Get Adobe Flash player

สายน้ำไม่คอยท่า เวลาไม่คอยใคร โดย Super Pat

Font Size:

อารัมภบทนี้ใช้เป็นหัวข้อของบทความวันนี้ เพราะเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพิ่งฉลองปีใหม่ 2561 กันมาหยกๆ นี่กำลังจะย่างเข้าเดือนที่ 4 เมษายนแล้ว ย่างเข้าฤดูสปริงหรือฤดูใบไม้ผลิ  อีกไม่นานเราก็จะได้ฉลองเทศกาลต่างๆก่อนหน้าที่จะต้อนรับปีใหม่ 2562

เราเพิ่งมีการปรับเลื่อนเวลาเร็วขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ คงมีคนไทยไม่น้อยเกิดความประหลาดใจว่าทำไมต้องมีการเปลี่ยนเวลาไปๆ มาๆ ปรับขึ้นลง 1 ชั่วโมงเพื่ออะไร ที่ประเทศไทยไม่เห็นมีอะไรยุ่งยากขนาดนี้เลย หากอยู่อเมริกาครบ 1 ปีขึ้นไป ทุกคนได้มีโอกาสหมุนเข็มนาฬิกาหรือต้องตั้งนาฬิกาใหม่แน่นอนค่ะ

เพื่อไม่ให้พลาดกับการนัดหมาย การเดินทาง หรือพลาดกับการไปทำงานสายเราควรเช็คเวลากับโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์จะเปลี่ยนเวลาเองโดยอัตโนมัติ

การปรับเวลา ภาษาอังกฤษ เรียกว่า daylight saving time ( DST)  แปลเป็นภาษาไทยว่า เวลาออมแสง (ฟังแล้วเข้าใจยาก) หรือ เวลาฤดูร้อน (summer time) วัตถุประสงค์ในการปรับนาฬิกาไปข้างหน้า เพื่อให้มีแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาบ่ายมากขึ้นและมีแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาเช้ามีน้อยลง โดยปกติแล้วจะปรับไปข้างหน้าหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะเข้าฤดูใบไม้ผลิ และปรับกลับหลังในฤดูใบไม้ร่วง เวลาออมแสงในยุคสมัยใหม่ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกโดย William Willett นักก่อสร้างชาวอังกฤษ  หลายประเทศได้ใช้มันนับตั้งแต่นั้น โดยมีรายละเอียดแตกต่างไปตามสถานที่และมีการเปลี่ยนแปลงครั้งคราว

ระบบเวลาออมแสงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีช่วงแสงสว่างที่ "เหมาะสม" ตามความต้องการของท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์ของแสงจากดวงอาทิตย์ให้มากที่สุด โดยปรับนาฬิกาให้เข้ากับการขึ้นลงของดวงอาทิตย์ ซึ่งเปลี่ยนไปตามฤดูในสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้เริ่มเปลี่ยนเวลา ตั้งแต่ 2 นาฬิกาของวันอาทิตย์ที่สองของเดือนมีนาคม  จนกระทั่งถึง 2 นาฬิกาของ วันอาทิตย์สุดท้าย ของเดือนพฤศจิกายน โดยการปรับเวลาก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละเขตเวลา เมื่อปี พ.ศ. 2550 เริ่มทำการปรับเวลาออมแสงแตกต่างจากประเทศอื่นโดยการ เริ่มต้น 3 อาทิตย์ก่อนเวลาออมแสงปกติ และสิ้นสุด 1 อาทิตย์หลังเวลาออมแสงปกติ ซึ่งลงชื่อรับรองโดยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2548 เหตุผลว่าทำไมต้องเป็นวันอาทิตย์ก็เพื่อการปรับตัวและการเตรียมตัวให้พร้อม เพราะถ้าหากเปลี่ยนเวลากันวันจันทร์ต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่แท้ เนื่องจากเป็นวันเริ่มของสัปดาห์ ทั้งนักเรียน ครู-อาจารย์ พนักงานออฟฟิศ คงไปทำงานสายกันเป็นจำนวนมาก เพราะจะมีการปรับนาฬิกาตอนตีสองของวันอาทิตย์ ถือว่าเป็นเวลาที่ดึกพอสมควร หากใครเผลอหลับไปก็จบกัน ฉะนั้นเช้าตรู่วันอาทิตย์จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเปลี่ยนเวลา

แม้ว่าจะรัฐส่วนใหญ่ของอเมริกาจะมีการเปลี่ยนแปลงเวลาแต่คงมีบางรัฐ ที่ไม่มีการปรับเวลา ได้แก่ รัฐแอริโซนา, เปอร์โตริโก, ฮาวาย, หมู่เกาะเวอร์จิน ไอซ์แลนด์ และหมู่เกาะซามัว

ฤดูใบไม้ผลิ (อังกฤษ: Spring) หรือที่เรียกกันว่า วสันตวิษุวัต (อังกฤษ: Vernal equinox) มีชื่อไทยว่า วสันตฤดู เป็นฤดูในเขตอบอุ่นและเขตหนาว มีสภาพอากาศปลอดโปร่ง โดยทั่วไป ฤดูใบไม้ผลิในซีกโลกเหนือจะมีระยะเวลาตั้งแต่ 21 มีนาคม ถึง 20 มิถุนายน ของทุกปี ในขณะที่ในซีกโลกใต้ จะมีระยะเวลาตั้งแต่เดือนกันยายน ถึง เดือนพฤศจิกายน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ผลิ แกนโลกจะเอียงเพิ่มขึ้นทำให้แสงของดวงอาทิตย์อยู่ตรงกับเขตเขตอบอุ่นและเขตหนาว ทำให้กลางวันยาวกว่ากลางคืนในเขตนั้น [1]

