Get Adobe Flash player

Bryce Canyon and Zion Canyon National Park, Utah โดย Super Pat

Font Size:

บทความนี้ ต่อจากฉบับที่แล้ว เราจะไปที่....Bryce Canyon and Zion Canyon มาทำความรู้จักกันค่ะ

Bryce Canyon ก่อตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตั้งแต่ปี 1928 ชื่อ Bryce Canyon แต่จริงๆ มันไม่ใช่ “canyon” เพราะ canyon เกิดจากการกัดกร่อนของหินจากกระแสน้ำไหล อย่างที่เห็นตาม canyon อื่นๆ เช่น Zion, Grand Canyon, Antelope Canyons เป็นต้น แต่หินรูปร่างแปลกๆ ที่ Bryce นี่เกิดจากการกัดกร่อนของฝนซึ่งมีความเป็นกรด รวมทั้งการที่อยู่ที่สูง มีอากาศหนาว การแข็งตัวของน้ำตอนกลางคืนและการละลายของน้ำแข็งตอนกลางวันก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้หินมีรูปร่างเป็นแบบนี้ และเรียกว่า Amphitheater (เป็นแหล่งกำเนิดเสียงก้องสะท้อนได้)

หินของที่นี่มีหลายสี ทั้งแดง ส้ม และขาว ประกอบกับลักษณะของหินเป็นแท่งๆ (ที่เรียกว่า Hoodoo) รูปทรงต่างๆ ทำให้สวยงามมากๆการเกิด Hoodoo เกิดจากกลไกดังที่บอกข้างบน แต่ตอนแรกจะเกิดทำให้หินมีลักษณะบางลง เรียกเป็น fins และเมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดเป็นรู เรียกว่า windows และพอบางส่วนทลายลงจึงเกิดเป็นแท่งที่เรียกว่า Hoodoos

ที่นี่จะอยู่สูงว่า Zion National Park จึงทำให้อากาศจะหนาวเย็นกว่า จุดสูงสุดของที่นี่อยู่ประมาณ 8,000-9,000 ฟุตได้ และในฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุม

อุทยานแห่งชาติไซออน อุทยานแห่งชาติไซออนตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐยูทาห์ เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีธรรมชาติสวยงามมากแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ภาพของแคนยอนสีส้มแดงที่เกิดจากการกัดกร่อนของสายน้ำและเวลาทำให้ที่นี่มีความสวยงามแปลกตาไม่เหมือนที่ใดๆที่ตั้ง: Utah ช่วงเวลาที่ดี: ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ - ฤดูใบไม้ร่วง

วันนี้เราจะไปชม อุทยานแห่งชาติไซออน( Zion National National Park) กันนะ อุทยานแห่งชาติไซออน (Zion National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ใกล้กับ Springdale มลรัฐยูทาห์ เมื่อ เป็นหุบเขารูปตัววี เกิดจากการกัดเซาะชั้นหินทรายของแม่น้ำเวอร์จิน (Virgin River) เป็นเวลาหลายล้านปีจนเกิดเป็นร่องเขาลึกกว่า 2000

อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ 593 ตร.กม. มีสถานที่สำคัญคือ หุบเขาไซออน ซึ่งยาว 15 กิโลเมตร และลึก 800 เมตร ตัดผ่าน Najavo Sandstone สีแดงโดยสาขาเหนือของแม่น้ำเวอร์จิน เนื่องจากตั้งอยู่ที่จุดเชื่อมต่อระหว่างที่ราบสูงโคโลราโด , Great Basin, และทะเลทราย Mojave อุทยานแห่งนี้จึงมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์และมี Life zone ที่หลากหลาย ทำให้มีความหลากหลายของพืชและสัตว์สูงมาก โดยภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 4 Life zones ได้แก่ ทะเลทราย, Riparian, Woodland และป่าสน มีนก 289 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 75 ชนิด (โดยมีค้างคาว 19 ชนิด) สัตว์เลื้อยคลาน 32 ชนิด และพืชอีกหลายชนิด โดยมีสัตว์เฉพาะถิ่นที่สำคัญคือ สิงโตภูเขา, Mule Deer, และนกอินทรีทอง รวมทั้งสัตว์ที่นำกลับเข้ามาสู่ถิ่นฐานอีกครั้งอย่าง California แร้งแคลิฟอร์เนีย และ Bighorn Sheep พืชที่พบได้ทั่วไปได้แก่ Cottonwood, Cactus, Datura, Juniper, Pine, Boxelder, Sagebrush, yucca , และ willows ชนิดต่างๆ

