Get Adobe Flash player

ดินถล่ม (ภัยพิบัติ) พ้นไฟป่าก็เจอพายุ! ฝนกระหน่ำแคลิฟอร์เนีย ดินถล่ม โดย Super Pat

Font Size:

สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวใหญ่เกิดขึ้นทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียภาคใต้เช้าวันอังคารที่ 9 ม.ค. 2561 ทั้งสถานีโทรทัศน์ทุกช่องหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทั้งไทยและเทศทุกฉบับต่างลงข่าวกันอึกทึกครึกโครมใจความว่านางยุภาวรรณ ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่เมือง Montecitoได้แจ้งข่าวร้ายว่าบ้านโดนโคลนถล่มเนื่องจากฝนตกไม่หยุดพัดบ้านไปทั้งหลังในช่วงดึก และพบว่าลูกชาย คือ ด.ช.พีรวัฒน์ สุทธิเทพา อายุ 6 ขวบ และพ่อเลี้ยงของสามีเธอ คือนายริชาร์ด เทเลอร์ อายุ 67 ปี เสียชีวิต

ส่วนสามีของเธอ นายพินิจและลูกสาวคือน้องลิเดียวัย 3 ขวบยังคงหายสาบสูญ แต่ตัวนางยุพาวรรณและแม่สามีปลอดภัย ในขณะนี้มีบ้านในเขตเมือง Montecito , Santa Barbara County เสียหายแล้ว 65 หลัง ซึ่งเป็นจุดที่เดิมที่เคยเกิดไฟป่า Thomas Fire เมื่อช่วงปลายปี 2017

ล่าสุด เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เดินทางไปพบครอบครัวของผู้ตายและผู้สูญหาย ซึ่งขณะนี้พักอยู่ที่โรงแรมในพื้นที่ เพื่อให้กำลังใจและมอบของใช้จำเป็น รวมถึงได้จัดทำหนังสือเดินทางชั่วคราวเพื่อมอบให้แก่ครอบครัวสำหรับใช้ในการติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังพบคนไทยซึ่งเป็นญาติของผู้ตายและผู้สูญหาย ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดินถล่ม ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในพื้นที่  ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวชาวไทยครอบครัวนี้ สามารถบริจาคโดยติดตามรายละเอียดได้ที่เพจเฟซบุ๊กของสถานกงสุล

ส่วนความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหากู้ภัย ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุดินโคลนถล่มเพิ่มขึ้นเป็น 19 คนแล้ว(ตามวันเขียนบทความ) โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุด เป็นหญิงวัย 25 ปี ถูกพบศพใต้กองโคลนและซากปรักหักพัง ที่เขตซานตาบาร์บารา หลังพบศพน้องสาววัย 12 ปีไปก่อนหน้านี้ ส่วนชายวัย 62 ปีที่อยู่ในรายชื่อผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่พบว่ายังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดี จึงลดจำนวนผู้สูญหายลงเหลือ 5 คน ขณะที่ความหวังจะพบผู้รอดชีวิตเริ่มน้อยลงทุกที

สาเหตุของดินถล่ม  

ดินถล่ม (Landslide) คือปรากฏการณ์ที่ส่วนของพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน ดิน ทราย โคลน หรือเศษดิน เศษต้นไม้ไหล เลื่อน เคลื่อน ถล่ม พังทลาย หรือหล่น ลงมาตามที่ลาดเอียง อันเนื่องมาจากแรงดึงดูดของโลก ในขณะที่สภาพส่วนประกอบของชั้นดิน ความชื้นและความชุ่มน้ำในดิน ทำให้เกิดการเสียสมดุล

ดินถล่ม เป็นปรากฏการณ์ที่มีมาแต่สร้างโลก อาจเป็นเพียงเล็กน้อยเพียงก้อนหินก้อนเดียวที่ตกหรือหล่นลงมา หรือเศษของดินจำนวนไม่มากที่ไหลลงมา หรืออาจเกิดรุนแรงใหญ่โต เช่น ภูเขาหรือหน้าผา หรือลากเขาพังทลายลงมาก็ได้ และอาจเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด หรือค่อยๆ เป็นไปช้าๆ ก็ได้ จนกว่าจะเกิดความสมดุลใหม่จึงหยุด

เนื่องจากในระยะหลังๆ นี้ ดินถล่มปรากฏเป็นข่าวบ่อยมากขึ้น ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจศึกษาเพื่อหาทางป้องกันและหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้น

