Get Adobe Flash player

7 วันมหัศจรรย์การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ Yellowstone ตอน(2) โดย Super Pat

Font Size:

วันนี้เป็นวันที่ 3 ของการเดินทาง เราออกจากเมืองเดนเวอร์ รัฐยูท่าห์ มุ่งหน้าไปรัฐ South Dakota ผ่านเมือง Cheyene เมืองหลวงของรัฐ Wyoming เพื่อไปชมภูเขาหินแกะสลักหน้าประธานาธิบดี 4 คนที่ Mt. Rushmore

ที่อเมริกันชนทุกคนควรไปชม เราไปทานอาหารกลางวันกันที่นั่นและถ่ายรูปชมความบากบั่นของช่างแกะสลัก ต้องยกนิ้วให้กับผลงานสุดยอดที่ทำให้คนรุ่นหลังได้รับชมความเหมือนใบหน้า 4 ประธานาธิบดีทีเดียว

Mt.Rushmore เป็นแลนด์มาร์คที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ประเทศสหรัฐอเมริกาที่โดดเด่นเทียบเท่าอนุเสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (Liberty Statue) เรียกว่าใครเห็นภาพเจ้าภูผาหน้าประธานาธิบดีทั้งสี่ต้องนึกถึงประเทศสหรัฐฯขึ้นมาทันที

แต่จริงๆแล้วสังเกตุว่าไม่ค่อยมีการพูดถึงการท่องเที่ยวสถานที่นี้มากเหมือนอนุเสาวรีย์เทพีเสรีภาพที่นิวยอร์ก สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากทำเลที่ตั้งของ Mt.Rushmore ที่อยู่ในรัฐไม่ค่อยโด่งดังตรงกลางๆประเทศ การเดินทางมาท่องเที่ยวไม่สะดวกนัก

อนุสรณ์สถานแห่งชาติเขารัชมอร์ (อังกฤษ: The Mount Rushmore National Memorial) เป็นประติมากรรมแกะสลักบนหน้าผาของภูเขาหินแกรนิต ชื่อเขารัชมอร์ (ชื่อในภาษาลาโกต้า ซู แปลว่า : ปู่หกคน ) ใกล้เมื่องคีย์สโตน, รัฐเซาท์ดาโกต้า, ประเทศสหรัฐอเมริกา แกะสลักโดยชาวเดนมาร์ก-อเมริกันชื่อ Gutzon Borglum และลูกชายของเขาชื่อ ลินคอล์น Borglum ประติมากรรมเป็นใบหน้าของอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาสูง 60 ฟุต (18 เมตร) 4 ท่าน ได้แก่ จอร์จ วอชิงตัน (1732-1799), โทมัส เจฟเฟอร์สัน (1743-1826) ทีโอดอร์ รูสเวล (1858-1919) และ อับราฮัม ลินคอล์น (1809-1865) อนุสรณ์สถาน ทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่ 1,278.45 เอเคอร์ (5.17 ตารางกิโลเมตร) และอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 5,725 ฟุต (1,745 เมตร)

การเลือกประธานาธิบดีที่จะแกะสลักบน Mt.Rushmore หลายคนคิดว่า Borglum เลือกประธานาธิบดีที่โด่งดัง แต่จริงๆแล้วความต้องการของ Borglum คือให้ Mt.Rushmore เป็นอนุสรณ์สถานที่ระลึกประวัติศาสตร์ของชาติไม่ใช่ตัวบุคคล Borglum จึงเลือกประธานาธิบดีที่เป็นตัวแทนแต่ละยุคสมัยของชาติ ได้แก่

ประธานาธิบดี George Washington (ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 1789-1797) ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา เป็นยุคสมัยของการกำเนิดชาติ

ประธานาธิบดี Thomas Jefferson (1801-1809) เป็นยุคสมัยของการขยายชาติ เนื่องจากในสมัย Jefferson มีการซื้อดินแดนของชาวอินเดียนแดงพื้นเมืองตรงกลางประเทศทำให้ประเทศสหรัฐฯมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว

ประธานาธิบดี Abraham Lincoln (1861-1865) เป็นยุคสมัยของการรักษาชาติ ในช่วงเวลาที่ Lincoln เป็นประธานาธิบดีเกิดสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐทางเหนือและรัฐทางใต้ แต่ในที่สุดประเทศก็ไม่ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองส่วน

สุดท้ายประธานาธิบดี Theodore Roosevelt (1901-1909) เป็นยุคสมัยของการพัฒนาชาติ ในสมัยของ Roosevelt มีการขุดคลองปานามาที่เชื่อมต่อมหาสมุทรแปซิฟิกกับแอตแลนติก ทำให้เกิดการค้าพาณิชย์กับประเทศอื่นทั่วโลก

วิธีการแกะสลักหน้าผาไม่ได้ใช้ค้อนกับสิ่วเหมือนแกะสลักรูปปั้นทั่วไป เพราะหน้าผามีขนาดใหญ่ขืนแกะด้วยค้อนกับสิ่วอาจต้องใช้เวลาเป็นชาติ Borglum มีช่างสามชุด ชุดแรกเป็นช่างเจาะจะใช้สว่านเจาะหน้าผาให้เป็นรู จากนั้นช่างระเบิดก็จะเอาดินปืนไปฝังตามรูที่เจาะไว้ แล้วระเบิดหน้าผาให้เป็นโครงหน้าคร่าวๆ สุดท้ายจึงเป็นหน้าที่ของช่างแกะสลักเก็บงานรายละเอียด

