Get Adobe Flash player

ตำหนิ – ติชม ยกย่องบุคคลที่ควรยกย่อง...ตำหนิบุคคลที่ควรตำหนิ โดย Super Pat

Font Size:

วันนี้ขอเขียนความในใจที่ตัวเองต้องตกเป็นเหยื่อของความอิจฉา ริษยา จากคนในสังคม (โชคดีที่มีจำนวนน้อยเพียง 2-3 คนแต่บังเอิญอยู่กลุ่มเดียวกัน) ทั้งๆที่พยายามทำดี นำประโยชน์ทางด้านความสุข สนุกสนาน มาให้ ยังมีคนอิจฉาริษยา คิดทำลาย พยายามแยกกลุ่มทำให้ปั่นป่วน สร้างเรื่องให้มีการเข้าใจผิด ทั้งๆที่ไม่เป็นเรื่อง ดิฉันโชคดีที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง จึงไม่สะทกสะท้านกับเรื่องสกปรกอย่างนี้ จะมีก็แต่เพียงรำคาญเท่านั้นเอง....บังเอิญได้ไปอ่านบทความในนิตยสารธรรมะ “แสงธรรม” จากวัดไทย วอชิงตันดีซี ที่ได้รับอยู่เป็นประจำ อ่านแล้วสบายใจ จึงขอนำบทความบางส่วนที่คิดว่าเป็นประโยชน์ ทันเหตุการณ์มาฝากคุณๆแฟนคลับ จะได้ช่วยกันกระจายสิ่งดีๆให้ช่วยชำระสิ่งสกปรกออกจากใจคนบางคนได้บ้าง....ขอขอบคุณนิตยสารธรรมะแสงธรรม มา ณ.ที่นี้ด้วย

คำยกย่องสรรเสริญ เป็นคำที่เราได้ยินกันอยู่เสมอ ในสังคมทุกระดับ จะนิยมคำ “ยกย่อง สรรเสริญ ชมเชย” โดยเฉพาะในหมู่ของคนธรรมดาสามัญที่ยังมีกิเลส ตัณหา คำสรรเสริญ ชมเชย นี้จะมีความหมายต่อชีวิตจิตใจมากมาย เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส หากไม่มีคนชมไม่มีคนสรรเสริญก็จะน้อยใจ ไม่พอใจ หาว่าปิดทองหลังพระ

ความจริงการทำดีไม่จำเป็นต้องให้คนมาชมเชย ทำดีย่อมรู้อยู่แก่ใจตัวเอง ไม่จำเป็นต้องได้รับคำชม แต่การยกย่องชมเชยคนทำดี เป็นการประกาศความดีให้ปรากฏต่อสายตาคน วิธีสร้างแนวโน้มให้คนทำตาม และพลอยยินดีปรีดาไปด้วย เป็นการแสดง “มุทิตาจิต” ไม่อิจฉาริษยาในการทำความดีของผู้อื่น ในทางตรงกันข้าม หากสังคมไม่ยกย่อง ชมเชย สรรเสริญ เพราะมีแต่คนอิจฉาริษยา สังคมนั้นย่อมไม่มีความสุข เข้าหลักที่ว่า “ความริษยายังโลกให้ฉิบหาย” พวกอิจฉาพวกนี้มีทั่วไปในสังคม คิดว่าตัวเอง ดีกว่า เก่งกว่า ใช้อุบายทำลายความดีของคนอื่นทุกวิถีทาง ชอบเอาดีใส่ตัว โยนความชั่วให้คนอื่น พฤติกรรมของพวกอิจฉาตาร้อน จิตใจไม่สะอาด จึงถูกนักปราชญ์ตำหนิเอาว่าเป็นการกระทำของ “พวกคนพาลสันดานเลว”

ในสังคมปัจจุบัน คนส่วนมากพากันเพิกเฉยไม่เอาใจใส่ในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า การยกย่อง สรรเสริญ ชมเชยก็ไม่เป็นไปตามหลักธรรมในทางพุทธ เช่น  ยกย่องคนที่ไม่ควรยกย่อง สรรเสริญ ชมเชย คนที่ทำความดีหรือคนดี แต่กลับไปยกย่อง สรรเสริญ ชมเชย คนที่ทำความชั่ว คนเลว คนพาล แทน นับได้ว่าไม่มีคุณสมบัติในการเป็นผู้นำที่ดีเท่าที่ควร เข้าหลัก “ยกย่องคนที่ไม่ควรยกย่อง”

สมัยก่อน คนจะเคร่งครัดในหลักธรรม มีศีลธรรมวัฒนธรรมและศาสนา การอยู่ร่วมกันในสังคมก็อยู่กันแบบคนมีศาสนา ไปมาหาสู่คบค้ากันแบบพี่น้องเวลามีการเลือกคนขึ้นเป็นหัวหน้าหมู่ คณะ จึงได้คนดี น่ายกย่อง สรรเสริญ สมกับเป็นหัวหน้าผู้นำจริงๆ  ใช้หลักที่ว่า “พิจารณาใคร่ครวญก่อนแล้ว สรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ ตำหนิคนที่ควรตำหนิ” ในทางพุทธศาสนาว่าไว้ “อย่ายกย่องคนพาล อย่าให้ยศแก่คนพาล” เพราะถ้าคนชั่วคนพาลได้ยศได้อำนาจก็จะใช้ไปในทางที่ผิด เบียดเบียนคนอื่น มีอยู่มากมายในสังคมปัจจุบัน เพราะจิตใจคนชั่วคนพาลนั้น ความคิดอ่อนสติ และปัญญา ชอบคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว เป็นนิสัยสันดาน ทำให้สังคมเดือดร้อน ระส่ำระสาย เอารัดเอาเปรียบ

ดังนั้นเพื่อสร้างค่านิยมให้ถูกต้อง เราควรยกย่องสรรเสริญคนดี มีปัญญา คนชั่วคนเลวต้องถูกสังคมลงโทษ เพื่อดัดนิสัย สังคมคนดี ควรเลิกคบและเสวนาคนมีความคิดอ่อนสติด้วย จะส่งผลให้สังคมมีความสุข รัก สามัคคี ไม่แตกแยก ร่มเย็นเป็นสุข มีแต่ความรุ่งเรือง.....

 บรรยายภาพ   เพิ่งกลับจากท่องเที่ยวที่อเมริกาใต้ชม 3 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โดยแวะที่ ริโอ้ เดอ เจเนโร่ ประเทศบราซิล แวะ เมือง แอโรส์ บัวร์เนส ประเทศอาร์เจนติน่า เที่ยวเมืองหลวงของประเทศเปรู เมืองลีม่าที่สวยจัด และเมืองคุ๊ซโก้ที่โด่งดังคับฟ้าเรื่องความสูงเป็นพันๆเมตร ที่ตั้งของ มาชู ปิ๊คชู่ อาณาจักรอินคานเมื่อกว่า 700 ปีมาแล้ว....เยี่ยม..จริงๆ เป็น The best trip ever ทีเดียวเลยค่ะ ให้คะแนน เต็ม 10 คะแนน

 ติดตาม ชมภาพสวยงามและความเห็นจากนักท่องเที่ยวที่ไปอเมริกาใต้เกือบ 30 คนได้ในฉบับต่อไป