Get Adobe Flash player

7 วันมหัศจรรย์การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ Yellowstone ตอน(4) โดย Super Pat

Font Size:

รุ่งเช้าวันที่ 5 เราออกเดินทางไปชมดินแดนแย่งชิงกันในประวัติศาสตร์ของอเมริกา Little Bighorn Battlefiled ซึ่งเป็นสมรภูมิรบระหว่างชนเผ่าอินเดียแดงเผ่าซูส์  ลาโกต้า และเผ่าอราปาโห้ ต่อสู้กับกองทัพของ นายพล George Armstrong Custer ทหารผู้กล้าหาญของชาวอเมริกัน ซึ่งต้องพาเหล่าทหารหาญมาเสียชีวิตที่ Little Big Horn นี้ทั้งกองทัพถึง 268 นายเป็นประวัติที่โดดเด่นของนายพล Custer ทีเดียวนับว่าเป็นความกล้าหาญของทั้งสองฝ่ายที่ฝ่ายหนึ่งต้องการปกป้องดินแดนของตนเอง แต่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการแย่งชิงเอาไป เห็นแล้ว ฟังแล้ว ขอบอกว่า เศร้ามากๆ

ต่อจากนั้นเราถูกพาไปอุทยานแห่งชาติ Yellowstone ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางไปในที่แต่ละแห่ง 2-4 ชั่วโมง แต่พวกเรากลับไม่รู้สึกถึงเวลาเท่าไร เพราะบนรถเรามีเอนเทอร์เมนให้ความสำราญด้วยการร้องเพลง คาราโอเกะ มีการเล่นเกมส์ มีการเล่าตลกขำขัน ทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและมีความสุข ต้องขอบคุณอ.จารย์เชนและคณะทัวร์ทุกคนมาณ.ที่นี้ด้วย ที่ทำให้ทุกเวลานาทีสนุกสนานเบิกบานสำราญใจกันทุกๆวัน

เรามาถึง Mammoth Hot Springs เป็นจุดแรกที่ไก๊ด์ฟิลลิปส์ต้องการให้เราเห็นถึงความสวยงาม.. วาว...อุแม่เจ้า สวยมากๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ น้ำพุร้อนที่ไหลตกลดหลั่นกันลงมาบนหินลาวา(หินหลอมละลายที่ถูกพ่นจากปล่องภูเขาไฟ)หลากหลายสี มี สีเขียว เหลือง ม่วง ฟ้า ส้ม ดูแล้วเหมือนขั้นบันไดหินอ่อนสีสันที่เกิดขึ้นตามขอบบ่อน้ำร้อน หรือบ่อน้ำพุร้อน คือ สีที่เกิดจากแบคทีเรีย และพืชเซลล์เดียวประเภทแอลจี บางชนิด ซึ่งสามารถอาศัยอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 45 c ขึ้นไปจนถึง 92 c

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน  เป็นอุทยานแห่งแรกของโลกและของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ในเขตติดต่อ 3 รัฐได้แก่ ไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐไวโอมิง เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ มีเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ คือประมาณ 43,750 ตารางไมล์ หรือ 8,992 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานประกอบไปด้วยที่ราบสูงและภูเขาสูงมีหน้าผาชัน และทะเลสาบ เยลโลว์สโตนเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีบ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อน มากกว่า 10,000 แห่ง และ 250 แห่งเป็นบ่อน้ำพุร้อน (เป็นแมกมาใต้ดินที่พุ่งออกมา) และน้ำพุร้อนที่สำคัญคือ น้ำพุร้อนโอลด์เฟทฟุล ซึ่งมีน้ำพุร้อนพุ่งออกมาทุกๆ 33 และ 93 นาที โดยไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา ยังมีน้ำตกอีกกว่า 300 แห่ง ที่สามารถค้นพบและท่องเที่ยวได้อีกมากมายเราจะพาไปสัมผัสสัปด่ห์หน้า

สัตว์ป่าที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ได้แก่ หมีกริซซ์ลี หมีดำ ควายป่าไบซัน กวางมูส กวางเอลก์ แพะภูเขาบิกฮอร์น แมวป่า หมาป่า ระหว่างทางเราเห็นสัตว์ป่าสงวนตามระยะทางที่รถบั๊สขับผ่านไป

ดินแดนแห่งนี้มีอายุมากกว่า 600,000 ปี เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทิ้งร่องรอยของหินละลายที่พุ่งผ่านผิวโลกขึ้นมาพอเย็นตัว เกิดเป็นภูเขาสูง ที่ราบและหุบเหวที่สวยงาม ที่ราบที่เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยาน มีความกว้างกว่า 50 ไมล์ หรือ 80 กิโลเมตร มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 7,000 ฟุต หรือ 1 ไมล์ครึ่ง จุดที่ต่ำที่สุด คือ 5,300 ฟุต จะอยู่ทางด้านเหนือของอุทยาน และจุดที่สูงที่สุดจะอยู่ที่ยอดเขาอีเกิ้ล สูงถึง 11,300 ฟุต บนที่ราบสูงจะมีแม่น้ำเยลโลว์ สโตนไหลผ่านลงสู่ทะเลสานเยลโลว์ สโตน ที่อยู่เกือบกึ่งกลางเขตอุทยาน

