Get Adobe Flash player

สวัสดีปีใหม่สงกรานต์ไทย โดย Super Pat

Font Size:

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2018 ตรงกับวันสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย ขอให้ทุกๆท่านจงมีแต่ มีความสุข สดชื่น สมหวังและสุขภาพดีตลอดไป

เป็นที่น่ายินดีที่ในปีนี้คงจะเห็นเทรนด์ผู้คนแต่งชุดไทยสวยงามเต็มไปหมด ตามกระแสละครดัง "บุพเพสันนิวาส"

ชุดไทยจะกลับมาอีกครั้งหลังจากเทศกาลงาน"อุ่นไอรัก คลายความหนาว" ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 10 ทรงดำริให้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2018 ณ.พระราชวังดุสิตและสนามเสือป่าเป็นการปลุกกระแสนิยมไทยให้คึกคักกระตุ้นจิตสำนึกและอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยโดยเฉพาะสวมใส่ชุดไทยไปเที่ยวงานประสบผลสำเร็จเกินคาด อีกทั้งยังมีละครดังที่กำลังมาแรง "บุพเพสันนิวาส" มีแฟนติดตามทั่วโลกมากระตุ้นต่อมรักชาติที่ไทยที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศใด

ฉะนั้นช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยจึงกำลังเป็นที่นิยม เมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคนหลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัย สามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะประจำชาติของไทยให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในความเป็นไทย และยังเป็นการสนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกันอีกด้วย

จะว่าไป ดิฉันและเพื่อนๆในวงสังคมเมืองลอสแอนเจลิส ประเทศอเมริกา เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีความภูมฺิใจและคลั่งไคล้การแต่งกายด้วยชุดไทยประยุกต์ ชุดไทยพระราชทาน แล้วแต่ความเหมาะสม ออกงานสังคมที่เป็นทางการต่างๆมาตลอดตั้งแต่ปี 1969 เป็นต้นมาไม่ว่าจะไปทำบุญที่วัดไทย หรือไปงานเลี้ยงต่างๆก็ตาม นับได้ว่าพวกเราเป็นทูตวัฒนธรรมการแต่งกายชุดไทยในแดนไกลก็ว่าได้

บทความต่อไปนี้ดิฉันไปค้นคว้ามาจากอินเตอร์เน็ทที่มีข้อมูลมาให้อ่านขอขอบคุณเจ้าของบทความ มา ณ.ที่นี้ด้วย

มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือคือชุดประจำชาติที่เหมาะกับสมัย เพื่อตระเตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2503

ด้วยปัญหานี้ พระองค์จึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค ไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น“ชุดไทยพระราชนิยม” ซึ่งเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหม และผ้าซิ่นเป็นหลัก

สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการได้มีพระราชดำริว่า จะสร้างสรรค์รูปแบบการแต่งกายชุดไทยที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ไทย จึงโปรดฯ ให้นางสนองพระโอษฐ์ไปศึกษาค้นคว้าและคิดสร้างสรรค์ชุดแต่งกายสตรีไทย โดยให้มีความคล่องตัวและเหมาะสมกับวิถีชีวิตปัจจุบัน ซึ่งทำให้เกิด ชุดไทยพระราชนิยม ซึ่งสมเด็จฯ พระราชทานชื่อชุดเหล่านั้น ดังนี้...

ชุดไทยจักรพรรดิ ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ใช้ซิ่นไหมหรือยกทอง เอวจีบ จีบหน้า มีชายพก ห่มแพรจีบแบบไทย เป็นชั้นที่หนึ่งก่อนแล้วจึงใช้สไบปักอย่างสตรีบรรณาศักดิ์สมัยโบราณ ห่มทับแพรจีบอีกชั้นหนึ่ง ใช้เข็มขัดไทยคาด ใช้ในโอกาสพิเศษที่กำหนดให้แต่งกายแบบเต็มยศ

ชุดไทยจักรี ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรีมหาประสาท (ชุดไทยห่มสไบ) ซิ่นมีจีบยกข้างหน้า มีชายพก ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัวคาดเข็มขัดไทย ท่อนบนเป็นสไบ จะเย็บติดกับซิ่นหรือท่อนเดียวกัน หรือจะมีสไบห่มต่างหากก็ได้เปิดบ่าข้างหนึ่ง ชายสไบคลุมทิ้งชายด้านหลังยาวตามเห็นสมควร ใช้สำหรับงานตอนค่ำ สวมใส่เครื่องประดับให้งดงามตามโอกาส

ชุดไทยดุสิต ตั้งชื่อตามพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตัวเสื้อไม่มีแขน คอด้านหน้า-หลัง คว้านกว้าง มีลวดลายสวยงาม เหมาะกับการสวมสายสะพายในพระราชพิธีเต็มยศ ใช้ผ้ายกไหมหรือยกทอง จีบหน้า มีชายพก จีบเอว ใช้เข็มขัดไทยคาด เป็นเสื้อผ่าหลัง และปักเป็นลวดลายด้วยไข่มุก ลูกปัดหรือเลื่อม ใช้ในงานพระราชพิธีตอนค่ำ ที่กำหนดให้แต่งกายเต็มยศ

ชุดไทยบรมพิมานตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมาน ใช้ผ้ายกไหมหรือยกทองมีเชิง หรือยกทองทั้งตัวก็ได้ตัดติดกันกับตัวเสื้อ หรือเป็นเสื้อคนละท่อนก็ได้ซิ่นจีบหน้ามีชายพก ยาวจรดข้อเท้า ใช่เข็มขัดไทยคาดเสื้อคอกลม ขอบตั้ง ผ่าด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้แขนยาว ใช้สำหรับงานพิธีตอนค่ำ เหมาะสำหรับงานพิธีเต็มยศและครึ่งยศ เช่น งานอุทยานสโมสร งานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ หรือเป็น ชุดเจ้าสาว

ชุดไทยอมรินทร์ ตั้งชื่อตามพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย แบบเหมือนไทยจิตรลดา ต่างกันที่ใช้ผ้าและเครื่องประดับหรูหรากว่าไทยจิตรลดา ใช้ผ้าไหมยกดอกที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว เสื้อคนละท่อนกับซิ่น ไม่มีเข็มขัด ใช้สำหรับพิธีตอนค่ำ เหมาะสมสำหรับงานเลี้ยงรับรองรับเสด็จ ไปดูละครตอนค่ำ และ เฉพาะในงานพระราชพิธีสวนสนามในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือ ใช้ในโอกาสพิเศษที่กำหนดให้แต่งกายเต็มยศหรือครึ่งยศ เช่น ในงานพระราชพิธีหรืองานสโมสรสันนิบาต

ชุดไทยศิวาลัย ตั้งชื่อตามพระที่นั่งศิวาลัย ซิ่นแบบไทยจักรพรรดิ ใช้ซิ่นไหมหรือยกทอง มีชายพกเสื้อตัดแบบแขนยาว ผ่าหลัง เย็บติดกับผ้าซิ่นคล้ายไทบรมพิมาน แต่ห่มปักลายไทยอย่างแบบไทยจักรพรรดิทับโดยไม่ต้องมีแพรจีบรองพื้นก่อน ใช้ในโอกาสพิเศษที่กำหนดให้แต่งกายเต็มยศ เหมาะสำหรับเวลาที่มีอากาศค่อนข้างเย็น

ชุดไทยจิตรลดา ตั้งชื่อตามพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ใช้ผ้าไหมเกลี้ยงมีเชิง หรือทอยกดอกทั้งตัวก็ได้ตัดเป็นซิ่นยาว ป้ายหน้า เสื้อคนละท่อนกับซิ่น คอกลมมีขอบตั้งน้อยๆ ผ่าอก แขนยาว เป็นชุด ไทยที่ใช้ในพิธีกลางวัน ใช้ในโอกาสพิเศษ เช่น งานพระราชพิธีต่างๆ รับประมุขจากต่างประเทศที่มาเยือนอย่างเป็นทางการ ไม่ต้องประดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ชุดไทยเรือนต้น ตั้งชื่อตามเรือนต้น ใช้ผ้าไหมมีลายริ้ว ตามขวางหรือตามยาว หรือใช้ผ้าเกลี้ยงมีเชิงซิ่น ยาวจรดข้อเท้า ป้ายหน้า เสื้อใช้ผ้าสีตามริ้วซิ่นหรือเชิงซิ่น จะตัดกับวิ่นหรือสีเดียวกันก็ได้ เสื้อคนละท่อนกับซิ่น แขนสามส่วน กว้างพอสบาย ผ่าอก กระดุม 5 เม็ด คอกลมตื้นไม่มีขอบตั้งที่คอ ใช้แต่งในงานที่ไม่เป็นพิธีการหรือในโอกาสปกติและต้องการความสบาย เรียบง่าย เช่น งานกฐิน เที่ยวเรือ งานทำ บุญ วันสำคัญทางศาสนา ข้อสำคัญต้องเลือกใช้ผ้าที่ใช้ตัดให้เหมาะสมกับเวลาและสถานที่

ชุดไทยพระราชนิยมเหล่านี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงใช้ในโอกาสต่างๆ หลายครั้ง จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายและชื่นชมกันทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมนี้ได้ปรับปรุงการนุ่งห่มแบบโบราณมาเป็นการสวมใส่อย่างง่าย แต่ยังใช้ผ้าไทยและเครื่องประดับไทยอย่างโบราณ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้พัฒนารูปแบบการตัดเย็บ การปัก และการจัดองค์ประกอบของชุดให้มีความเหมาะสมที่สุด เพื่อรักษามรดกอันทรงคุณค่าของบรรพบุรุษไว้ให้คงอยู่สืบไป

การแต่งกายด้วยชุดไทยนี้ยังนำซึ่งรายได้ให้กับคนไทยที่ผลิตผ้าไทย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมไทย ผ้าฝ้ายไทย ผ้าซิ่น ผ้าถุง เครื่องเงิน เครื่องถม ฯลฯ

เป็นการรักษาส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมและรายได้สู่ประเทศชาติอีกด้วย

พบกันในงานปีใหม่สงกรานต์ไทยที่ไทยทาวน์บนถนนฮอลลีวูดวันที่ 22 เมษายนนี้ และงานสงกรานต์ไทยตามวัดไทยต่างๆในประเทศอเมริกา

ด้วยชุดไทยสวยงาม ถ้าพบเห็นดิฉันที่ไหนขอความกรุณาเข้ามาทักทายด้วยนะคะ "สวัสดีปีใหม่ไทย"