Get Adobe Flash player

อคติ "มองคนอื่นในแง่ร้าย" โดย Super Pat

Font Size:

คุณแฟนคลับที่รักคงเคยพบคนที่มีอดติกับเราและคนอื่นๆ ทำให้เราไม่อยากคบและข้องเกี่ยวกับคนๆนั้นบ้างไหมคะ คนเรานี่ก็แปลก คิดเข้าข้างตัวเองว่า ตัวเอง เป็นพหูสูตร เก่ง สวย หล่อ รวย ฉลาด ถูกเสมอ แต่กลับมองคนอื่นว่า อัปลักษณ์ โง่ จน ทำอะไรไม่เข้าท่า ผิดไปหมด

พวกนี้มีเยอะมากกกในสังคม(น่ารังเกียจนัก) เราไม่สามารถแก้ไขพวกเขาได้ หันมาหาวิธีรับมือกันดีกว่า

3 วิธีการ: ทะลายอคติ..เปิดโลกลดอคติ..รับมือกับคนมีอคติ

การตราหน้าคนอื่นว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  การมีอคติ (มองคนอื่นในแง่ร้ายแบบคิดเองเออเอง) และการเลือกปฏิบัติ (ต่อคนหรือกลุ่มคนอื่นด้วยอคติ) ล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมสร้างบรรยากาศ ทำให้เครียดกันถ้วนทั่วทุกตัวคนได้

การมีอคติและเลือกปฏิบัตินั้นบอกเลยว่าทำให้คุณคิดอ่านอะไรแย่ลงแบบเห็นๆ นั่นก็เพราะเขาเชื่อกันว่า คนที่อคติแรงๆ ต้องเปลืองพลังงานไปกับการระวังตัวให้เป๊ะทุกกระเบียดนิ้วนั่นเอง ถ้าอยากเลิกมีอคติแบบหมดจด คุณต้องหัดลดอคติ

ส่วนตัวควบคู่ไปกับการล้างอคติในสังคมด้วย คุณเลิกมีอคติได้โดยหักห้ามใจไม่เปรียบเทียบจับผิด คบคนให้มากและหลากหลาย รวมถึงรับมือกับอคติของตัวเองอย่างถูกวิธี

1 ประเมินอคติตัวเอง. จะเลิกอคติได้ต้องรู้ซะก่อนว่าคุณมีอคติเรื่องอะไร ในทางจิตวิทยาสังคม เขามีวิธีประเมินว่าแท้จริงแล้วคุณรู้สึกและเชื่อว่าคนอื่นเป็นยังไงในสายตาคุณ หรือการทดสอบการเชื่อมโยงโดยนัย นั่นเองการทดสอบนี้จะบอกได้ว่าลึกๆ แล้วคุณมีอคติต่อคนบางประเภทมากน้อยแค่ไหน โดยจะแบ่งออกเป็นหลายหัวข้อเช่น เพศ ศาสนา และเชื้อชาติ เป็นแบบทดสอบที่ทำออนไลน์ได้เลย

2 รู้จักตัวเอง. การมีอคติก็เหมือนคุณมองโลกด้วยสายตาที่พิกลพิการ เพราะคุณชิงตัดสินคนอื่นก่อน แล้วตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับคนที่เห็นต่าง แค่รู้ทัศนคติของคุณทั้งนอกและในที่มีต่อคนอื่นๆ เช่น คนต่างชาติต่างภาค ก็บอกได้ชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่าคุณจะเป็นมิตรกับคนเหล่านั้นแค่ไหน (ทั้งคำพูดและสีหน้าท่าทาง)รู้เท่าทันอคติของตัวเอง แล้วหมั่นเอาเรื่องจริงที่เป็นเหตุเป็นผลเข้าสู้ เช่น ถ้าคุณมีภาพจำของคนในบางเพศ ศาสนา วัฒนธรรม หรือเชื้อชาติ (เช่น ผู้ชายสกปรก ผู้หญิงขี้เหวี่ยงขี้วีน) ให้คอยเตือนตัวเองว่าความคิดพวกนี้แหละอคติ คุณเหมารวมเกินไปแล้ว

