Get Adobe Flash player

น้ำใจคืออะไร โดย Super Pat

Font Size:

มีเหตุให้ต้องเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพราะความซาบซึ้งใจในความมีน้ำใจของแฟนคลับเพื่อนๆที่มาร่วมงาน "วันรับขวัญ" ออกจากโรงพยาบาลหลังได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนสะโพกอีกข้างหลังจากเปลี่ยนมาข้างหนึ่งแล้วเมื่อเดือนเมษายนของปีที่แล้ว

คุณสามีเธอจัดปาร์ตี้รับขวัญเพราะแฟนคลับหลายๆนต้องการไปเยี่ยมดิฉันที่โรงพยาบาลซึ่งไม่สะดวก พอออกจากโรงพยาบาลจึงได้เปิดโอกาสให้ดิฉันได้พบกับเพื่อนๆแฟนคลับในวันงานเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่บ้านของเรามีเพื่อนๆแฟนคลับมาเกือบ 50 คน เป็น pot luck party ที่มีความสุขและมีความอบอุ่นมาก ดิฉันขอขอบคุณ คุณสามี อ.จารย์เชน ลูกสาวน้องวิคกี้และเพื่อนรู้ใจคุณพอล ที่เป็นพ่องานและแม่งานให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อีกทั้งแฟนคลับเพื่อนฝูงที่ต่างพากันนำอาหารอร่อยๆมากมายกันมาคนละอย่าง 2 อย่าง ขอบคุณคุณสมชาย ไททันที่นำเครื่องเสียงมาให้เราได้ร้องเพลง เต้นรำกันอย่างสนุกสนานตั้งแต่ บ่าย 3 โมงเย็นจนถึง สามทุ่ม 6 ชั่วโมงเต็มๆที่ทำให้คนพักฟื้นจากการผ่าตัดอย่างดิฉันมีความสุขร่วมไปด้วยกับเพื่อนแฟนคลับ หลังจากปาร์ตี้เลิกแล้วทุกคนยังช่วยกันเก็บทำความสะอาดอย่างมีน้ำใจพร้อมเพรียงกันอีกด้วย เป็นความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจจริงๆ ขอบคุณและขอบคุณทุกๆคนเป็นอย่างมาก จึงขอนำบทความว่าเรือง "น้ำใจ" มาฝาก ขอบคุณอากู๋จากอินเตอร์เน็ทที่แบ่งปัน

ใครเคยสังเกตบ้างว่าทำไม การที่คนเรามีเมตตากรุณา, มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนอื่นเขาจึงเรียกว่า “มีน้ำใจ”

เปรียบเทียบน้ำมีคุณลักษณะดีอย่างไร จึงถูกนำมาใช้กับใจของคนเรา? วันนี้จึงอยากเสนอทัศนะต่อเรื่องนี้สักหน่อย อ่านจบแล้ว เห็นด้วยหรือไม่ นี่อีกเรื่องหนึ่งนะเพราะนั่นเป็นสิทธิอันชอบธรรมของผู้อ่านทุกท่าน

คำว่า “น้ำ” นี่ ตามที่นักปราชญ์ชาวจีนโบราณและนักปราชญ์ชาวไทยกล่าวไว้นั้น ท่านบอกว่า น้ำมีลักษณะสำคัญ ๓ ประการ คือ

๑. ชุ่มเย็น น้ำที่มาจากต้นกำเนิดแท้ๆ นั้นจะชุ่มเย็นแก่ผู้ได้ดื่มหรืออาบ

๒. รวมตัวกันเป็นนิตย์  น้ำไม่เคยแตกสามัคคีถ้าอยู่ในสายเดียวกัน

๓. ไหลลงสู่ที่ต่ำ น้ำในธรรมชาติจะไหลลงสู่ที่ต่ำ ถ้าพุ่งขึ้นบนแสดงว่า ถูกกระทำโดยสิ่งอื่น

