Get Adobe Flash player

พาชม Horseshoe Bend และ Antelope Canyons โดย Super Pat

Font Size:

จุดหมายที่พวกเรา 30 คนกำลังจะไปเที่ยวกันวันอาทิตย์ที่ 22 July นี้ ก็มีเมือง Laughlin, Grand Canyon, Page, Horseshoe Bend, Lake Powell ซึ่งอยู่ในเมือง Page, และ Antelope Canyons (upper and lower),Bryce Canyon, Zion national Park ซึ่งอยู่ในส่วนที่ดูแลโดยชนเผ่าอินเดียนแดงชื่อว่า Navajo ใช้เวลาเที่ยวทั้งหมดกับทริปนี้ 5 วัน เต็มๆรวมถึงไปเที่ยวที่ Las Vegas ด้วย หลังจากที่เรา 55 คนรวมตัวกัน ไปเที่ยวที่ Yellow Stone และ Mt. Rushmore กันมาเมื่อเดือน July, 17 ของปีที่แล้วสนุกสนานมากมาย ติดอกติดใจ นัดกันไปเที่ยวต่อในปีนี้กันอีก ซึ่งไฮไลท์ของทริปนี้คือ Antelope Canyon และ Lake Powell ที่เลื่องลือกันจนคนทั่วโลกอยากมาชมกัน

เรานัดกันที่เดิม ตรง Barnsdall Square Plaza หัวมุมถนน Hollywood and Vermont มุ่งหน้าไป London Bridge แวะพักค้างคืนที่เมือง Laughlin

วันที่ 2 ไป Grand Canyon and Page เรามาดูว่าคนที่เขาไปเที่ยวชมความงามตามธรรมชาติที่ถูกยกย่องให้เป็น มรดกของโลกเขาพร่ำพรรณากันอย่างไร

Antelope Canyon อีกหนึ่งสุดยอด Canyon ของอเมริกาที่ต้องไปสักครั้ง....

Antelope Canyon ตอนที่เห็นรูป ถ้ำอะไรนี่ทำไมสีสวยจัง ได้ไปเห็นกับตาได้ไปถ่ายรูปที่นั่นคงดี

Antelope Canyon ตั้งอยู่ที่เมือง Page รัฐ Arizona ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นภูเขาหินทราย (sandstone) ที่โดนน้ำกัดเซาะเสียจนเป็นรูปทรงที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งเวลาที่ฝนตกจะมีน้ำท่วมไหลเข้ามาในตัว Canyon มาเป็นล้านๆ ปี แรงดันของน้ำจะค่อยๆ กัดกร่อนทำให้หินกลายเป็นริ้วๆ โค้งไปโค้งมาแบบนี้ ผนังถ้ำจะคล้ายๆ เกลียวคลื่นเว้าแหว่งไปตามซอกถ้ำทำให้เกิดช่องหินที่สวยงามแปลกตา ซึ่งจะมีช่องให้แสงอาทิตย์ส่องลงมา พอแสงส่องเข้ามาในถ้ำช่วงเวลาประมาณ 11.00-13.00 จะทำให้เกิดเป็นช่องแสงสวยงาม ด้วยสีสันจากธรรมชาติซึ่งเกิดจากการตกกระทบของแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านช่องแคบเข้ามาสะท้อนกับสีของชั้นหินทำให้เรามองเห็นสีสันที่สวยงามไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับแสงของแต่ละวัน ยิ่งตอนเวลาที่เราถ่ายรูปจากกล้องออกมาแสงสีก็จะสวยงามไปอีกแบบไม่เหมือนตาเราเห็น  สีสันที่เห็นใน Antelope Canyon จึงเปลี่ยนไปตามการหักเหของแสงในฤดูกาลต่างๆ เช่น ฤดูร้อน สีสันจะเป็นโทนสีแดง ส้ม และม่วง ฤดูใบไม้ร่วง จะเป็นโทนสีอ่อน อันนี้ไม่ได้เห็นเองแต่ไกด์เล่าให้ฟัง555

แต่กว่าจะมาสวยงามขนาดนี้ เวลาฝนตกนี่อันตรายมากจะมีน้ำท่วมฉับพลับ ด้วยความที่ที่แคบ เวลาน้ำท่วมแรงดันน้ำจะเข้ามาแรงมาก และท่วมสูงเกิน 2 เมตร ซึ่งเคยมีเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิตที่ Lower Antelope ในปี 1997 ตั้งแต่นั้นมาการเที่ยวที่ทั้ง Upper Antelope Canyon และ Lower Antelope Canyon จึงต้องมีไกด์ชาว Navajo นำทัวร์เสมอ ห้ามเข้าไปเที่ยวโดยลำพังเด็ดขาด!!!

Antelope Canyon จะมี 2 ฝั่งคือ  Upper กับ Lower ซึ่งก็อยู่คนละฝั่งใกล้ๆ กันนั่นเอง พวกเราเลือกไปที่  Upperการเข้าไปเที่ยวที่นี่ต้องไปกับบริษัททัวร์ซึ่งจะเป็นของชาวพื้นเมืองที่นี่ จะมีไกด์ชาว Navajo สามารถจองทางเว๊บก่อนก็ได้ www.navajotours.com หรือจะมาซื้อทัวร์ที่หน้าทางเข้าเลยก็ได้ โดยทัวร์จะมีให้เลือก 2 แบบ

1.Regular tour ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชม.  แบบนี้ห้ามเอาขาตั้งกล้องไป ห้ามเอาเป้ไปด้วย คือขนาดเราใช้เป้ใบเล็กยังไม่ให้เอาไปด้วยเลย