ฤดูใบไม้ผลิเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่เหมาะจะไปท่องเที่ยวยุโรป เพราะอากาศดี ท้องฟ้าใสเหมาะกับการถ่ายรูป ถึงแม้บางวันอาจมีฝนตกบ้างเล็กน้อย เรียกได้ว่าเป็นช่วง Shoulder Season ที่ผู้คนออกมาท่องเที่ยวพอประมาณให้รู้สึกไม่เงียบเหงา แต่ก็ยังไม่หนาแน่นเท่าในฤดูร้อนที่เป็น High Season นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้บานสะพรั่งอีก ...19 เม.ย. 2560 พวกเราเกือบ 30 คนเลยถือโอกาสล่งเรือสำราญไปเที่ยวยุโรปแถบช่องแคบอังกฤษประกอบไปด้วยประเทศไอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์และสก๊อตแลนด์ช่วงวันที่ 10 - 21 พฤษภาคมนี้ สัญญาจะนำความสุขด้วยรูปสวยๆมาฝากค่ะ

ฤดูใบไม้ผลิ. ในอเมริกาจะเริ่มต้นในราวเดือน มีนาคม เมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม ในอเมริกามีคำพูดว่า "april showers bring may flower" นั้นก็หมายถึงฝนตกในเดือนเมษายน และดอกไม้ใบหญ้าจะแตกดอกออกผลภายในเดือนพฤษภาคม สถานที่น่าเที่ยวที่สุดตอนนี้คงจะที่เกาะฮาวาย เพราะที่เกาะฮาวายเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด ซึ่งเมื่อแตกดอกจะทำให้ชาวเกาะฮาวายเต็มไปด้วยสีสันสดสวยงดงามจากมงลดอกไม้ต่าง ๆ ในแต่ละรัฐซึ่งหาดูไม่ยากนัก

ฤดูร้อน. เริ่มในราวเดือนมิถุนายน-กันยายน เป็นฤดูที่ร้อนมาก ๆ เราจะสังเกตได้จากผู้คนชาวอเมริกาที่ไปว่ายน้ำกันที่ชายทะเล เพราะส่วนใหญ่ภายในเดือนนี้ ชายหาดมักเต็มไปด้วยประชาชนที่มาหลบลมร้อน โดย เฉพาะที่หาดไมอามี่ หาดลองบีช และที่หาดไวกิกิ ตามชายหาดเหล่านี้เราสามารถเห็นสาวงามเดินเปลือยอกกันขวักไขว่ เป็นฤดูแห่งสีสัน ท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเลสีน้ำเงิน เหมาะแก่การถ่ายภาพยิ่งนัก อุณหภูมิเฉลี่ย 19-33

ฤดูใบไม้ร่วง . ตุลาคม-พฤศจิกายน อากาศโดยทั่วไป ทางภาคเหนือเริ่มเย็นและมีลมหนาวถึงขั้วหัวใจ ทางภาคใต้ยังอบอุ่น แต่ไม่ว่าอย่างไร ฤดูใบไม้ร่วงนี้ก็ยังเป็นที่สวยงามมากและก็ยังเป็นฤดูที่น่าเที่ยวอยู่ เพราะว่าใบไม้ที่เขียวขจีแปรสภาพเป็น สีเหลืองปนน้ำตาลแดงและกำลังร่วงจากต้นไม้ ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมากอาจถือได้ว่าเป็นฤดูที่โรแมนติกมาก และเป็นอย่างนี้ ทุกรัฐด้วย อุณหภูมิเฉลี่ย 8-14

ฤดูหนาว. ธันวาคม-มีนาคม อากาศทั่วประเทศเย็นมากแต่บางรัฐถึงกับหนาวสั่น ถึงแม้จะหนาวแต่เมื่อมรเครื่องป้องกันความหนาวเช่นโค้ตหนา ๆ สักตัวหนึ่งก็สามารถชื่นชมกับธรรมชาติได้ ฤดูหนาวเป็นฤดูที่น่าเที่ยวที่สุด เพราะบ้านเราไม่มีหิมะให้เห็น ก็เลยเป็นที่เสียดาย ถ้าเกิดมาชาติหนึ่งแล้วไม่ได้เห็นหิมะ บรรยากาศสวยงามมาก พื้นที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์ สนุกสนานไปกับการขว้างหิมะเล่นและปั้นเป็นรูปต่าง ๆ ภาคเหนือของประเทศจะมีหิมะปกคลุมหนากว่าภาคใต้แต่ส่วนใหญ่แล้วทุกรัฐจะต้องเจอหิมะยกเว้นฮาวาย ซึ่งอากาศที่นั่นกำลังเย็นสบายอุณหภูมิเฉลี่ย-16-10 ซ สรุปแล้วทุกฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาวก็ตาม ทุกฤดูมีหลายอย่างน่าเที่ยวที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นถ้าหากท่านจะเลือกไปเที่ยวควรเลือกฤดูที่ถูกใจท่าน.

(ขอบคุณข้อมูลจากอินเตอร์เน็ทค่ะ)