Get Adobe Flash player

7 วันมหัศจรรย์การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ Yellowstone (ตอน 1) โดย Super Pat

Font Size:

หลังจากที่ได้มีการร้องขอให้ช่วยประสานจัดทัวร์ภายในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นบ้านที่ 2 ของพวกเราบ้าง แทนที่จะไปต่างประเทศอย่างเดียว จึงทำให้มีการท่องเที่ยวอีสต์โคสต์ชมนิวยอร์คและเมืองใกล้เคียงและข้ามไปเที่ยวแคนาดาหลายเมืองกันเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2016 แล้วอย่างเต็มอิ่มและสนุกสนานกันทั่วหน้า มาปีนี้2017 ก็มีการวางแผนไปเที่ยวทางเวสต์โคสต์ 9 รัฐ เริ่มจาก แคลิฟอร์เนีย, เนวาด้า, ยูท่าห์, โคโลราโด้, เดนเวอร์, เซาท์ดาโกต้า, ไวโอมิ่ง, ไอดาโฮ่, มอนทาน่า ระยะทาง 3,400 ไมล์ 7 วันมหัศจรรย์ Yellowstone Trip วันที่ 11 กรกฎาคม 2017 คณะเรามีทั้งหมด 57 คนรวมทัวร์ไก๊ด์และคนขับรถด้วย ที่นั่งเต็มหมดทุกที่ สนุกสนานกันตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย พวกเราเอาความสุขเป็นบทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่ไปชมและรูปภาพมาฝากให้คุณแฟนคลับได้มีความสุขและสนุกสนานพร้อมได้รับความรู้ไปด้วย...

เราพบกันที่จุดนัดพบ Barnsdall Square Plaza หัวมุมถนน Vermont ตัดกับ Hollywood Blvd., เวลา 7.00 โมงเช้า รถบั๊สคันใหญ่นำโดยทัวร์ไก๊ด์คุณ Phillips เป็นคนญี่ปุ่นผสมจีนอเมริกัน พูดภาษาไทยได้ด้วย กับคุณ Ramone โชเฟอร์ขับรถชาวฟิลิปปินส์อเมริกันรถบั๊สมุ่งหน้าไป ลาสเวกัส เพื่อรับสมาชิก 2 คนที่จะไปคอยที่ร้านอาหารกังฟู โดยแวะให้คณะเราได้พักยืดเส้นยืดสายที่บาร์สโตว์ ออกวาดลวดลายไลน์แด๊นซ์ปนไท้ชี นำโดยอ.จารย์เชน"ผ่าแตงโม" ให้หายเมื่อยสบายตัว ก่อนออกเดินทางไปพักโรงแรมที่ Richfield Utah เพื่อที่รุ่งเช้าเราจะได้ไปชมอุทยานแห่งชาติ Arches National Park ในรัฐยูท่าห์

คณะเรามาถึง Arches National Park ปฎิมากรรมซุ้มโค้งหินโค้งทางธรรมชาติ วาว..เพลินตากับหินสีแดงที่เหมือนถูกแกะสลักให้เป็นรูปทรงต่างๆสวยงามมาก เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปมากมาย ดิฉันซึ่งเพิ่งได้ผ่านการผ่าตัดสะโพกแต่ไม่เจียมสังขาร เพราะคุณเชนสามีสุดที่รักเตรียมไม้เท้าพร้อมรถเข็น เข็นดิฉันขึ้นภูเขาที่แสนจะขรุขระขึ้นไปชมปฎิมากรรมซุ้มหินกับคนอื่นๆด้วย บุญตาจริงๆ เอาละค่ะเรามาทราบความเป็นมาของซุ้มหินที่ธรรมชาติตกแต่งไว้ให้เราเพื่อประดับความรู้กันพอหอมปากหอมคอกันนะคะ ขอเครดิตให้กับอากู๋ (Google) ที่ดิฉันไปค้นคว้ามาให้อ่านกัน

อุทยานแห่งชาติอาร์ช (Arches National Park)  เป็นอุทยานหินมีเนื้อที่ 73,300 เอเคอร์ เป็นภูเขาที่มีรูปทรงต่างๆที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา   ที่นี่เป็นบันทึกหน้าสำคัญทางธรณีวิทยา  เป็นที่ชุมนุมของซุ้มหินโค้งหรือทับศัพท์จากภาษาอังกฤษว่าอาร์ช (arch) ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติถึงกว่า 2000 พันแห่ง  มีขนาดน้อยใหญ่  รูปร่างต่าง ๆ กัน  

ซุ้มหินโค้งเกิดขึ้นได้อย่างไรจึงสามารถยืนหยัดท้าทายกฎของแรงโน้มถ่วงเป็นเวลานับเป็นล้าน ๆ ปี   วันนี้เราจะมาติดตามเรื่องราวไปด้วยกัน