เขารัชมอร์ก่อนการก่อสร้างราวปี 1905

นักประวัติศาสตร์ของรัฐเซาท์ดาโกต้าชื่อ Doane โรบินสัน ได้รับเครดิตในการบ่มเพาะความคิดของการแกะสลักรูปเหมือนของคนที่มีชื่อเสียงในพื้นที่เนินเขาสีดำของ South Dakota เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ความคิดเริ่มต้นของโรบินสันก็คือการปั้น"เข็ม"(เขายอดแหลมที่มีชื่อเสียงในบริเวณนั้น); แต่ Gutzon Borglum ปฏิเสธเพราะคุณภาพของหินแกรนิตและการคัดค้านที่แข็งแกร่งจากกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกัน พวกเขาลงเอยที่สถานที่ตั้งของ ภูเขารัชมอร์ซึ่งยังได้ประโยชน์จากการหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เพื่อการเปิดรับแสงจากดวงอาทิตย์สูงสุด โรบินสันอยากให้มันมีลักษณะเหมือนวีรบุรุษตะวันตกเช่น ลูอิสและ คลาร์ก, เมฆแดง และ บัฟฟาโล บิล โค แต่ Borglum ตัดสินใจ ว่าประติมากรรมควรมีความสำคัญระดับชาติมากกว่าและเลือกหน้าของสี่อดีตประธานาธิบดี จะได้รับการแกะสลักไว้บนภูเขา . หลังจากได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากการระดมทุนของรัฐบาลกลาง ผ่านการสนับสนุนอย่างกระตือรือร้นของ "ผู้มีพระคุณทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ของ ภูเขารัชมอร์" วุฒิสมาชิกสหรัฐ ปีเตอร์ Norbeck การก่อสร้างอนุสรณ์เริ่มต้นขึ้นในปี 1927 และใบหน้าประธานาธิบดี' เสร็จสมบูรณ์ ระหว่าง 1934 และ 1939 กับการตายของ Gutzon Borglum ในเดือนมีนาคม ปี 1941 ลูกชายของเขา ลินคอล์น Borglum เข้ามาทำการก่อสร้างต่อ แม้ว่าแนวคิดเริ่มต้นที่ต้องการให้ประธานาธิบดีแต่ละคนจะปรากฏออกมาให้เห็นจากหัวถึงเอว การขาดเงินทุนในการก่อสร้างถูกบังคับให้สิ้นสุดลงในปลายเดือนตุลาคม 1941

การแกะสลักภูเขาจะใช้ระเบิดไดนาไมค์ตามด้วยวิธีการที่เรียกว่า "honeycombing" หินประมาณ 450,000 ตันถูกระเบิดออกจากภูเขา

การเริ่มแกะสลักต้องระเบิดหินบริเวณพื้นผิวออกไปก่อนจนกว่าจะเจอระดับหินที่มีคุณภาพพอที่จะแกะสลักได้ เนื่องจากหินพื้นผิวมักจะมีรอยแตกหรือไม่จับตัวแข็งพอที่จะใช้แกะสลักได้

งานแกะสลักไม่ได้เป็นไปตามแผนโดยดีเสมอไป อย่างเช่นตอนแรกตั้งใจจะแกะสลักให้ใบหน้า Jefferson อยู่ทางฝั่งซ้ายมือของ Washington และ Lincoln อยู่ด้านขวา ส่วนตำแหน่งใบหน้า Lincoln ปัจจุบันตั้งใจจะแกะสลักแผ่นคำจารึกไว้ แต่เมื่อเริ่มแกะสลักใบหน้า Jefferson ไปพอสมควรก็พบว่าคุณภาพหินไม่แข็งแรงเท่าที่ควรไม่เหมาะที่จะแกะสลักต่อ จึงเปลี่ยนแผนย้ายไปแกะสลักด้านขวามือของ Washington แทนและระเบิดหน้าที่แกะสลักไปแล้วไม่ใช้ทิ้งไป ส่วนใบหน้า Lincoln ก็ย้ายไปอยู่บริเวณที่วางแผนจะเป็นคำจารึกแทน จึงสังเกตุได้ว่าใบหน้า Lincoln จะแยกตัวออกไปหน่อย

หรืออีกปัญหาหนึ่งก็คือตอนที่เริ่มแกะสลักใบหน้า Roosevelt จะต้องระเบิดหินลึกเข้าไปถึง 80 ฟุตถึงจะได้หินที่แข็งแรงพอจะแกะสลักได้ ใบหน้าของ Roosevelt จึงดูจมลึกกว่าใบหน้าอิ่นๆ

ภูเขารัชมอร์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของประธานาธิบดี และมีปรากฏอยู่ในผลงานของนวนิยาย และได้รับการกล่าวถึงหรือภาพในการทำงานที่เป็นที่นิยมอื่นๆ มันดึงดูด ผู้เยี่ยมชมเกือบสามล้านคนต่อปี

เป็นบุญตาของคณะทัวร์ไทยวัยกระจายไฮโซ Super Pat/Shane จริงๆ ดิฉันอยากมานานแล้วสมัยมาอเมริกาเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้วแต่พอมาคิดว่าจะต้องขับรถระยะทาง 3,400 ไมล์ หรือแม้จะไปโดยเครื่องบินก็ตามยังต้องนั่งรถเป็นชั่วโมงๆ

เพิ่งจะได้โอกาสรวมพลคนน่ารักครั้งนี้เอง ส่วนมากยังไม่เคยมา มี 2-3 คนที่มาแล้วแต่ไม่ได้เห็นมากและไม่สนุกเท่ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ ฉบับหน้าจะพาคุณๆแฟนคลับไปเที่ยว Crazy Horse กันนะคะ