Get Adobe Flash player

การอยู่ร่วมกันในสังคมต้องมี "ระเบียบวินัย" โดย Super Pat

Font Size:

สัปดาห์นี้เรามาคุยกันถึงเรื่องใกล้ตัว คือ การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ มีความสุข กันดีกว่า ดิฉันชอบอ่านหนังสือ อ่านพบสิ่งดีๆที่น่าสนใจ จึงอยากให้ทุกคนได้อ่านบ้าง

โดยเฉพาะการพัฒนาชีวิตให้เป็นคนมีคุณภาพแล้วละก็ จะรีบนำบทความมาลงให้อ่านกันเลยทีเดียว ดิฉันอ่านบทความเกี่ยวกับระเบียบวินัย แล้ว เข้าทางดิฉันเลยค่ะ

อย่างที่เคยบอกให้ฟังแล้วว่า ดิฉันเป็นเด็กน้กเรียนโรงเรียนประจำตั้งแต่เด็กจบจบไฮสกูล แน่นอนที่สุดที่เราจะต้องถูกฝึกให้เป็นคนมีระเบียบวินัยทำทุกอย่างตามกฎอันเข้มงวดโดย

มีคุณครูคอยกำกับว่าเราทำตามหรือไม่ หาไม่จะถูกลงโทษ คุณๆแฟนคลับเจ้าขา ดิฉันเป็นหนี้บุญคุณโรงเรียนที่สอนระเบียบวินัยให้ดิฉันมากที่สุด ที่ทำให้ดิฉันเป็นคนมีคุณภาพคนหนึ่ง

หากเทียบกับหลายๆคนที่ไม่มีระเบียบวินัยเพราะถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจกันจนเป็นผลกระทบต่อสังคมในทุกวันนี้

หลายๆครั้งดิฉันจะถูกหางเลขเหวี่ยงมาให้ได้เจ็บบ่อยๆจากคนที่ไม่มีระเบียบวินัย เพราะความที่เราต้องอยู่ปะปนกันร้อยพ่อพันแม่ ถูกสอนกันมาคนละแบบ แต่ต้องมาอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน

ในแดนไกล ดิฉันคงจะไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจ็บจาการกระทำของคนที่ไม่มีระเบียบวินัยหรอกนะ เชื่อว่าคงมีอีกหลายๆคนที่โดนอย่างดิฉัน โทรมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะคะ (323)702-0788

เรามาดูกันว่าคนมีระเบียบวินัยนั้นผู้รู้เขาเขียนกันว่าอย่างไร ตามมาอ่านกันเลยค่ะ

 

คุณลักษณะของผู้มีวินัย มีดังนี้

 

   1. มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่หลอกลวงตนเองและผู้อื่น

   2. มีความรับผิดชอบ ความตั้งใจที่จะทำงานและติดตามผลงานที่ได้กระทำ

   3. เคารพในสิทธิของผู้อื่น อันนี้สำคัญมาก

   4. มีระเบียบและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม

   5. มีลักษณะมุ่งอนาคต

   6. มีความเป็นผู้นำ

   7. มีความตรงต่อเวลา รู้จักกาลเทศะ

   8. มีความเชื่อมั่นในตนเอง

   9. มีความอดทนขยันหมั่นเพียร

   10. รู้จักเสียสละ และมีความเห็นใจผู้อื่น

 

เตือนสติตนเองไว้ว่า วินัยต้องเกิดจากสำนึกในตนเอง มิอาจเกิดได้ด้วยข้อกำหนดหรือข้อบังคับจากภายนอก เราต้องตั้งปณิธานหรือเป้าหมาบของการฝึกวินัยเราถึงจะมี

โอกาสประสบความสำเร็จในการฝึกวินัยมากขึ้น

รูปแบบการฝึกวินัย

วิธีการตอบสนอง มีความหลากหลายกว่าวิธีการฝึกวินัย อาจเป็นประโยชน์สำหรับคุณ

 

–     วิธีการในแง่บวก ก่อให้เกิดการปรับปรุงแก้ไข พฤติกรรมได้รวดเร็วกว่า วิธีการในแง่ลบ

 

–     กล่าวคำชมเชย มากกว่า คำตำหนิวิจารณ์

 