ที่บริเวณนี้ เมื่อนานมาแล้วเคยอยู่ใต้ท้องทะเล  จึงมีชั้นเกลือสะสมอยู่ด้านล่างเรียกว่า salt bed  จากนั้นจึงมีการทับถมของชั้นหินทรายซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า   เมื่อกาลเวลาผ่านไป ชั้นหินส่วนนี้กลายเป็นส่วนของเปลือกโลก ซึ่งผุกร่อนไปตามเวลา จากน้ำ ลม และหิมะ   ชั้นเกลือด้านล่างทรุดตัวลงและถูกชะล้างไปเร็วกว่าชั้นหินด้านบน   เมื่อกัดเซาะไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นช่อง เป็นรู

การชมสะพานโค้งในอุทยานแห่งชาติอาร์ช  จะมีสามส่วนหลัก ๆ   ส่วนแรกเรียกว่า  Devils garden ประกอบด้วยอาร์ชสำคัญ ๆ ตามเส้นทางเดินเท้ามากมายหลายแห่ง  และมีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเป็นระยะ ๆ

Wall Arch  มีความยาว 68 ฟุต  สภาพวัฏจักรของน้ำที่ไหลซึมไปตามร่องหินและแข็งตัวในเวลากลางคืน และละลายเวลากลางวัน ทำให้ชั้นหินแยกจากกันและค่อย ๆ ร่วงลงมาในที่สุด 

ข่าวล่าสุด Wall Arch ได้ร่วงทลายลงมาแล้วเมื่อกลางเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2008 

Landscape Arch  เป็นสะพานโค้งธรรมชาติที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในโลก  ยาวถึง 306 ฟุต  แรงโน้มถ่วงเป็นปัจจัยที่ทำให้มันบางลง ๆ ไปเรื่อย  และซักวันหนึ่งก็คงไม่พ้นกฎแห่งธรรมชาติ

Double O Arch  หรืออาร์ชตัวอักษรโอคู่  เป็นรูปวงกลมสองวง  วงเล็กอยู่ด้านล่าง  วงใหญ่อยู่ด้านบนมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 160 ฟุต   นักท่องเที่ยวสามารถเดินลอดวงเล็กเพื่อมาชมวิวอันงดงามของอาร์ชแห่งนี้ได้   

Double O Arch เป็นจุดหมายปลายทางของเส้นทาง Devils Garden

ไฮไลต์สำคัญของอุทยาน ซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของรัฐยูทาห์ คือ Delicate Arch ที่สวยที่สุด   นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเป็นระยะทางกว่าสองกิโลเมตรเพื่อไปชมความงามของอาร์ชแห่งนี้    ต้องฝ่าไอแดดและความร้อนขึ้นเขาลาดชันที่ปราศจากต้นไม้   แต่เมื่อมาถึง วิวข้างหน้าที่ได้เห็นจะทำให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางได้ในทันที   ภาพที่ได้เห็นตรงหน้านับเป็นจุดที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกใบนี้

Delicate Arch ยืนโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขาซึ่งด้านหนึ่งเป็นหน้าผา   มีเทือกเขาลาซาล  (La Sal Mountains)  ที่เปิดโล่งสุดสายตาและปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนเป็นฉากหลัง   ช่องเปิดตรงกลางมีความกว้าง 32 ฟุต และสูง 46 ฟุต   สูงกว่าความสูงของคนปกติถึง 7-8 เท่า

Delicate Arch เป็นส่วนหนึ่งของขอบแอ่งกะทะ   การผุกร่อนทำให้บริเวณโดยรอบพังทลายไปหมด  แล้วซักวันหนึ่งอาร์ชนี้ก็คงพังทลายตามลงไปด้วย

เวลาในการชม Delicate Arch ที่สวยที่สุดคือยามบ่ายคล้อย แดดร่มลมตก อากาศเย็นสบาย   เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยลดระดับความร้อนและความแรงลง   รัศมีจากแสงอาทิตย์จะตกกระทับตัวอาร์ชและเปลี่ยนเป็นสีส้มเข้มขึ้นเรื่อย ๆ  จนพระอาทิตย์ตกเป็นความงามตามธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก   นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาในการเดินทางขึ้นมาชมและนั่งพักผ่อนล่วงหน้าก่อนพระอาทิตย์ตกซัก 2-3 ชั่วโมง

แต่คณะเราไม่มีเวลาที่จะอยู่ชมจนถึงตอนเย็นเพราะเราต้องไปกันต่อ คงต้องมากันเองเพื่อเจาะลึกกันคราวหน้า...มีความสุขกับคระเราด้วยรูปภาพนะคะ ติดตามไป Mt. Rushmore ที่คณะเราจะไปทักทายอดีตประธานาธิบดี 4 คนกันฉบับหน้านะคะ