3 อคติแล้วแย่ยังไง. จะลดอคติในตัวเองได้ ให้ลองคิดพิจารณาว่าอคติของคุณจะทำร้ายคนอื่นยังไงบ้าง บอกเลยว่าคนถูกมองทางลบแบบผิดๆ หรือถึงขั้นเลือกปฏิบัตินี่ทำเอาเครียดจนประสาทได้เลยนะ ถูกคนอื่นตั้งแง่ เข้าใจผิด นี่ทำให้คนเราเสียความมั่นใจ รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย ซึมเศร้า และอาจถึงขั้นกระทบต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ การศึกษา และหน้าที่การงานได้เลยโดนคนอคตินานๆ ก็ทำเอาหมดความยับยั้งชั่งใจได้ เตือนตัวเองเสมอ ว่าถ้าไปกดดันคนอื่นด้วยอคติมากๆ เขาอาจสิ้นหวังหรือหมดความอดทนจนทำอะไรสุดโต่งหรือร้ายแรงขึ้นมาได้

4 อย่าไปตีตราให้ตัวเอง. บางคนก็กลับกัน คือมีอคติต่อตัวเอง ตราหน้าว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คือการที่คุณตราหน้าตัวเองในทางลบ ถ้าคุณเผลอมองตัวเองแง่ลบ (มีอคติ) จนฝังหัวไปแล้วละก็ อาจแสดงออกมาทางพฤติกรรมแย่ๆ (เลือกปฏิบัติ) เช่น คุณเครียดจัด ควรได้รับการบำบัดซึ่งก็เป็นการรักษาทั่วไป แต่คุณก็ไปตราหน้าตัวเองซะก่อนว่าต้องเข้าบำบัดแปลว่าคุณน่ะ “บ้า” ไปแล้วอาจจะยาก แต่ลองหาให้เจอ คุณอาจตีตราตัวเองโดยไม่รู้ตัว จากนั้นให้พยายามเปลี่ยนมุมมองซะใหม่ เช่น แทนที่จะคิดว่า “ฉันมันบ้า เพราะหมอบอกให้ไปบำบัด” ให้เปลี่ยนไปมองว่า “คนอื่น อย่างพวกฝรั่ง พอเครียดเขาก็ไปคุยกับจิตแพทย์ด้วยกันทั้งนั้น ไม่เห็นแปลกอะไร ฉันไม่ได้เพี้ยนสักหน่อย” 

เปิดโลกลดอคติ

1 คบคนให้มากและหลากหลาย. เปิดตาเท่ากับเปิดใจ ความหลากหลายอาจทำให้คุณลดอคติที่มีแต่คนบนโลกนี้ได้ไม่มากก็น้อย ถ้าคุณไม่เคยสัมผัสคนชาติอื่น วัฒนธรรมอื่น รสนิยมทางเพศ หรือศาสนาอื่น คุณก็จะไม่รู้ว่าโลกนี้มีอะไรหลากหลายแค่ไหน ถ้าคุณได้รู้ว่าในความต่างก็มีความเหมือน ทุกคนก็คนเหมือนคุณ แค่อาจจะมีที่มาและสถานการณ์แตกต่างกันไป คุณก็จะเลิกเอาตัวเองไปตัดสินคนอื่น แล้วเริ่มรับฟัง จากนั้นจึงได้เรียนรู้

วิธีที่จะได้สัมผัสผู้คนที่หลากหลายได้ดีที่สุด ก็คือการเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่นๆ หรือกระทั่งจังหวัดอื่น เพราะแต่ละตำบลอำเภอก็มีวัฒนธรรมเฉพาะตัว เช่น อาหารการกิน ประเพณี และกิจกรรมงานเทศกาลต่างๆ อย่างคนเมืองก็ใช้ชีวิตไม่เหมือนกันกับคนบ้านนอก นั่นเพราะสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

