Get Adobe Flash player

ไปฉลองวันคริสต์มาสรอบโลกกับ 10 เมืองเด่นประจำเทศกาลคริสต์มาส โดย Super Pat

Font Size:

วันนี้เป็นวันที่ 1 เดือนธันวาคม 2017 เรามาต้อนรับเวลาแห่งความสุข ไปร่วมจิงเกอเบล ณ เดสติเนชั่นสุดฮิตแห่งเทศกาลคริสต์มาส หิมะกำลังโปรยปรายมาพร้อมคุณลุงซานต้าใจดี หนาวๆอย่างนี้ใช้ชีวิตให้คุ้มกับความหนาวที่ทำให้เรามีอายุมากขึ้นๆทุกปีกันดีกว่า

ไปฉลองวันคริสต์มาส ณ เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสที่ดีที่สุดในโลก รับรองว่าคริสต์มาสปีนี้ คุณมีตัวเลือกเส้นทางการเดินทางดีๆ ที่จะประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

สิงคโปร์...คริสต์มาสเดสติเนชั่นใกล้ๆเมืองไทย ที่ขึ้นชื่อเรื่องการช้อปปิ้งกันอย่างเต็มอิ่ม รวมไปถึงไฟประดับตกแต่งเมืองก็สวยงามไม่น้อยหน้าเมืองอื่นๆ ส่วนพิกัดที่เที่ยวหลักที่ต้องไปเช็คอินนั้นก็แน่นอนว่าไม่พลาดแลนด์มาร์คสำคัญ มาริน่าเบย์ (Marina Bay) และถนนออชาร์ต (Orchard Road) ที่จะสว่างไสวในยามค่ำคืนด้วยไฟคริสต์มาสทุกหนแห่ง รวมไปถึงการตกแต่งต้นคริสต์มาสยักษ์ ขบวนซานตาคลอสที่จะมีให้เด็กๆ ได้เข้าไปทักทาย

ประเทศญี่ปุ่น...ในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้คู่รักต่างๆ จะจูงมือกันไปชมทะเลดวงดาวจากไฟประดับนับล้านดวงกันที่สวนแห่งดวงดาว (Starlight Garden) หนุ่มสาวคู่รักจะมีความสุขมากเป็นพิเศษ เพราะเทศกาลคริสต์มาสนี้เป็นประหนึ่งวาเลนไทน์ปลายปีในฤดูที่โรแมนติกที่สุด แลนด์มาร์คสำคัญๆ ที่พลาดไม่ได้สำหรับการไปสัมผัสบรรยากาศ ชมการประดับตกแต่ง รวมไปถึงการช้อปปิ้งแห่งเทศกาลคริสต์มาส คือ รอปปองงิ ฮิลล์ (Roppongi Hill) โตเกียว มิดทาวน์ (Tokyo Midtown) กินซ่า (Ginza) ชินจูกุ (Shinjuku) มารุโนชิ (Marunochi) และยูระคาโช (Yurakacho)

แลปแลนด์ (Lapland) ประเทศฟินแลนด์ (Finland) ใกล้กับอิวาโล (Ivalo) เคมิ (Kemi) และโรวาเนียมิ (Rovaniemi)...ดินแดนมหัศจรรย์ที่เชื่อกันว่าเป็นบ้านของคุณลุงซานตาใจดีและชาวเอลฟ์ (Elf) ผู้ผลิตของขวัญ ฉลองคริสต์มาสกันให้ได้บรรยากาศเต็มๆ ก็ต้องไปให้ถึงถิ่นของเทศกาลคริสต์มาส พลาดไม่ได้กับการไปเยือนหมู่บ้านซานตาครอส (Santa Clause Village) หมู่บ้านน่ารักๆ ที่คุณจะได้พูดคุยกับซานตาคลอส ชิมขนมและอาหารประจำเทศกาลแห่งความสุข รวมไปถึงซื้อของฝากที่ระลึกประจำเทศกาลติดไม้ติดมือกลับบ้าน

อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ (The Netherland)...คุณๆ รู้กันไหมว่าเมืองแห่งนี้เป็นบ้านเกิดของเซนต์นิโคลัส (St Nicholas) หรือซานตาคลอสนั่นเอง โดยในทุกปีจะมีพาเหรดซานตาคลอสเพื่อระลึกถึงนักบุญขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลกท่านนี้ นอกจากนั้นก็จะได้ชมไฟประดับเมืองยุโรปโบราณอันสวยงาม เทศกาลไฟประดับ (Light Festival) ที่จะจัดขึ้น ณ สะพานหลักของเมือง ที่จะมีทั้งการประดับไฟเทศกาลและการแสดงผลงานศิลปะด้านการจัดไฟ รวมไปถึงการประกวดศิลปะการจัดไฟให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างเพลินตา

เนือร์นแบร์ก (Nuremberg) ประเทศเยอรมัน (Germany)...เมืองต้นตำรับแห่งขนมผิง เครื่องประดับงานฝีมือชั้นดีของเทศกาล ตลาดคริสต์มาสและเมืองแห่งเทศกาลคริสต์มาสของเยอรมัน ซึ่งในปีนี้ตลาดจะเปิดตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน ไปจนถึง 24 ธันวาคม ให้นักช้อปปิ้งได้เลือกซื้อสินค้าประจำเทศกาลกันจนวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียว ที่สำคัญตลาดคริสต์มาสที่มีร้านค้าเกือบสองร้อยร้านแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่สินค้าประดับต้นคริสต์มาสและของชำร่วยทั่วไป แต่จะเป็นของชำร่วยประจำเทศกาลนี้เท่านั้น และยังมีร้านขนมและร้านอาหารประจำเทศกาลที่หนึ่งปีจะได้ชิมแค่ครั้งเดียว ที่สำคัญที่สุดสินค้าทุกชิ้นที่ขายล้วนแล้วแต่เป็นงานฝีมือและงานศิลปะชั้นดี

มิวนิค (Munich) ประเทศเยอรมัน (Germany)...อีกหนึ่งเมืองที่เลื่องลือเรื่องตลาดคริสต์มาสที่นอกจากยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ยังมีความเก่าแก่ย้อนกลับไปถึงสมัยศตวรรษที่ 14 นู่นเลย ในปีนี้ตลาดจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายนไปจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม และไม่ได้เพียงแค่ตลาดเดียวเท่านั้น แต่มีถึง 20 ตลาดตามจุดต่างๆ รอบเมือง รับรองว่ามาฉลองคริสต์มาสที่มิวนิกนี่ไม่มีพลาดเดินตลาดคริสต์มาส ชิมอาหารประจำเทศกาล และร่วมเทศกาลคริสต์มาสกันแบบสไตล์ยุโรปแน่นอน

สตอกโฮล์ม (Stockholm) ประเทศสวีเดน (Sweden)...เมืองเก่าแห่งแถบสแกนดิเนเวียนที่มีมนต์ขลังแห่งเทศกาลคริสต์มาสอีกเมืองหนึ่ง แน่นอนว่าคุณจะได้อิ่มเอมใจกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมบ้านเมืองแบบเก่า การประดับตกแต่งประจำเทศกาลคริสต์มาส ตลาดคริสต์มาส 4 แห่งรอบเมือง ร้านอาหาร ร้านขนมที่กลิ่นขนมหวานประจำเทศกาลจะอบอวลชวนให้เดินเข้าไปชิมกันแทบทุกร้าน และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือการไปเยือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง สแกนเซ็น (Skansen) ที่นอกจากจะแสดงประวัติความเป็นมาของประเทศสวีเดนแล้ว ในช่วงคริสต์มาสนี้ยังเป็นแหล่งของชำร่วย งานฝีมือ งานศิลปะประจำเทศกาลชั้นดีที่ไม่น่าพลาดในการไปเยือน ตลาดคริสต์มาสของเมืองนี้จะเปิดตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 23 ธันวาคม

โพรวองซ์ (Provence) ประเทศฝรั่งเศส (France)...เมืองท่องเที่ยว ดินแดนแห่งทุ่งดอกไม้งามและโรงงานผลิตน้ำหอมชั้นนำของโลก เมืองที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนสไตล์เก่าที่มีความสวยงามน่ารัก ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้จะมีการประดับตกแต่งเมืองประหนึ่งคริสต์มาสแห่งแดนเทพนิยายในฝัน ร่วมฟังเพลงประสานเสียงในโบสถ์โบราณตั้งแต่สมัยเมดิอิวัล (Medieval) ชิมอาหารฝรั่งเศส ขนมอบและไวน์อันแสนจะนุ่มลิ้น พักผ่อนในบ้านพักสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ (Farm House) ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ บอกเลยว่าเทศกาลแห่งความสุขในฤดูหนาวปีนี้ถ้าคิดจะไปสัมผัสบรรยากาศคริสต์มาสแบบอบอุ่นกับคู่รัก อย่ารีรอ รีบจองตั๋วไปโพรวองซ์กันได้เลย

นิวยอร์ก (New York) ประเทศสหรัฐอเมริกา (USA)...ฉลองคริสต์มาสในเมืองหลวงของโลก ในช่วงเวลานี้ของปี มหานครนิวยอร์กจะเต็มไปด้วยการประดับตกแต่งด้วยสีเขียวสีแดงตัวแทนแห่งเทศกาลคริสต์มาส ต้นคริสต์มาสขนาดมหึมาและการประดับอาคารสวยงามที่ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเทศกาลแห่งปีที่รอกกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์ (Rockefeller Centre) และพิกัดสำคัญที่ต้องไปเยือนก็คือเขตแมนฮัตตัน (Manhattan) ที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของเมืองในช่วงคริสต์มาสนี้

ควิเบก (Quebec) ประเทศแคนาดา (Canada)...อีกหนึ่งเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีบรรยากาศคริสต์มาสกันอย่างเกินร้อย เดินลุยหิมะในถนนเล็กๆ ตามผังเมืองแบบยุโรปเก่าที่สร้างกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 คริสต์มาสในควิเบกได้รับอิทธิพลมาจากชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในเมืองกว่าครึ่ง ถือเป็นลิตเติ้ลยุโรปในแถบอเมริกาเหนือเลยก็ว่าได้ ในช่วงเวลานี้นอกจากจะได้ชมการประดับตกแต่งเมืองกันอย่างสวยงาม คุณก็ยังจะได้ชิมลิ้มลองขนมต่างๆ อาหารและเครื่องดื่มประจำเทศกาลสไตล์ยุโรปเก่า รับประกันได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด และเป็นเมืองที่ดีที่สุดเมืองหนึ่งในการไปร้องเพลงคริสต์มาสกลางถนนกับฝูงชนและจิบโกโก้ร้อนข้างเตาผิงแน่นอน

ขอบคุณบทความดีๆจาก skyscanner.com