–     คิดล่วงหน้าถึงปัญหา ที่อาจเกิดขึ้นได้ และ จัดการกับมันก่อนที่ความขัดแย้งจะเกิดขึ้น

 

–     ให้กำลังใจ มากกว่า คอยวิพากษ์วิจารณ์

 

–     พยายามตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม

 

–     ฟังคำอธิบายจากผู้อื่น ก่อนที่จะด่วนสรุป ตัดสินใจในขั้นสุดท้าย

 

–     มีจุดยืนของตนเอง แต่ไม่ใช่ยืดหยุ่นไม่ได้

 

–    หลีกเลี่ยงคำพูดเยาะเย้ย หรือ การพูดประชดประชัน

 

–    ถ้าเป็นไปได้ ขอให้พยายามอธิบายเหตุผล การตัดสินใจของคุณ แต่คาดหวังการเชื่อฟังในทันที เมื่อจำเป็น

 

 –   กำหนดขอบเขตพฤติกรรมที่ชัดเจน พยายามหลีกเลี่ยง รายละเอียดมากเกินไป หรือ รายละเอียดที่อาจก่อให้เกิดความสับสน

 

–    อย่าเร่งรีบในการตัดสินใจ ในขณะที่เกิดความเครียด หรือ รู้สึกอ่อนเพลีย โดยเฉพาะในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

 

 –   ใช้คำว่า “อาจจะ” แทนคำว่า “ไม่” หรือ “พ่อ แม่ จะคิดดูอีกทีหนึ่ง”

 

 –   ตระหนักถึง ความแตกต่างในตัวลูกของแต่ละคน และ พยายามตัดสินอย่างยุติธรรม

 

–    ถ้าหากคุณต้องใช้วิธีการในแง่ลบ เพื่อลงโทษเด็ก จงใช้มันอย่างฉลาด

 

 –    แยกแยะความแตกต่างของการฝึกวินัย และ การลงโทษพฤติกรรม ที่เกิดจากความสะเพร่า ต้องอาศัย  ระยะเวลาในการแก้ไข และด้วยการย้ำเตือนความจำบ่อย ๆ ส่วนการตั้งใจ

ทำความผิด ควรได้รับการลงโทษทันที

 

 –    ลงโทษเด็กโดยพิจารณาจากแรงจูงใจ ที่เด็กกระทำ มิใช่ผลที่เกิดขึ้นเท่านั้น คำพูดโกหก ควรได้รับการลงโทษหนักกว่าการกินอาหารมูมมาม

 

–     ลงโทษอย่างเหมาะสม การทำให้เด็กขายหน้า ไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้น

 

 –    พยายามหลีกเลี่ยงการฝึกวินัยบนโต๊ะอาหาร บรรยากาศที่โต๊ะรับประทานอาหาร ควรเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และ เสริมสร้างกันและกัน

 

 –    หลีกเลี่ยงการลงโทษที่รุนแรง จนกว่าอารมณ์ของคุณจะเย็นลง และ ควบคุมตนเองได้แล้ว การตัดสินใจ

 

 – อย่าขู่ให้เด็กรู้สึกหวาดกลัว จงเลือกระหว่าง การลงโทษ หรือ ยกโทษให้เขาสักครั้งโดยใช้อารมณ์ มักก่อ   ให้ผลเสียที่คุณคงต้องเสียใจในภายหลัง

 

 –   อย่าลงโทษให้เด็กทำในสิ่งที่เขาควรรู้สึกยินดีกับมัน เช่น พ่อแม่บางคนลงโทษให้ลูกอ่านบทกวี หรือ     อ่านพระคัมภีร์ ซึ่งจะทำให้เขามีความรู้สึกแง่ลบต่อสิ่งนี้

 

 –   พยายามตั้งกฏเกณฑ์ให้น้อยที่สุด แต่ให้กฏระเบียบที่มีอยู่มีผลบังคับใช้

 

อ้างอิง : http://mblog.manager.co.th/spaceline/th-87833/

 

ดิฉันคิดว่าบทความนี้อ่านแล้วคงให้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใหญ่ที่ต้องการนำไปฝึกให้เยาวชนของเราเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ

จะอย่างไรก็ตามขอฝากบทความนี้ให้กับทุกท่านด้วยค่ะ