2 เรียนรู้จากไอดอลของคุณ. เลือกคนที่คุณเคารพและชื่นชมแต่มาจากพื้นเพที่แตกต่างไปได้ยิ่งดี (เช่น ต่างถิ่น/เชื้อชาติ คนละวัฒนธรรม เพศ รสนิยมทางเพศ และอื่นๆ) จะได้เปลี่ยนทัศนคติที่คุณมีต่อคนที่แตกต่างออกไป แค่ดูรูปหรืออ่านเรื่องราวของเขาก็ช่วยลดอคติ ทำให้คุณเข้าใจตัวตนของเขามากขึ้นแล้ว (ได้เห็นความคิดความอ่านของคนที่มาจากพื้นเพ วัฒนธรรม ศาสนา หรือรสนิยมทางเพศที่ต่างกัน)ลองอ่านบทความในแมกกาซีนหรือหนังสือที่เขียนโดยคนที่แตกต่างจากคุณในด้านใดด้านหนึ่งดู

3 เวลาคุยกับใครอย่าเพิ่งเหมารวม. อคติเกิดเมื่อความคิดเห็นของคุณถูกต้องย้ำด้วยภาพจำหรือการเหมารวมของคนหมู่มาก แถมคนในสังคมก็มักเห็นดีเห็นงามไปกับภาพจำเหล่านี้ด้วยนี่สิ ทั้งภาพจำที่ดีและร้ายซึ่งคุณเองก็น่าจะเคยได้ยิน เช่นสวยแต่กลวง ตัวดำดูจน/สกปรก คนใส่แว่นเรียนเก่ง หรือผู้ชายทำงานเก่งกว่าผู้หญิง เป็นต้น บางเรื่องก็เหมือนจะชม แต่บอกเลยว่าคนหยิบยกมาใช้ดูถูกคนอื่นได้หมดแหละ ถ้าคุณเหมารวมว่าคนทั้งกลุ่มต้องเหมือนกันไปหมดละก็ เป็นไปได้มากว่า ถ้าใครผิดแปลกมาคนเดียว คุณคงติติงเขาแน่ว่าไม่เหมือนอย่างที่คุณคิดไว้ และปฏิบัติกับเขาต่างออกไป

คุณต่อต้านการเหมารวมได้ง่ายๆ แค่เวลามีใครพูดทำนองมีอคติขึ้นมา คุณก็อย่าไปเออออ เช่น เพื่อนคุณอาจบอกว่า “ผู้หญิงขับรถห่วยทั้งนั้นแหละ” ซึ่งถือว่าสร้างภาพจำที่ไม่ดีให้ผู้หญิง แถมถ้าเขาหมายความตามนั้นจริง (ไม่ได้แซว) เขาก็เป็นคนมีอคติน่าดู คุณลบภาพจำของเขาได้ โดยพูดไปตรงๆ แต่ดีๆ ว่า “เฮ้ยไม่ใช่ทุกคนหรอก เพื่อนเราคนนึงเป็นนักแข่งรถเลยนะ แถมพี่เราเวลาถอยเข้าซองทียังไม่ทันกะพริบตาเลย”

รับมือกับคนมีอคติ

1 เปิดใจและรักตัวเอง. เวลาถูกคนอื่นอคติใส่หรือเลือกปฏิบัติมากๆ บางทีคุณอาจรู้สึกอยากหายไปจากโลกนี้ จะได้ไม่มีใครมาทำให้เจ็บช้ำน้ำใจอีก จริงอยู่ว่าการหลบหน้าผู้คนและปกปิดตัวตนความรู้สึกที่แท้จริงนั้นเป็นสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่ก็อาจทำคุณเครียดจัดหรือคิดตอบโต้คนมีอคตินั้นแบบผิดๆ ขึ้นมาอันดับแรกต้องรู้จักและยอมรับตัวตนที่แท้จริงของคุณก่อน อย่าเพิ่งไปคำนึงถึงความคิดเห็นของคนอื่นหาคนที่ไว้ใจและเก็บความลับได้ จากนั้นก็เปิดอกให้หมดเปลือก

2 หากองหนุน. ต้องเกาะกลุ่มกันถึงจะตอบโต้อคติต่างๆ และระบายความในใจกันให้หายเครียดได้จะเป็นกลุ่มแบบไหนยังไงก็แล้วแต่ แค่ขอให้เลือกกลุ่มที่มีพื้นเพหรือความสนใจเฉพาะตัวเหมือนคุณ (ไม่ว่าจะกลุ่มเพื่อนสาว เก้งกวาง สาวหล่อ กลุ่มปักษ์ใต้ กลุ่มจาวเหนือ กลุ่มสายบุญ หรืออะไรก็ตามสะดวก) จะได้รวมคนหัวอกเดียวกันไว้ปรึกษาระบายความในใจ (จะได้ใจเย็น หดหู่หรือโมโหน้อยลง) รับมือกับคนอคติได้ถูกวิธี[17]

