้านรวงเริ่มเปิดขายอาหารเช้า ผู้คนพากันออกมาเดิน-วิ่ง-จ๊อกกิ้ง บ้างจูงน้องหมา บ้างมากันเป็นครอบครัว คุณตา คุณยาย มาเดินออกกำลังกาย ผู้คนเขาดูดี ใส่ใจสุขภาพ อาจเป็นเพราะเรามาอยู่ในแอเรียคนมีอันจะกินก็ได้ ถึงเห็นแต่สิ่งดีๆ พบผู้คนดีๆ ต่างทักทายกันด้วยดี

เราใช้เวลาที่ได้รับคุณค่าอย่างมากที่สุดของทริป จึงเดินข้มฟากกลับโรงแรม ไปทานอาหารเช้า พบแฟนคลับร่วมคณะ ตื่นขึ้นมาทานอาหารเช้ากันหลายคน แต่ละคนดูสดชื่น ไม่มีริ้วรอยความเหน็ดเหนื่อยของการเดินทางข้ามประเทศกันเลย ทุกคนต่างเตรียมบุกตะลุย เริ่มตั้งแต่อาหารเช้าที่แสนอร่อย มากมายให้เลือก กาแฟบราซิลขึ้นชื่อนัก หอมหวนชวนดื่ม  เลยไม่ขัดใจ ดื่มไปหลายถ้วย จนตาค้างละกัน

วันนี้พวกเราจะถูกพาไปชมหนึ่งใน เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก รูปปั้นพระเยซูที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยูบนเขา Corcovado Montain แปลว่า ภูเขาหลังค่อม ตั้งอยู่ในป่าสงวน Tijuca Forest ทางตะวันตกของเมือง  ซึ่งต้องนั่งรถพ่วงขึ้นเขาใช้เวลา 20 นาที  วันหน้าจะเล่ารายละเอียดให้ฟังที่มาที่ไปของรูปปั้นและการก่อสร้างให้อ่านกัน วันนี้อ่านแค่บรรยากาศสนุกๆไปก่อนแล้วกัน วิชาการค่อยว่ากันทีหลัง พวกเราขึ้นไปบนยอดเขาได้เข้าไปในวิหารกราบพระเยซู ขอพร พร้อมชมวิวทิวทัศน์ของเมืองริโอ้เดอเจเนโร่ เมืองสวยมาก...ขอบอก ใครที่คิดว่าอเมริกาใต้ไม่มีอะไรน่าสนใจ คิดผิดคิดใหม่ได้นะคะ

จากนั้นพวกเราถูกพาไปขึ้นเขา Sugar Loaf ตั้งอยู่ที่ Guanabara Bay ยื่นเข้าไปใน Atlantic Ocean แปลว่า ก้อนน้ำตาล ตามรูปร่างของภูเขา สมัย ศตวรรษที่ 16 ชาวปอร์ตุเกสครอบครอง และเป็นเวลาที่น้ำตาลกำลังขายดีในขณะนั้น เราขึ้นยอดเขาด้วยรถเคเบิ้ล ลากด้วยลวดสลิง มองเห็นทิวทัศน์สวยงาม เช่น Maracana สเตเดี้ยม สนามกีฬาที่มีชื่อเสียงของประเทศบราซิล และทะเลสาบนำจืด Lagoa Rodrico de Fritasขนาดใหญ่กว่าแม่น้ำถิ่นที่ตั้งของพวกมหาเศรษฐีบ่อพลอยทั้งหลาย เราใช้เวลาชมเมืองเกือบทั้งวัน เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ บ้านเมือง ไปดูที่เขาเดินพาเหรดเวลามีงานคาร์นิวัลประจำปีของพวกเขาที่มีคนมาเที่ยวเป็นแสนๆคนแล้วแปลกตา สวย ทันสมัย เพราะ ชาวปอร์ตุเกส ได้ปูรากฐานไว้ให้อย่างมีระเบียบ ก่อนกลับโรงแรม แต่งตัวไปทานอาหารค่ำพร้อมดูแซมบ้าโชว์....ฉบับหน้าจะพาไปทานอาหารค่ำพร้อมชม แซมบ้าโชว์ ที่ Platforma Samba Dinner Show. ติดตามให้ได้นะคะ.......

บรรยายภาพ   Sugar Loaf Mountain ที่ตั้งอยู่บน Guanabara Bay ต้องนั่งรถเคเบิ้ล ขึ้นไปชมทิวทัศน์ อเมซิ่งวิว ธรรมชาติที่สวยงามมากๆ