หลังยุคน้ำแข็งละลาย คือ กว่า 8,500 ปีที่ผ่านมา ป่าในอุทยานแห่งชาติ เยลโลว์ สโตนได้เริ่มเกิดขึ้น ผู้ที่เคยพบเคยผ่านมาในอดีตก็คือ พวกอินเดียนแดง ต่อมาก็มีคนผิวขาวได้เคยเดินทางผ่านบ้าง ต่างก็เล่าขานบอกกล่าวถึงป่าใหญ่ที่อุดมไปด้วยบ่อน้ำร้อนและบ่อน้ำพุร้อน รวมถึงบ่อโคลนเดือด

เยลโลว์ สโตน เริ่มมาเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น เมื่อนักสำรวจชาวอเมริกันชื่อ จอห์น โคลเทอร์ (John Colter) ได้เดินทางมาถึงในปี ค.ศ.1807 โคลเทอร์ได้พยายามผลักดันให้ชาวอเมริกันและชาวโลกได้รู้จักกับดินแดนภูเขาสูงแห่งนี้ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1872 ดินแดนแถบนี้ในชื่อของ Colter’s Hill จึงได้รับการยอมรับจากรัฐบาลอเมริกัน ให้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของชาวอเมริกา และถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งแรกของโลกด้วย

อุทยานแห่งชาติ เยลโลว์ สโตน มีเนื้อที่ทั้งหมดอยู่ในด้านตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐไวโอมิ่ง อาณาเขตด้านเหนือติดเขตแดนรัฐมอนทาน่า และด้านตะวันตกติดขอบแดนรัฐไอดาโฮ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่อุทยานได้ถึง 4 ทาง คือ ด้านตะวันตกจากไอดาโฮ ด้านเหนือจากมอนทาน่า ส่วนทางด้านใต้และด้านตะวันออกก็อยู่ในไวโอมิ่ง ในบริเวณอุทยานมีถนนหนทางยาวรวมแล้วกว่า 500 กิโลเมตร ถนนส่วนใหญ่จะเปิดให้รถใช้ราว ๆ เดือนพฤษภาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้นจะห้ามรถผ่าน อนุญาตให้เฉพาะพาหนะที่ใช้สำหรับฟื้นหิมะและน้ำแข็ง เช่น รถสโนว์โค้ช สโนวโมบิล สกี และเลื่อนน้ำแข็ง เป็นต้น คณะเราเข้าชมอุทยานทางฝั่งตะวันตก

ส่วนสีสันที่เกิดขึ้นตามขอบบ่อน้ำร้อน หรือบ่อน้ำพุร้อน คือ สีที่เกิดจากแบคทีเรีย และพืชเซลล์เดียวประเภทแอลจี บางชนิด ซึ่งสามารถอาศัยอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 45 c ขึ้นไปจนถึง 92 c

จุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่ง คือ บริเวณ เวสต์ ธัมบ์ เกย์ เซอร์ เบซิน (West Thumb Geyser Basin) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับทะเลสาบเยลโลว์ สโตน ที่นี่จะมีน้ำพุร้อน บ่อโคลนเดือดมากมาย มีทางเดินให้ชมความงดงามของธรรมชาติชัและทัศนียภาพริมทะเลสาบด้วย

YellowstoneLake ทะเลสาบเยลโลว์ สโตน (Yellow Stone Lake) มีเนื้อที่ราว 136 ตารางไมล์ เป็นทะเลสาบที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 7000 ฟุต อุดมไปด้วยปลานานาชนิด ในหน้าร้อนจะมีผู้มาเล่นเรือ ตกปลา และล่องเรือดูนกด้วย ส่วนในหน้าหนาวทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งยทำให้เปลี่ยนทัศนียภาพรอบๆ ทะเลสาบวสยงามต่างออกไปอีกแบบ

ก่อนที่เราจะถูกพาไปพักโรงแรมที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นธรรมชาติเอาไว้ ฟิลิปส์บอกว่า ทางต่างจังหวัดที่เราผ่านมาเที่ยวนี้นั้นเขาไม่ให้มีการสร้างโรงแรมสูงๆเลย เพื่ออนุรักษ์ความเป็นธรรมชาติเอาไว้ให้เข้ากับบรรยากาศ โรงแรมที่พักของเราน่ารักมาก มีพวกน้องๆเจ้าของห้องอาหารนำหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามาหุงข้าวร้อนๆทานกับน้ำพริกที่เตรียมมา ซื้อเนื้อปลาแซลม่อนมาย่างในไมโครเวฟ ทานกับผักสดๆได้บรรยากาสสุดๆ หลังอาหารมีการออกกำลังกายไลน์แด๊นซ์กันก่อนนอนด้วย

พบกันใหม่ฉบับหน้า

ชื่อสถานที่ : อุทยานแห่งชาติเยลโลว์ สโตน

สถานที่ตั้ง : ที่ราบสูงเทือกเขาร็อคกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา

สถานะปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ แต่บางพื้นที่ในบางฤดูกาลของอุทยานอาจต้องได้รับอนุญาติจากเจ้าหน้าที่

ที่มา : wonder7th.com/

ภาพ : travel.nationalgeographic.com/