2.Photo tour ใช้เวลาประมาณ 2-2.5 ชม. คนที่จะเข้า photo tour ต้องมีอุปกรณ์พร้อมทั้งกล้องและขาตั้งกล้องพร้อม

Lower Antelope ซึ่งอยู่ไม่ห่างจาก Upper Antelope เท่าไร จากจุดจอดรถ เดินไปยังตัว Canyon ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีได้ ที่นี่เป็น Canyon ที่อยู่ลึกลงไป ทำให้ต้องปีนป่ายกันหน่อย แต่สมัยนี้ดีขึ้นมากแล้วเพราะเขาทำบันไดให้แล้ว ที่นี่จะแคบกว่า upper Antelope แต่ก็ไม่ได้เดินลำบากมากมายนัก ค่อนข้างสบายๆ หินเป็นวงโค้งเป็นเกลียวสวยกว่ามาก และสะท้อนกับแสงทำให้เห็นเป็นหลายสี ทั้งส้ม ม่วง น้ำตาล ชมพู เหลือง และจากจินตนาการของเขาก็เห็นเป็นรูปหลายๆ รูป สวยมากใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชม. ก็ได้เวลาเดินทางกลับ เป็นช่วงสั้นๆ ที่ได้อยู่เมืองนี้แต่สิ่งที่ได้เห็นมันยิ่งกว่าคุ้มค่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์อย่างสวยงามมาก

Horseshoe bend ซึ่งเป็นส่วนโค้งของแม่น้ำ Corolado คล้ายรูปเกือกม้า น้ำเป็นสีเขียวเข้มเหลือบน้ำเงิน ประกอบกับน้ำนิ่งทำให้ทัศนียภาพสวยงามมากและรูปถ่ายออกมาสวยมากๆ เดินทางสะดวก ทางเข้ามองเห็นจาก Highway อยู่ห่างจากตัว Downtown แค่ไม่ถึง 10 นาที แต่ตอนเดินเข้าต้องเดินตาม trail เหนื่อยอยู่เหมือนกันโดยเฉพาะตอนเดินกลับเหมือนปีนขึ้นเขา พื้นเป็นทรายทำให้เดินยากหน่อยและถ้าเป็นรองเท้าผ้าใบนี่...ทรายเต็มเลยแต่ละที่ทั้งทรายทั้งฝุ่นเต็มไปหมด

Lake Powell ทะเลสาบเทียมฝีมือมนุษย์ สวยอลังการ ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ ทั้งภูเขา ป่าไม้ ทะเลสาบ ทะเลทราย วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งมีทั้งความยิ่งใหญ่ ความสวยงาม และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ทะเลสาบพาวเวลล์ (Lake Powell)

ทะเลสาบพาวเวลล์ เป็นทะเลสาบเทียมเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำโคโลราโด คร่อมชายแดนระหว่างรัฐยูทาห์ (Utah) และรัฐแอริโซนา (Arizona) ทะเลสาบแห่งนี้เกิดขึ้นเพื่อใช้เป็นอ่างเก็บน้ำ สำหรับเขื่อนเกลนแคนยอน (Glen Canyon Dam) เขื่อนคอนกรีตซึ่งสร้างขึ้นเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และควบคุมการไหลของแม่น้ำโคโลราโด และถือเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ที่มนุษย์สร้างขึ้น ด้วยความจุน้ำที่สูงที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา รองลงมาจากทะเลสาบมีด (Lake Mead) โดยสามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 24,322,000 เอเคอร์

อ่างเก็บน้ำที่เรียกว่า “ทะเลสาบพาวเวลล์” นี้ ถูกตั้งชื่อตามนักสำรวจนามว่า John Wesley Powell ทหารผ่านศึกซึ่งได้ล่องเรือสำรวจในปี ค.ศ. 1869 ด้วยสภาพแวดล้อมบริเวณเขื่อนและทะเลสาบพาวเวลล์ เป็นทะเลทรายและหุบเขาซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยาเป็นรูพรุน หินทรายรูปร่างสูงชันมีความสวยงามอย่างมาก ในปี ค.ศ. 1972 จึงได้เกิดศูนย์บริการนักท่องเที่ยวขึ้น บริหารจัดการโดยกรมอุทยานแห่งชาติ เปิดเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชน

ทะเลสาบพาวเวลล์เป็นจุดพักร้อนที่สำคัญจุดหนึ่งที่มีคนราว 2 ล้านคนเข้าชมทุกปี กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวมักทำกันที่นี่คือ การล่องเรือ ตกปลา สกีน้ำ เจ็ทสกี และการเดินป่า นักท่องเที่ยวส่วนมากเลือกที่จะเช่าเรือแพและนำอุปกรณ์แค้มปิ้งมาเอง หาจุดที่เงียบสงบซักแห่งและตั้งแค้มป์ค้างคืน ดื่มด่ำกับบรรยากาศและชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงาม นอกจากนี้ทะเลสาบพาวเวลล์ ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง เช่น Planet of the Apes (ทั้งเวอร์ชั่น 1968 และ 2001), Doctor Who : The Impossible Astronaut (2011), John Carter (2012), และ Gravity (2013)

หน้ากระดาษหมดแล้ว คงต้องจบบมความแค่นี้ก่อน หลังจากกลับมาสัปดาห์หน้าไปเห็นด้วยตาตัวเองแล้วจะมาเล่าให้ฟังใครยังไม่ได้ไป หาโอกาสไปเที่ยวกันซะ อาหารตา อาหรใจเป็นกำไรชีวิต ขอบคุณอินเตอร์เน็ทสำหรับบทความบางส่วนที่นำมาลงนะคะ