สำหรับจุดหลักๆที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติไซออน มีสถานที่สำคัญ  - หุบเขาไซออน หรือ ไซออน แคนยอน (Zion Canyon) แคนยอนที่มีความยาว ประมาณ 15 กิโลเมตร และลึก ประมาณ 800 เมตร ตื่นตาไปกับความงดงามของทัศนียภาพหน้าผาหินทรายที่ตั้งสูง 2,000 ถึง 3,000 ฟุตจากพื้นหุบเขาลึก กิจกรรมเดินป่าไปตามเส้นทางเดินป่าที่ได้รับความนิยม - การเดินทางไปตาม ช่องแคบแม่น้ำเวอร์จิน (The Virgin River Narrows) ซึ่งมีระยะทางกว่า 3.6 ไมล์ (6 กิโลเมตร) โดยเส้นทางเดินป่าแห่งนี้ติดอันดับที่ 5 จาก 100 อันดับของเส้นทางเดินป่าสำหรับการผจญภัยในสหรัฐอเมริกา - ช่องแคบแม่น้ำเวอร์จินนั้นถือว่าเป็นที่ชื่นชอบในหมู่เหล่าช่างภาพที่ต้องการเก็บภาพความยิ่งใหญ่อลังการและมากไปด้วยความงดงามของช่องแคบแห่งนี้ - เส้นทางเดินป่า ซับเวย์ (Subway) เป็นช่องหุบเขาที่อยู่ระหว่างสองยอดเขาเหนือ-ใต้ของการ์เดียน แองเจิล ตื่นตาไปกับหุบเขาเว้าแหว่งแปลกตาและมีความสวยงามากอีกด้วย - ยอดเขาแองเจิ้ล แลนด์ดิ้ง (Angels Landing) ยอดเขาสูงประมาณ 1,208 ฟุต (368 เมตร) โดยเส้นทางเดินป่ามีระยะทาง 2.4 กิโลเมตร (3,900 เมตร) เดินลัดเลาะไปตามสันเขาสูงชันที่มีชื่อเสียงและน่าตื่นเต้นมากแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไซออน ทัศนียภาพอันงดงาม อยู่สูงจนได้ชื่อว่าเป็นที่ที่นางฟ้าลงมาจากสวรรค์มาหยุดที่จุดนี้บนโลกมนุษย์ - เส้นทางโคลอบ อาร์ค (Kolob Arch) สะพานโค้งธรรมชาติที่ยาวที่สุดในโลก ในปี 2006 สามารถเดินทางเข้าถึงได้ประมาณ 11 กิโลเมตร - ภูเขา บัลลังก์ขาว (The Great White Throne) สูงจากพื้นดิน 2,400 ฟุต - แม่น้ำเวอร์จิน (Virgin River) ซึ่งดูเสมือนเป็นเพียงลำธารสายเล็ก ๆ สายหนึ่งเท่านั้น แต่กลับมีอานุภาพทรงพลังมหาศาล สกัดหินจนเป็นร่องเขาลึกได้ขนาดนี้ โบราณถึงว่าไว้ "น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน" แล้วนี่ผ่านมาเป็นเวลาหลายล้านปีและยังคงดำเนินต่อไป เมื่อเทียบกับอายุขัยของมนุษย์แล้ว เราเป็นเพียงพยานที่พบเห็นเหตุการณ์ในช่วงเวลาเศษเสี้ยวของธรรมชาติเท่านั้นเอง -"ช่องแคบ" (The Narrows) ที่นี่สามารถเดินลุยน้ำเข้าไปในช่องเขาเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร จะยิ่งได้ความรู้สึกว่าถูกโอบกอดด้วยเขาสูงทั้งสองข้าง ผู้ที่จะเดินเข้าไปต้องเตรียมอุปกรณ์ในการเดินลุยน้ำเช่นรองเท้าแตะแบบรัด ส้นเท้าที่ทนน้ำ น้ำที่นี่เย็นมากนอกจากในฤดูร้อน ฉะนั้นต้องวางแผนการเดินทางดี ๆ หากต้องการเดินลุยน้ำในช่องแคบนี้ นอกจากนั้น บางช่วงต้องระวังน้ำป่าหลากมากเป็นพิเศษ - เมื่อออกจากหุบเขาไซออน ไปตามถนน Zion-Mt.Carmel Drive มาทางด้านประตูทางเข้าฝั่งตะวันออก จะพบภูเขาที่มีรอยแตกเป็นรูปตารางคล้ายตารางหมากรุก เรียกว่า Checkerboard Mesa รอยแตกในแนวนอนเกิดจากชั้นของหินทรายที่ทับถมกันเป็นชั้น ๆ ส่วนรอยแตกในแนวตั้งเกิดจากกัดเซาะของน้ำฝนและหิมะที่ไหลลงมา จึงกลายเป็นตารางหมากรุก

จะกลับมาเล่าให้ฟังหลังจากเห็นด้วยตาว่ามีความสวยงามมากน้อยเพียงไร ตอนนี้ฟังเขาเล่าผ่านอินเตอร์เน็ทให้ฟังไปก่อนละกัน (ขอบคุณบทความดีๆจากอินเตอรืเน็ทค่ะ)