Get Adobe Flash player

สานฝัน ให้เป็นจริง โดย Super Pat

Font Size:

วันนี้เรามาคุยเรื่องเบาๆคลายเครียดกัน ถึงเรื่องการบันเทิงหย่อนอารมณ์ ด้วยการ "ร้องเพลงอย่างไรจึงจะเป็นมืออาชีพกับเขาบ้าง" ปัจจุบันนี้มีนักร้องคาราโอเกะเกิดขึ้นมากมายเบียดแทนที่ นักร้องมืออาชีพจนไม่มีใครสนใจที่จะฟัง

ต่างต้องการฟังเสียงตัวเองมากกว่า นอกเสียจากว่าจะเป็นนักร้องดังที่มีชื่อเสียงจริงๆ เราอยู่ในแวดวงบันเทิงนี้มากว่า 10 ปี ด้วยการบริการเป็นดีเจเปิดเพลงคาราโอเกะให้แฟนคลับได้ร้องเพลงเพื่อความสุขกันที่ ห้องอาหารไทยคิทเช่น

ห้องอาหารพัทยาคาเฟ่ ห้องอาหารเครื่องเทศ ห้องอาหารดาราบาร์ ห้องอาหารแบมบูเฮาส์ ห้องอาหารสิริไทยคูซีน ห้องอาหารป้าอ๊อดแซ่บเวอร์ และฯลฯ ขอบอกว่ามีความสุขมากๆค่ะ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการบริการให้แฟนคลับมีความสุขมาตลอดกว่า 10 ปีมานี้

หลายๆคนมีพรสวรรค์ และอีกหลายๆคนมีพรแสวง ร้องเพลงได้ไพเราะบ้าง ไม่ไพเราะบ้าง นั้นไม่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญสำหรับแฟนคลับทุกคนที่ได้รับเต็มๆคือ ความสุข การพัฒนาการแต่งตัว พัฒนาด้านบุคคลิกภาพ การโพสต์ท่าทาง

การมีมนุษย์สัมพันธ์กับผู้อื่น การพัฒนาร่วมแรงร่วมใจ มีจิตอาสา เสียสละทำเพื่อส่วนรวม จัดงานการกุศลเพื่อช่วยชุมชนสังคมที่เดือดร้อน มีกิจกรรมร่วมกัน ทำให้เกิดความสุข ทำให้ชีวิตมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงวัย

เรามาฝึกทักษะด้านการร้องเพลงมืออาชีพกันต่อ เผื่อจะได้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงกับเขาบ้างก็ได้ใครจะรู้ นี่ค่ะ เคล็ดที่ไม่ลับที่ดิฉันไปอ่านเจอในอินเตอร์เน็ท ขอนำมาเผยแพร่ให้คุณๆได้อ่านกันนะคะ

คุณฝันอยากจะเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงระดับโลกหรือเปล่า? มันไม่มีหรอกไอ้เจ้าหนทางสู่ความมีชื่อเสียงชนิดโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่นี่จะเป็นบางสิ่งที่คุณจะพอทำได้เพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเอง

1..จงมีความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อในการฝึกร้องเพลง อย่าลืมว่ามีคู่แข่งของคุณอยู่เต็มไปหมด ใครๆ ก็ปรารถนาชื่อเสียงและเงินทองของการมีอาชีพนักร้องที่ประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น นักร้องที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ต่างต้องฝึกการใช้เสียงร้อง

2..พิชิตความกลัว เอาชนะอาการตื่นเวที อย่าหมกมุ่นอยู่กับกับการต้องได้รับการยอมรับจากผู้อื่นจนเกินไป หาทางขับร้องต่อหน้าคนอื่นบ่อยๆ ความคิดเห็นที่คนอื่นมีต่อคุณนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไอ้ที่สำคัญคือการหาทางทำฝันให้เป็นจริงของคุณต่างหาก

3..เริ่มด้วยเพลงดีๆ เพลงเดียวที่คุณร้องได้เยี่ยม พอทำได้สำเร็จถึงค่อยลงมือหัดเพลงต่อไป และก่อนที่คุณจะทันรู้ตัว คุณก็จะมีเพลงที่ร้องได้เยี่ยมมากพอจะเปิดแสดงได้ทั้งคืน

4..หายใจ หายใจลึกๆ ให้ได้ลมมากกว่าที่คุณอาจต้องการไว้ใช้ในการร้องเพลงสักเพลง. อย่าให้ร้องแล้วขาดลมหรือแรงเสียงตก

5..ถ้าคุณไม่ได้แต่งเพลงเอง ให้เลือกเพลงดีๆ มาคัฟเวอร์  ให้ทำ “รายชื่อเพลง” สัก 10 ถึง 15 เพลงที่คุณรู้ว่าสามารถร้องเอาคนดูอยู่ และฝึกให้เชี่ยวชาญกว่าเดิมเลือกเพลงให้ปนกันทั้งเพลงที่โด่งดังกับเพลงที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก

หาวิธีร้องเพลงดังขึ้นหิ้งให้ออกมาสดใหม่ วิธีหนึ่งที่จะทำให้เพลงที่เราคัฟเวอร์ไปเตะหูใครๆ ก็คือการเปลี่ยนโทน จังหวะหรือการบรรเลงเพลงฮิตให้แตกต่างไปจากเดิม ให้ลองหาฟังเวอร์ชั่นต่างๆ ของเพลง “Hallelujah” ของเล็นเนิร์ด โคเฮ้น หรือลองฟังเพลง “Billie Jean” ที่วง The Civil Wars คัฟเวอร์เพลงของไมเคิล แจ็คสัน

6..หาทางร้องต่อหน้าสาธารณชนทุกเวลาที่เป็นไปได้. หาทางรับงานแสดงให้มากที่สุดเพื่อจะเป็นหนทางนำเสียงร้องออกสู่สาธารณชน คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าจะมีใครอยู่ในหมู่ผู้ฟังบ้าง ไปร้องในงานปาร์ตี้ งานวัด งานเปิดตัวสินค้า การแข่งกีฬา

การประกวดร้องเพลง คืนประกวดคาราโอเกะ และที่อื่นอีกโดยไม่ต้องยึดว่าเป็นงานได้ค่าตัวหรือไม่ได้ ถึงแม้งานนั้นอาจไม่ไปเตะตะแมวมองคนไหน แต่อย่างน้อยก็ทำให้คุณได้ฝึกลีลาการร้องบนเวทีและจะได้คุ้นชินกับการปรากฏตัวต่อหน้าคนดู

7..เปิดช่องยูทูปของคุณเอง. มีหลายคนที่หาหนทางกลายเป็นคนดังได้ด้วยการโพสต์วิดีโอตอนร้องเพลงขึ้นเว็บยูทูป (ดูชาริซ เพ็มเป็งโก, ออสติน มาฮอน, เกรย์สัน ชานซ์ และสำคัญที่สุดเลยคือ จัสติน บีเบอร์ เป็นตัวอย่าง)

จำไว้ว่าอินเตอร์เน็ตไม่ได้มีเมตตาสักเท่าไหร่ หากยังไม่มั่นใจว่าเสียงร้องสุดยอดแล้ว อาจเป็นการฉลาดกว่าถ้าจะรอจนกว่าคุณจะได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติมก่อน คุณอาจได้รับเสียงชื่นชมออนไลน์ แต่ก็อาจเจอคนที่พร้อมจะล้มคุณลงให้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น คนฉลาดย่อมรู้ดีว่าอะไรที่เราโพสต์ออนไลน์ไป มันจะอยู่ที่นั่นตลอดไป ฉะนั้น จงโพสต์แต่ในสิ่งที่คุณภูมิใจที่จะให้ใครได้เห็น และคุณยังคงภาคภูมิใจในมันแม้จะคล้อยหลังไปอีก 10 ปี อย่าโพสต์ลงยูทูปถ้าอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ถ้ายังเป็นเด็ก บอกให้พ่อแม่มาช่วยโพสต์เถอะ

8..จงเป็นดั่งสุนัขล่าชื่อเสียง. ทำตัวให้เป็นที่น่าสนใจตลอดเวลา มองหาช่องทางการถูกถ่ายภาพ ช่องทางได้มีโอกาสพูด หาทุกโอกาสที่คุณจะได้เป็นจุดสนใจ ทำให้ตัวคุณเอง “เป็นที่รู้จัก”