3 ไม่มีใครเหมือนครอบครัว. ถ้าคุณเจอคนอคติใส่หรือเลือกปฏิบัติ จะตั้งสติ รับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้น และสบายใจขึ้นได้ กำลังใจถือเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่รู้จะไปหาที่ไหนก็ครอบครัวนี่แหละ รับรองว่าที่เครียดๆ มาจะคลายลงได้เยอะเลย ลองเปิดอก เล่าให้พ่อแม่พี่น้อง ญาติสนิทชิดใกล้ หรือเพื่อนที่รู้ใจฟัง ว่าคุณพบเจอเหตุการณ์อะไรมา ลองอ่านบทความนี้ดู และไตร่ตรองว่าจะช่วยให้เรารับมือกับคนพวกนี้กันได้บ้างใากน้อยเพียงใด ขอให้โชคดี ขอบคุณข้อความจากอินเตอร์เน็ท

4 มองโลกในแง่ดี ไม่ว่ามากหรือน้อย. พอเคยเจอคนอคติใส่หรือเลือกปฏิบัติมา บางทีเราก็กลัวไปล่วงหน้า ว่าเดี๋ยวก็มีคนมาทำแบบนั้นอีก แต่จริงๆ แล้วการคาดหวังเรื่องร้ายๆ แบบนั้นหรือเหมารวมไปก่อนว่าคนอื่นต้องมองคุณในแง่ลบ จะพาลเอาคุณเครียดกว่าเดิมน่ะสิ[19]อย่าเตรียมใจถูกปฏิเสธอยู่ตลอด[20] ให้มองแยกเป็นเรื่องๆ ไป ตั้งหน้าตั้งตารอประสบการณ์ใหม่ว่ามันต้องดีกว่าเดิมรู้เปล่า ถ้าคุณเหมารวมไปก่อนว่าคนใหม่ที่คุณจะพบก็คงมองคุณแย่แน่ๆ นั่นน่ะคุณกำลังทำตัวเป็นพวกมีอคติซะเองนะ ถ้าไม่ชอบก็อย่าเหมารวมซะเอง อย่าเพิ่งไปตราหน้าคนอื่นว่าจะคิดแบบนั้นแบบนี้กับเรา (ไม่ว่าจะอคติ การจ้องจับผิด เหยียดเพศเหยียดผิว หรืออะไรก็ตาม) ท่องไว้เสมอ ถ้าไม่ชอบคนมีอคติ ก็อย่าทำตัวอคติซะเอง

5 รับมืออคติอย่างถูกวิธีและสร้างสรรค์. บางคนคิดแค้น เลยตอบโต้คนมีอคติแบบผิดๆ เช่น ก้าวร้าว หรือปะทะกันโดยไม่จำเป็น[21] แต่เรื่องอะไรต้องลดตัวไปทำแบบนั้น ลองหาวิธีรับมือกับคนมีอคติโดยแปลงหรือระบายอารมณ์อย่างสร้างสรรค์กันดีกว่า ระบายอารมณ์ ถ่ายทอดตัวตนผ่านการวาดรูป ขีดเขียน เต้นรำ เล่นดนตรี การแสดง หรืออะไรก็ได้ที่มันสร้างสรรค์

6 ทำตัวให้ยุ่งไว้. การลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อลดอคติของคนนั้นจะทำให้คุณรู้สึกว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ด้วยมือเราวิธีหนึ่งก็คือเป็นที่ปรึกษาหรืออาสาสมัครขององค์กรต่างๆ ที่มุ่งเน้นลดอคติและการเลือกปฏิบัติในสังคม แต่ถ้าทำไม่ได้หรือไม่ใช่แนว ก็อาจบริจาคเงินหรือข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ แทน มูลนิธิต่างๆ ส่วนใหญ่ก็ยินดีรับพวกเสื้อผ้า อาหารแห้ง และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว