Get Adobe Flash player

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (ตอนสอง) โดย Super Pat

Font Size:

สัปดาห์นี้ขอนำประสบการณ์ของดิฉันมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นความรู้และป้องกันรวมถึงการบำบัดรักษาว่าควรทำอย่างไรหากมันเกิดขึ้นกับตัวเอง

ดิฉันเป็นโรคกระดูกข้อต่อสะโพกเสื่อม จากการที่เกิดก่อนกำนด ทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันของดิฉันในการกระโดดโลดเต้นเต้นรำทำเพลงที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวันด้วยการมีกิจกรรมตลอด

รู้ตัวมาตั้งนานแล้วค่ะแต่เพิกเฉยต่อการดูแลรักษา(ผ่าตัด) จนมาถึงวาระสุดท้ายคือเริ่มเป็นหนัก เจ็บปวดมากขึ้นเวลาเดิน ฉีดสเตอร์รอยด์, ฉีดน้ำยาหล่อลื่นเข้าสะโพก, ฉีดสเต็มเซลล์, แก้กรรม ทำบุญ อโหสิกรรมอุทิศส่วนกุศลผลบุญให้เจ้ากรรมนายเวรพญามารศัตรูหมู่มารก็แล้ว ความเจ็บปวดก็ยังอยู่ทวีคูณ จนหาทางหลีกเลี่ยงไการผ่าตัดไม่ได้แล้ว

จึงยอมให้หมอสมัยใหม่นายแพทย์ Luigi Galloni หมอศัลยกรรมกระดูกที่มีความเชี่ยวชาญกว่า 20 ปีผ่าตัดวันพุธที่ 19 เมษายน 2017 ที่ White Memmorial Hospital โรงพยาบาลเอกชนของชาวแคททอลิคไม่แสวงหากำไร ตั้งอยู่ที่ดาวน์ทาวน์แอลเอเป็นโรงพยาบาล 1 ใน 100 ที่ดีที่สุด ของประเทศสหรัฐอเมริกา

การผ่าตัดใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ พักฟื้นที่โรงพยาบาล 4 วัน เอง เอาละค่ะมารู้เรื่องราวเกี่ยวกับการเป็นโรคนี้ในฐานะคนไข้คนหนึ่งนะคะเพราะดิฉันไม่ใช่หมอจึงขอนำบทความจากโรงพยาบาลกรุงเทพมาให้อ่านกันพอสังเขป (ตอนสอง หาอ่านตอนหนึ่งได้ในฉบับสัปดาห์ที่แล้ว)

วันผ่าตัด และหลังการผ่าตัด

วันผ่าตัด วิสัญญีแพทย์ จะเป็นผู้ดูแลเรื่องการระงับปวดและระงับความรู้สึก ศัลยแพทย์จะใช้เวลาในการผ่าตัด ประมาณ 2 -3 ชั่วโมง   ศัลยแพทย์จะเปิดผิวหนังด้านข้างของตะโพก ตัดส่วนหัวของกระดูกต้นขาออก เตรียมโพรงกระดูกสำหรับใส่ข้อเทียม

ทดลองใช้ตัวลองข้อเทียมเพื่อเลือกขนาดที่ เหมาะสม และทดสอบการเคลื่อนไหว ตามด้วยใส่ข้อเทียม ส่วนก้านในโพรงกระดูก ต้นขา และต่อส่วนหัวของข้อเทียม เข้ากับส่วนก้าน หลังจากนั้นแพทย์จะล้างใส่สายระบายเลือด และ เย็บปิดแผล

หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะอยู่ในห้องพักฟื้นเพื่อติดตามอาการหลังการผ่าตัด ประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะย้ายไปพักในห้องอภิบาลเฉพาะ 1 คืนและย้ายขึ้นห้องพักผู้ป่วยปกติ อีก4-5 วันก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน

หลังการผ่าตัด

    ผู้ป่วยจะตื่นจากการผ่าตัดพร้อมกับมีสายและอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ติดอยู่กับร่างกาย

    ผู้ป่วยอาจมีอาการผะอืดผะอม หรือคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการดมยาสลบและยาแก้ปวด

    ให้ความร่วมมือและทำตามคำแนะนำของแพทย์ และพยาบาลที่ดูแลหลังการผ่าตัด

    ผู้ป่วยจะได้รับยาระงับปวดอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามหากมีอาการปวดมากก็ไม่มีความจำเป็นต้องทนปวด ควรแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบทันที

    เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางปอดหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำให้หายใจเข้าออกลึกๆ และไอออกหากมีเสมหะ

    เพื่อป้องกันข้อสะโพกเทียมหลุดในช่วงหลังผ่าตัดใหม่ ๆ การจัดท่านั่งและนอน เช่นการวางหมอนระหว่างขา เป็นสิ่งที่จำเป็น

    ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับการฝึกเดินในวันรุ่งขึ้น โดยใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน   ผู้ป่วยที่นั่ง ยืน หรือเดินได้เร็ว ก็ช่วยทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว และช่วยลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน

    นักกายภาพจะมีโปรแกรมการสอนผู้ป่วยให้ทราบ ท่าบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ข้อสะโพกและทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น ภาวะแทรกซ้อนและสิ่งไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด

อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมค่อน ข้างต่ำ ทีมแพทย์และพยาบาลจะดำเนินการตามมาตรฐานทางการรักษา เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่างๆ ให้มีโอกาสเกิดน้อยที่สุด

