Get Adobe Flash player

พิธีถวายกฐินพระราชทานต้องสมพระเกียรติ โดย Super Pat

Font Size:

เนื่องจากมีผู้ไม่รู้พิธีกรรมในการทอดกฐินพระราชทานนี้มากมาย จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิติเตียนโดยตนเองไม่รู้ นำความเสียหายมายังผู้บริสุทธิ์เพราะความไม่เข้าใจและไม่ค้นคว้าเรียนรู้ก่อน ทำให้ดิฉันโดนตำหนิจากผู้ไม่รู้ถึง 2 ครั้งในฐานะเป็นเจ้าภาพถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ซึ่ง ดร. พระมหาจรรยา เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญาได้แนะนำให้ดิฉันเขียนบทความบอกเล่าเก้าสิบถึงความถูกต้องในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานเพื่อให้เป็นความรู้กับผู้ไม่รู้แต่อวดฉลาด จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้คงให้ความกระจ่างกับผู้ที่ไม่รู้และไม่ค้นคว้าก่อนตำหนิติเตียนทำลายผู้อื่นด้วยความไม่หวังดี

พิธีถวาย 'กฐินหลวง' ต้องสมพระเกียรติและถูกต้อง ผู้ที่ได้รับพระราชทานควรรับทราบแนวปฏิบัติอย่างถูกต้องสมพระเกียรติ ต้องมีการซ้อมเพื่อทำพิธีอย่างถูกต้อง และผู้ที่รับเป็นเจ้าภาพนั้นถือเป็นผู้ที่ได้ร่วมทำบุญอย่างสูงสุด ได้มีโอกาสกระทำสาธารณประโยชน์ ถือเป็นการสนองพระเดชพระคุณอันใหญ่หลวง ในการทำนุบำรุงพระศาสนา นอกจากนี้ยังจะทำให้ทราบถึงวิธีการทั้งเรื่องการเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานที่ถูกต้อง การแต่งกายที่เหมาะสม หากเป็นข้าราชการต้องสวมชุดขาวทั้งการถวายผ้าพระกฐินในประเทศ และต่างประเทศ ส่วนบุคคลทั่วไปควรแต่งชุดไทยหรือชุดสากลที่สุภาพ

"ผู้ที่ขอรับเป็นเจ้าภาพผ้าพระกฐินพระราชทาน ถือเป็นผู้มีบุญอันสูงสุด เพราะได้กระทำสาธารณประโยชน์ต่อแผ่นดิน ได้ช่วยบำรุงพระศาสนา ช่วยวัดนับเป็นการสนองพระเดชพระคุณ ซึ่งหลักๆ แล้ว เราควรให้ความสำคัญกับเรื่องของพิธีการ เพราะที่ผ่านมา บางคนยังไม่ทราบถึงแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เมื่อไปทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน ที่สำคัญคือ การแต่งกาย หากเป็นข้าราชการ แม้กฐินพระราชทาน จะไม่มีการเสด็จพระราชดำเนิน หรือเจ้านายฝ่ายในเดินทางไป ก็จะต้องแต่งชุดขาว ส่วนบุคคลธรรมดาควรแต่งชุดไทยหรือชุดสุภาพ เพราะกฐินพระราชทานเป็นสิ่งสิ่งสำคัญ เราต้องถวายพระเกียรติยศสูงสุด"

เราหมายถึงดิฉันและคุณเชนวริทธิ์ ศิลปีได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพทอดกฐินพระราชทาน 2 ครั้ง ครั้งแรกที่วัดพระธาตุดอยสุเทพยูเอสเอ เมืองชิโน่ฮิลส์เมื่อปี 2015 ครั้งที่ 2 ที่วัดไทยแอลเอ เมืองนอร์ทฮอลลีวูด ทั้ง 2 ครั้งเราแต่งชุดไทยสืบสานประเพณีวัฒนธรรมการแต่งกายแบบไทย เราทั้งสองต้องไปรับการฝึกซ้อมตามกฎที่ทางสำนักราชเลขาธิการกำหนดมาเพื่อทำพิธีให้ถูกต้องและสมพระเกียรติ ซึ่งทั้ง 2 ครั้งจะคล้ายๆกัน

นับได้ว่าเราโชคดีได้มีโอกาสรับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึง 2 รัชกาล เป็นเจ้าภาพทอดกฐินพระราชทาน 2 แผ่นดิน