9..แสวงหาเครือข่าย. ไปอยู่ในที่ซึ่งนักดนตรีหรือคนในวงการเขาพบปะกัน (คลับหรือผับ) และทำตัวเหมือนคุณเองก็เป็นคนในวงการ แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร และทำความรู้จักกับนักดนตรีที่นั่นสร้างเครือข่ายติดต่อกับนักดนตรีคนอื่นๆ คุณไม่มีทางรู้ว่าใครอาจได้ร่วมทำงานกับคุณบ้างในอนาคตหรือเป็นคนแนะนำคุณให้รู้จักกับแมวมอง ทำตัวเป็นมิตรและสนอกสนใจในงานของคนอื่นๆ

10..แสดงสุดฝีมือทุกครั้ง. เวลาได้ขึ้นเวทีหรือได้ร่วมแสดงกับมืออาชีพ ให้กดปุ่มเปิดเสน่ห์ในตัว ฉีกยิ้มกว้าง ตอบคำถามหรือร้องเพลงด้วยความกระตือรือร้น แม้ตอนนั้นจะรู้สึกแย่ก็ตาม การทำงานในวงการบันเทิงนั้นส่วนหนึ่งคือการสามารถสร้าง

บรรยากาศความสนุกและความคึกคักได้ราวกับเปิดปิดสวิตช์ไฟอย่าทำตัวดุจราชินีเชิดใส่คนที่อาจกลายเป็นแฟนคลับของคุณ จำไว้ว่าแฟนคลับนี่แหละคือตัวผลักดันเปลี่ยนคุณจากคนที่ไม่มีใครรู้จักสู่ความมีชื่อเสียง ให้แจกลายเซ็น ตอบทุกคำถามและร่วมถ่ายรูปหลังการแสดง

11..เรียนรู้ที่จะรับมือกับเสียงวิจารณ์. เฮ้ มันเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะเก่งมาจากไหน ก็ยังมีคนที่ไม่ชอบเสียงคุณอยู่ดี ขนาดนักร้องดังระดับโลกยังมีคนเกลียดชังเลย จงรับฟังแต่เสียงวิจารณ์แบบสร้างสรรค์ที่จะช่วยคุณพัฒนาความสามารถจริงๆ

ส่วนที่เหลือก็ไม่ต้องไปใส่ใจจำ อย่าไปร่วมทุ่มเถียงแม้มันจะเป็นเรื่องความฝันของคุณ และหลีกเลี่ยงพวกก่อกวนทั้งหลายแหล่ เพราะเป็นไปได้ว่าพวกนั้นแค่หมั่นไส้อิจฉาคุณเท่านั้นแหละ

12..ยอมรับการถูกปฏิเสธและเดินหน้าต่อ. อาจไม่ใช่เรื่องที่รู้กันไปทั่ว แต่นักร้องนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ตั้งมากมายที่ถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะได้รับการเซ็นสัญญากับบริษัทแผ่นเสียง รวมไปถึง The Beatles ถ้ามีใครไม่อยากทำงานร่วมกับคุณ ก็นับว่าเป็นการพลาดโอกาสของเขา ให้เดินหน้าไขว่คว้าหาโอกาสครั้งใหม่และเชิดหน้าเข้าไว้

13..เรียนรู้ที่จะแยกพวกหลอกลวงได้. ทันทีที่มีกระแสเสียงแพร่หลายออกไปว่าคุณสนใจเข้าวงการ คุณจะพบว่าตัวเองตกเป็นเป้าของบรรดาพวกหลอกลวงที่มาพร้อมสัญญาที่เลวร้าย พยายามจำเรื่องเหล่านี้ให้ขึ้นใจ:

14..ลองคิดถึงการเข้าร่วมตั้งวง (แค่ทางเลือก). ถ้าคุณไม่เล่นเครื่องดนตรีใดเลย อาจเป็นทางเข้าทางกว่าถ้าจะร่วมเข้าวงที่สามารถเล่นดนตรีให้คุณได้ กระนั้นก็ต้องระมัดระวังว่าเมื่อคุณกลายเป็นสมาชิกวงแล้ว คุณก็ต้องร่วมแชร์ระดับความสำเร็จกับสมาชิกคนอื่น คุณไม่อาจมุ่งแสวงหาชื่อเสียงตามลำพังอย่างเห็นแก่ตัวราวกับเป็นพวกศิลปินเดี่ยว ลองหยั่งข้อดีข้อเสียก่อนตัดสินใจ

15..ฝึกฝนพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ. ไม่ว่าจะเป็นการเข้าคอร์สฝึกหรือฝึกเอาเอง อย่าหยุดการพัฒนาเสียงร้องให้ดียิ่งขึ้น ฝึกให้บ่อยและท้าทายตัวเองด้วยเพลงใหม่ๆ การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณมีความมั่นใจว่าพอคุณ “เริ่ม” เป็นที่รู้จัก คุณจะมีความสามารถรับมือมันอยู่

เคล็ดลับที่ไม่ลับแล้วละค่ะ

เชื่อมั่นว่าคุณทำได้ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอย่างไร อย่าปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นทำให้ตัวเองท้อถอย อย่าลืมตัวตนที่แท้จริงของคุณและลืมตัวเมื่อเริ่มดัง คุณจะเสียความไว้วางใจจากเพื่อนๆ อย่าลืมชีวิตส่วนตัว อย่างเช่น ศาสนา, ความเชื่อความศรัทธา, ครอบครัว หรือเพื่อนๆ อย่ากลัวที่จะร้องขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะขอคำแนะนำเรื่องการร้องจากพวกนักร้องดังหรือเรื่องคุณภาพเพลงจากแฟนเพลง ไม่มีใครที่ดังหรือรวยจนไม่แยแสคำแนะนำหรอก คุณไม่จำเป็นต้องหล่อสวยเพื่อจะเป็นนักร้อง จงเป็นอย่างที่คุณเป็น

ถ้าคุณต้องการจะแต่งตัวแบบ “เรียกเสียงฮือฮา” (อย่างมาริลีน แมนสัน, เลดี้ กาก้า) เตรียมตัวเตรียมใจรับคำวิจารณ์ตรงๆ หยาบๆ ได้เลย ถ้าแต่งตัวแบบนี้ทำให้คุณรู้สึกดีในโลกของคุณเอง แต่ถ้าไม่พร้อม ลองแต่งตัวตามแฟชั่นแต่ยังคงรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณดีกว่าไหม อย่าไปแต่งแบบที่คุณคิดว่าจะดึงดูดแฟนมากขึ้น แต่งตัวแบบที่มันมีความหมายต่อคุณมากกว่า คนที่ว่าคุณแรงๆ อาจจะแค่อิจฉาตาร้อน หรืออยากเห็นคุณล้มไม่เป็นท่าเท่านั้น

ดูเส้นทางอาชีพของไทนี่ ทิมผู้ซึ่งนับได้ว่าเป็นพระเอกในหัวข้อนี้เลยเป็นตัวอย่าง เขาพยายามทำทุกอย่างโดยบอกว่า “ไม่ ผมไม่มีวันยอมแพ้” ไทนี่ ทิมทำได้สำเร็จเพราะเขาไม่ยอมแพ้ ใครต่อใครหัวเราะเยาะ แต่ไทนี่ ทิมยืนกรานจะทำสิ่งที่ตนเองรัก ทั้งนี้ด้วยฝีมือส่วนหนึ่งและที่เหลือคือความเพียรพยายาม: เขากลายเป็นคนดังระดับชาติในฐานะพวกมีฝีมือแบบแปลกประหลาด และตายตอนกำลังทำการแสดงอยู่บนเวที

เป็นอย่างไรคะกับการอ่านฝึกฝนที่ดูมันง๊ายง่ายแต่ทำยาก ค่ะ ไม่พ้นความพยายามหรอกหากคุณมีจิตใจที่แน่วแน่และคุณต้องการ "สานฝัน ให้เป็นจริง" ย่อมต้องเกิดขึ้นได้แน่นอนเสมอ