Get Adobe Flash player

แด่ น้องหมา น้อง"ซีซาร์" ด้วยดวงใจ โดย Super Pat

Font Size:

สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับฟังข่าวที่สะเทือนใจดิฉันมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง คือการฆ่าน้องหมาพันธ์ ปอมเมอเรเนี่ยน อายุ 7 เดือนชื่อ ซีซาร์ เพื่อเอาเงินค่าประกันจากบริษัทขนส่ง 50,000 บาท เท่ากับเงิน 1,429 ยูเอสดอลล่าห์ จากความโลภและจิตวิปลาสของนักศึกษาแพทย์

ในฐานะที่ดิฉันเป็นคนรักสัตว์เและเป็นเจ้าของน้องปริ๊นเซสปุกปุยสุนัขพันธ์ปอมเมอร์เรเนี่ยนเลี้ยงดูแลเธอมาตั้งแต่ 3 เดือนจนถึงทุกวันนี้ อายุ 6 ปีมีความรักผูกพันกันมาก ไปไหนไปด้วยกันตลอด เธอเป็นน้องหมาTherapy Emotional Support Dog มีไลเซ่นต์จาก USAR (US.Animal Registry) อนุญาติให้อยู่กับเจ้าของตลอดเวลาได้ พอได้ฟังข่าวร้ายนี้ หัวใจแทบแตกสลาย ว่าทำไมคนเราถึงใจร้ายกันอย่างนี้ ทำได้ลงคอกับสัตว์ที่น่ารัก ไร้เดียงสา

สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายว็อชด็อกไทยแลนด์ เผย นักศึกษาแพทย์ที่วางยาสุนัขจนตายเพื่อเรียกเงินประกันกับบริษัทขนส่ง เคยก่อเหตุมาแล้วก่อนหน้า แต่พลาดเงินประกันเพราะหมาตายหลังขนส่งเสร็จ 1 ชั่วโมง

วันที่ 8 ก.ย. 60 กรณีสุนัขปอมเมอเรเนียนตัวหนึ่งตายปริศนา ก่อนสัตวแพทย์จะผ่าพิสูจน์ซากจนพบเม็ดยาจำนวนกว่า 10 เม็ดในกระเพาะอาหาร ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของเจ้าของสุนัขเองที่จงใจฆ่าเพื่อหวังเอาเงินประกันจากบริษัทขนส่งในจำนวน 50,000 บาท โดยสัตวแพทย์หญิง อนงค์นาถ สุตธรรม เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ็ท ผู้เปิดเผยเรื่องราวดังกล่าว เปิดเผยกับพีพีทีวีว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายน มีลูกค้าคนหนึ่งโทรศัพท์นัดว่าจะพาสุนัขมารักษา หลังจากนั้นประมาณ 30 นาทีก็มาถึง พบว่าสุนัขตายก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลสัตว์แล้ว ระหว่างนั้นเห็นเจ้าของสุนัขพูดคุยกับคนขับรถบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง ให้รับผิดชอบการสูญเสียจำนวน 50,000 บาท ซึ่งคนขับรถยืนยันว่าก่อนหน้านั้นเพียงครึ่งชั่วโมง ยังเห็นว่าสุนัขแข็งแรงดี จึงแจ้งให้แพทย์ผ่าซากสุนัขตรวจสอบดู ก่อนพบเม็ดยาที่ไว้ใช้กับคนเป็นจำนวนมากกว่า 10 เม็ดในกระเพาะอาหาร

ด้านสัตวแพทย์หญิงภัทรนันท์ สัจจารมย์ สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายว็อชด็อกไทยแลนด์ ระบุว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนที่ฆ่าสัตว์เพราะหวังทรัพย์สิน และเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวมีการวางแผนและเตรียมการมาก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับข้อมูลจากบริษัทขนส่งอีกรายหนึ่งว่า นักศึกษาแพทย์คนเดียวกันนี้ เคยพยายามก่อเหตุมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากสุนัขมาตายหลังขนส่งเสร็จสิ้นแล้ว 1 ชั่วโมง ซึ่งไม่เข้าข่ายได้รับเงินประกันที่ระบุว่า สัตว์ต้องเสียชีวิตระหว่างขนส่งเท่านั้น

นอกจากนี้ สัตวแพทย์หญิงภัทรนันท์ มองว่า เจ้าของสุนัขรายนี้คงไม่ได้มีอาการทางจิตเนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมในลักษณะที่ว่า มีความสุขเมื่อเห็นสุนัขตาย หรือการฆ่าเพื่อเอาชนะ ไม่ใช่ฆ่าเพื่อหวังเอาเงิน หรือหากมีอาการทางจิตจริง ก็ไม่ถึงขั้นที่จะไม่มีสติขณะลงมือทำ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นขั้นเป็นตอน ต้องอาศัยการวางแผนและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

หลังจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องหาวิธีการตรวจสอบว่าจะทำอย่างไรกับนักศึกษาแพทย์รายนี้ แต่ตนเองคิดว่า ควรจะไปเข้มงวดเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากพฤติกรรมลักษณะนี้ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ทารุณสัตว์ รวมถึงการปลอมแปลงเอกสาร และการนำเอกสารปลอมไปหลอกลวงผู้อื่นอีกด้วย สำหรับพฤติการณ์ของเจ้าของสุนัขรายนี้ จะขอซื้อสุนัขจากฟาร์มมาในราคา 6,000-7,000 บาท แต่โอนเงินเข้าบัญชีร้านขายสุนัขจำนวน 50,000 บาท เพื่อให้ทางร้านออกใบเสร็จให้ว่าซื้อสุนัขไปในราคา 50,000 บาท เพื่อมาเรียกเก็บเงินประกันจากบริษัทขนส่งในราคาที่สูงกว่าราคาจริงของสุนัข

ดิฉันเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อไว้อาลัย สัตว์ทุกชนิดที่ถูกทารุณกรรม ขอให้พวกเขาจงไปสู่สุคติและไปเกิดใหม่ในภูมิภพที่ดีที่สุด

การที่มีจิตใจอำมะหิตโหดร้ายทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่าไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ พูดได้คำเดียวว่า                                                              

"เลว"