เมื่อปี 2015 ได้รับพระราชทานผ้ากฐินจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 นำไปทอดที่วัดพระธาตุดอยสุเทพยูเอสเอ เมืองชิโน่ฮิล โดยมีลูกสาว คุณวิจาริณี ศรีพิพัฒน์ และคุณพอล บอยด์ไปรับผ้ากฐินพระราชทานที่สำนักราชเลขาธิการพร้อมนำตาละปัดสลักชื่อเจ้าภาพคือ ปิยะพัชรี และเชนวริทธิ์ ศิลปีมาให้จากเมืองไทยมา

ในปี 2017 เราได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพกฐินพระราชทานจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10 ให้นำไปทอดที่วัดไทยแอลเอ เมืองนอร์ทฮอลลีวูด ซึ่งได้พระอาจารญ์ทรงชัยแห่งวัดไทยเป็นผู้อันเชอญผ้ากฐินพระราชทานมาให้จากสำนักราชเลขาธิการ

เรามีการฝึกซ้อมเป็นตัวแทนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เปิดกรวยที่โต๊ะพระบรมสาทิศลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงประทานผ้าพระกฐินมาให้ไปทอดที่วัดที่กำหนด ทำความเคารพ รับผ้าพระกฐินและแพเทียนบูชาที่วางไว้บนพาน นำเดินขึ้นโบสถ์โดยไม่ต้องถอดรองเท้า(เมื่อครั้งแรกเราถูกตำหนิจากบุคคลทีไม่รู้พิธีหาว่าไม่ถอดรองเท้าช่างไม่เคารพสถานที่กันเลย) จะมีเพลงเพลงสรรเสริญพระบารมีบรรเลง เรานำไปวางไว้บนพานต่อหน้าพระสงฆ์ 19 รูป จุดเทียนชัยและธูปหน้าพระประธาน เดินกลับมายกผ้ากฐินพระราชทานสวดนะโมตัสสะ 3 จบ จากนั้นหันมาทางพระสงฆ์กล่าวคำถวายผ้าพระกฐินพระราชทานและถวายผ้าพระกฐินพระราชทานแด่พระสงฆ์ กลับมานั่งที่เก้าอี้ประธานพร้อมสวดมนต์รับศีลแลัรับพร ซึ่งจะมี 3 ช่วงระหว่างที่พระสงฆ์สวดที่ประธานในฐานะตัวแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ต้องพนมมือ(เพิ่งจะโดนตำหนิอย่างรุนแรงจากคนนอกที่เห็นภาพบนเฟซบุ๊คหาว่าไม่พนมมือระหว่างพระสงฆ์สวดมนต์โดยไม่รู้เรื่องอีกเช่นกัน) หลังจากพระสงฆ์นุ่งผ้าจีวรพระราชทานแล้ว เราทำความเคารพและเดินออกจากโบสถ์เป็นเสร็จพิธีการเป็นผู้แทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เรากลับขึ้นมาบนโบสถ์ใหม่คราวนี้เป็นคนธรรมดา ต้องถอดรองเท้า ต้องนั่งพนมมือตลอดเวลาที่พระสงฆ์สวดเพื่อถวายเงินกฐินพระราชทานถวายเงินผ้าป่ารับศีลรับพรจากพระสงฆ์พร้อมกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้บิดรมารดาครูบาอาจารย์ญาติสนิทมิตรสหายเจ้ากรรมนายเวรศัตรูหมู่มารเป็นอันเสร็จพิธี

ดิฉันเห็นผู้หวังดีมากมายตำหนิติเตียนผู้อื่นโดยไม่รู้ว่าเขาปฎิบัติตามระเบียบวินัยที่ซักซ้อมกันมาอย่างดีแล้วเป็นการอวดฉลาดผลที่สุดก็จะนำความอับอายมาสู่ตนเอง ทางที่ดีควรค้นคว้าหาความจริงก่อนจะตีตนไปก่อนไข้ชิงตำหนิเขาก่อนที่จะรู้ความจริง ขอทิ้งท้าย คติเตือนใจ...

"ไม่รู้จริงอย่าพูด..การพูดส่งเดชไม่ใช่การให้กำลังใจ..แต่มันคือบาปที่นำความอับอายมาสู่ผู้พูดที่ไม่รู้จริงอีกด้วย"