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น มีดังนี้

    การติดเชื้อของแผลผ่าตัด

    ความไม่มั่นคงของข้อ ข้อเทียมหลุดหลวมหรือเคลื่อน

    กระดูกหักบริเวณรอบๆข้อเทียม

    ข้อเทียมชำรุด หัก หรือมีหินปูนจับรอบ ๆ ข้อเทียม

    เจ็บปวดบริเวณที่ผ่าตัด

    แนวขาผิดปกติหรือยาวไม่เท่ากันหลังการผ่าตัด

    เกิดพยาธิสภาพต่อเส้นเลือด เส้นประสาท

    เกิดลิ่มเลือดอุดตัน

    งอข้อสะโพกไม่ได้เท่าที่ควร

ภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ  ภาวะแทรกซ้อนจากโรคทางอายุรกรรม

การเตรียมตัวและสถานที่พักฟื้นหลังการผ่าตัด

เมื่อผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยจะสามารถเดินโดยใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์พยุงเดินแต่ยังคงต้องระมัดระวังในการทำกิจวัตรต่างๆ การปรับปรุงสภาวะแวดล้อมที่บ้านจะช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตที่บ้านได้อย่างสะดวกสบายขึ้น

    ควรติดตั้งราวจับบริเวณห้องน้ำและที่อาบน้ำ

    ควรติดตั้งราวจับ ตามทางเดินและบันได

    ควรเตรียมเก้าอี้ที่แข็งแรง, มีพนักพิงและมีที่วางแขน เก้าอี้ต้องมีระดับความสูงที่เหมาะสมเมื่อนั่งแล้ว ข้อเข่าควรอยู่ต่ำกว่าข้อสะโพกเล็กน้อย

    ควรเตรียมที่นั่งเสริมบนชักโครก

    ควรเตรียมเก้าอี่ที่แข็งแรงไว้สำหรับนั่งอาบน้ำ

    ควรเตรียมที่ถูสบู่แบบมีมือจับ และมีฝักบัวที่สามารถถือได้

    ควรเตรียมไม้เท้าที่จะช่วยให้หยิบจับของในระดับต่ำได้ง่าย

    ควรเตรียมอุปกรณ์สำหรับช่วยใส่รองเท้า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องงอสะโพกมากเกินไป

    ควรเคลื่อนย้ายสิ่งของไม่ให้กีดขวางทางเดิน

    ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลถูกน้ำ หรือเปียกชื้น

    รับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและมีกากใยเพื่อป้องกันท้องผูก

    บริหารร่างกายเพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตามคำแนะนำของแพทย์

    ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกผู้ป่วยยังคงต้องใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดินพร้อมกับเพิ่มระยะทางการเดินขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ

    ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกชาบริเวณผิวหนังรอบแผลผ่าตัด หรือรู้สึกตึงๆ โดยเฉพาะเวลางอสะโพกมาก แต่อาการเหล่านี้จะดีขึ้นตามเวลา

   ผู้ป่วยจะสามารถขับรถยนต์ และออกกำลังกายเบาๆได้หลังผ่าตัด 4-6 สัปดาห์ ทั้งนี้ ศัลยแพทย์จะเป็นผู้ดูแลและให้คำแนะนำที่เหมาะสมเป็นการเฉพาะผู้ป่วยแต่ละท่าน

    โดยทั่วไปผู้ป่วยจะรู้สึกหายดี หลังจากได้รับการผ่าตัดไปแล้ว   3 -6 เดือน

อาการผิดปกติที่ต้องรีบกลับไปพบแพทย์ ทันที

    มีไข้สูง หนาวสั่น หรือปวดบวมแดง รอบแผลผ่าตัด

    มีเลือดหรือหนองซึมจากแผลผ่าตัด

    มีอาการปวดสะโพกมากขึ้นขณะเคลื่อนไหว หรืออยู่กับที่

ข้อควรระวังที่สำคัญ และข้อควรปฏิบัติ

ข้อควรระวังที่สำคัญ

เพื่อให้แน่ใจว่าการฟื้นตัวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเพื่อป้องกันข้อสะโพกเทียมเคลื่อนหลุด ผู้ป่วยต้องปฏิบัติดังนี้

    หลีกเลี่ยงการไขว้ขา

    ใช้หมอนแทรกระหว่างขาเวลานอนหลับตอนกลางคืนจนกว่าแพทย์จะอนุญาตว่าไม่ต้องใช้

    ป้องกันการล้ม โดยใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน จนกว่าข้อสะโพกจะแข็งแรงพอและเคลื่อนไหวได้ดี

    หลีกเลี่ยงการงอข้อสะโพกมากกว่า 90 องศา เช่นการนั่งยอง ๆ นั่งเตี้ยๆ หรือโน้มตัว ก้มเก็บของจากพื้น

    ห้ามบิดหมุนเท้าเข้าใน หรือออกนอกมากเกินไป

    หลีกเลี่ยงการวิ่ง หรือ กระโดด เพราะทำให้ข้อหลุดหลวม หรือแตกหักได้

    หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การดันสิ่งของ และการหมุนตัวอย่างแรง

    หลี่กเลี่ยงการก้มพร้อมกับยันลงน้ำหนัก เช่น การปีนเขา หรือบันไดที่ชัน

ข้อควรปฏิบัติ

    ควรมาพบแพทย์ตามนัดเสมอ

    ควรออกกำลังกายและบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อตามที่ฝึกปฏิบัติขณะอยู่โรงพยาบาล อย่างต่อเนื่อง

    ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ไม่อ้วน

    ต้องแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบทุกครั้งก่อนทำฟันว่าท่านมีข้อสะโพกเทียม เพื่อจะได้รับยาปฏิชีวนะก่อนการทำฟัน

   ผู้ป่วยควรนำบัตรแสดงการมีข้อเทียมโลหะอยู่ในร่างกายติดตัวไปด้วย เมื่อต้องผ่านอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เช่น ที่สนามบิน (บทความ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ)

คิดว่าข้อมูลเหล่านี้คงเป็ประโยชน์ต่อแฟนๆคลับได้บ้างนะคะ