สาเหตุของดินถล่ม (Causes of Landslides) เกิดจากกรที่พื้นดินหรือส่วนของพื้นดินเคลื่อน เลื่อน ตกหล่น หรือไหล ลงมาจากที่ลาดชัน หรือลาดเอียงต่างระดับ ตามแรงดึงดูดของโลกในภาวะที่เกิดการเสียสมดุลด้วยเหตุต่างๆ มักพบบ่อยๆ บริเวณภูเขาที่ลาดชัน แต่ความจริงอาจเกิดขึ้นบริเวณฝั่งแม่น้ำ และชายฝั่งทะเลหรือมหาสมุทร แม้กระทั่งใต้มหาสมุทร แบ่งสาเหตุที่อาจทำให้ดินถล่มได้เป็น

สาเหตุตามธรรมชาติ (Natural causes)

-ความแข็งแรงของดิน ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของดิน (Soil composition) ว่าเป็น หินหรือ ดิน ประเภทใด มีโครงสร้างหรือมีต้นไม้ประกอบยึดเกาะกันแข็งแรงแค่ไหน มีชั้นดินดานตื้นหรือลึกในลักษณะใด

-ที่ที่มีความลาดเอียงมาก (Steep slope) -  มีฝนตกมากนานๆ (Prolong heavy rain) -  มีหิมะตกมาก (Heavy snowfall) -  โครงสร้างของแผ่นดิน (Structure of soil) ความแตกต่างกันของชั้นดินที่น้ำซืมผ่านได้ กับชั้นที่น้ำซึมผ่านไม่ได้ ที่จะทำให้น้ำขัใต้ดินมากจนดินเหลวบนที่ลาดเอียง ทำให้เกิดการไหลได้ -  ฤดูกาล (Glacial erosion, rain, drought) -  ต้นไม้ถูกทำลายโดยไฟป่าหรือความแล้ง (Vegetation removal by fire or drought) -  แผ่นดินไหว (Earthquake) -  คลื่น "สึนามิ" (Tsunami)

-ภูเขาไฟระเบิด (Volcanic eruption) -  การเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดิน (Change in underground water) -  การสึกกร่อนของชั้นหินใต้ดิน (Change in underground structure) -  การกัดเซาะของฝั่งแม่น้ำ ฝั่งทะเล และไหล่ทวีป (Coastal erosion and change in continental slope)

สาเหตุจากมนุษย์( Human causes )

-การขุดดินบริเวณไหล่เขา ลาดเขาหรือเชิงเขา ( Excavation of slpoe or its toe )  เพื่อการเกษตร  หรือทำถนน หรือขยายที่ราบในการพัฒนาที่ดิน  หรือการทำเหมือง ( Mining ) ไม่ว่าบนภูเขาหรือพื้นราบ -  การดูดทรายจากแม่น้ำ  หรือบนแผ่นดิน -  การขุดดินลึก ๆ ในการก่อสร้างห้องใต้ดินของอาคาร -  การบดอัดที่ดินเพื่อการก่อสร้าง  ทำให้เกิดการเคลื่อนของดินในบริเวณใกล้เคียง -  การสูบน้ำใต้ดิน  น้ำบาดาล  ที่มากเกินไป  หรือการอัดน้ำลงใต้ดิน ในพื้นที่บางแห่ง -  การถมดิน  ก่อสร้าง  เพิ่มน้ำหนัก บนภูเขา  หรือสันเขา ( Loading or building on crest or slope -  การทำลายป่า ( Deforestation )  เพื่อทำไร่ หรือสวนเกษตรกรร -การทำอ่างเก็บน้ำ ( Reservoir )  นอกจากเป็นการเพิ่มน้ำหนักบนภูเขาแล้ว  ยังทำให้น้ำซึมลงใต้ดินมากจนเกินสมดุล -  การเปลี่ยนแปลงทางน้ำธรรมชาติ ( Change the natural stream )  ทำให้ระบบน้ำใต้ดินเสียสมดุล -  น้ำทิ้งจากอาคาร  บ้านเรือน  สวนสาธรณะ  ถนน  บนภูเขา ( Water from utilities leakages or or drainages ) -  การกระเทือนต่าง ๆ เช่นการระเบิดหิน ( Artificial vibration )

ความเสียหายที่เกิดขึ้น

1.บริเวณที่เกิด ดินถล่ม จะทำให้โครงสร้างของชั้นดินบริเวณนั้นเสียสมดุล เป็นเหตุให้เกิด ดินถล่ม ซ้ำได้

2.ทำลายระบบนิเวศน์และชุมชน

3.สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

การเตรียมการและการป้องกัน

1.สังเกตและระมัดระวังพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกัน 2.วางแผนการอพยพหนีภัย เก็บของมีค่า และเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย 3.ปลูกต้นไม้ที่มีระบบรากแก้วเพื่อยึดเหนี่ยวชั้นดิน

**ขอให้อยู่อาศัยอย่างมีสติ ทันเหตุการณ์กับการเตือนภัย  ติดตามข่าวอยู่เสมอ **

ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี่ ขอให้ทุกคนโชคดี..โชคดี

ฝากรูปแห่งความสุขมาให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า "อยู่ที่ไหนก็มีความสุข"