แต่ ข้อ ๔. น้ำมีทั้งคุณและโทษ  หมายความว่า น้ำทำให้เรือลอยได้ ก็ทำให้จมได้เช่นกัน

เมื่อนำคำว่า “น้ำ” มาบวกกับคำว่า “ใจ” ซึ่งมีความหมายว่า“ธรรมชาติที่รับ,จำ, คิด และรู้อารมณ์ (สิ่งที่หน่วงเหนี่ยวใจไว้)” เราจะได้ความหมายของน้ำใจ ดังนี้

๑. ใจที่ชุ่มเย็น คนมีน้ำใจนี่ ใจจะชุ่มเย็น ใครอยู่ใกล้ก็จะรู้สึกเย็นสบาย ไม่รู้สึกอึดอัด ลำบากใจ มีแต่สบายใจ โล่งใจ และรู้สึกปลอดภัยตลอดเวลา

๒. ใจที่สามัคคี คือ มีใจเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกสามัคคีกัน

๓. ใจที่อ่อนน้อมถ่อมตน

และประการสุดท้าย

๔. ใจมีทั้งคุณและโทษ  ข้อนี้ขอขยายความเพิ่มเติมอีกหน่อยว่า ใจของคนเรานี้มีคุณอยู่มากถ้าหากว่าเราพัฒนาใจให้ดีได้ดังคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ว่า“ใจที่ฝึกดีแล้ว นำความสุขมาให้” หรือ “ถ้าหากว่าใจผ่องใส ไม่ว่าจะพูดหรือทำสิ่งใด ความสุขย่อมติดตามเหมือนเงาติดตามตัวเรา ฉะนั้น” ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากว่า เราไม่ฝึกฝนพัฒนาใจของตนเองให้ดีแล้วปล่อยให้ใจเสียคุณภาพ ถูกกิเลสคือ ความโลภ ความโกรธ และความหลงเข้าครอบงำ บงการ โดยไม่ควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมแล้วละก็ใจนี่แหละจะนำความทุกข์มาสู่ชีวิตของเราเอง ดังพุทธพจน์ที่ว่า “ใจเป็นหัวหน้า เป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จจากใจ ถ้าใจไม่ดีเสียแล้ว ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรลงไป ทุกข์ย่อมติดตาม เหมือนล้อวนตามเต้ารอยเท้าโค ฉะนั้น”

ดังนั้น ใจคนจึงเป็นได้ทั้งกระโถนและกระถาง(คำพูดของอาจารย์ชยสาโร) และเมื่อมีความหมายเป็นเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าน้ำใจนั้น ถ้าแสดงถูกทาง ถูกธรรม และเหมาะสม ย่อมนำประโยชน์สุขมาสู่คนแสดงน้ำใจและคนรับน้ำใจ

ในทำนองเดียวกัน ถ้าหากว่า น้ำใจถูกแสดงไม่ถูกทาง ไม่ถูกธรรม และไม่เหมาะสมแล้วละก็การแสดงน้ำใจนั้น ย่อมก่อทุกข์และความเสียหายแก่ผู้แสดงและผู้รับและบางทีอาจก่อความเสียหายแก่คนอื่นๆด้วย

"น้ำใจของคนเราเป็นสิ่งงดงาม และทรงคุณค่า เพียงแต่ว่า ต้องแสดงน้ำใจให้ถูกทาง ถูกธรรมและถูกต้องเหมาะสม"

พร้อมกันนั้นก็พยายามรักษา “น้ำ” ในใจเอาไว้ อย่าปล่อยให้เหือดแห้งไปเพราะแสงแดดคือ “ความเห็นแก่ตัว”เท่านี้  ชุมชนและสังคมของเราก็จะมี “น้ำใจ” มอบให้กันและกันตลอดกาล….

ชอบบทความนี้มากๆค่ะ จึงขอนำเอามาฝากทุกๆคนด้วยความรักและปรารถนาดี