Get Adobe Flash player

อุดมมงคล 38 ประการ และทศพิธราชธรรม โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

อุดมมงคล คือ ธรรมที่นำมาซึ่งความสุข ความเจริญ ให้กับชีวิต มี 38 ประการดังนี้

1อเสวนา จะพาลานัง  ไม่คบหาสมาคม พูดคุยสังสันท์กับคนพาล 2ปัณฑิตา ณัญ จะคบและเสวนากับบัณฑิต 3ปูชา จะ ปูชะนียายัง บูชาคนที่ควรบูชา (ที่หัวหนังสือพิมพ์สบามรัฐยุคท่าน มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้จั่วว่า “นิคคัณเห นิคคะหาระหัง คือ ติคนที่ควรติ ปัคคัณเห ปัคคะหาระหัง คือ ชมคนที่ควรชม) 4ปฎิรูป เทสวาโส  อยู่ในถิ่นที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี 5ปุพเพ จะ กตปุญญตา ได้ทำความดีให้พร้อมมาตั้งแต่ต้น 6อัตตะสัมมาปณิธี  ตั้งตนไว้ชอบ 7พาหุสัจ จัญจีญ จะใส่ใจค้นคว้าหาความรู้กว้างขวางอยู่เสมอ 8สิป ปัญ จะ  มีศิลปวิทยา ชำนาญในวิชาชีพของตน 9วินโย จะ สุสิกขิโต  มีระเบียบวินัยที่ได้ฝึกอบรมที่ดี 10สุภาษิตา จะ ยาว วาจา รู้จักใช้วาจาพูดให้เกิดผลดี

11มาตาปิตุ อุปัฎฐานัง  บำรุงบิดามารดาครบถ้วน 12ปุตตะ สัง คะหะ  สงเคราะห์บุตร เลี้ยงดูเต็มสภาพ 13ทาระ สุสะ สังคะหะสงเคราะห์ภรรยาให้ครบถ้วน 14อะนากุลา จะ กัมมันตา  ทำการงานไม่อากูล ไม่ล้มเหลว 15ทานัญ จะ รู้จักให้เผื่อแผ่แบ้งปันให้ผู้อื่น และบำเพ็ญประโยชน์ทั้งปวง 16ธัมมะ จริยา จะ ประพฤติธรรม ดำรงอยู่ในศีลธรรม 17ญาตะกา นัญจะ สังคะโห สงเคราะห์ญาติให้ทั่วถึง 18อนวัชชานิ กัมมานิการงานที่ไม่เกิดโทษ เป็นกิจกรรมที่ดีงามเป็นประโชน์ต่อสังคม 19อารตี วิรตี ปาปา  เว้นจากการประพฤติชัว ทั้งมวล 20มัชชะปานาจะ สัญญโน  เว้นจากการเสพสิ่งเสพติดและดื่มน้ำเมา

21ปัปปมาโท จะ ธัมเมสุ  ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย 22คารโว จะ การแสดงออกซึ่งความเคารพ รู้จักคุณค้าของบุคคล และกิจการ นั้นๆในคุณค่า 23นิวาโต จะความสุภาพอ่อนน้อม ถ่อมตน 24สันตุฎฐี จ ความอิ่มเอิบในผลสำเร็จที่ได้มาเพราะความเพียรของตนเองโดยชอบธรรม 25กตัญญุตา  มีความกตัญญูรู้สำนึกในพระคุณที่ได้รับ 26กาเลนะ ธัมมัสสว นังฟังธรรมตามกาล และแสวงหาความรู้ที่แสดงหลักฐานความจริง 27ขันตี จะมีความอดทน อดกลั้นได้ในทุกกาล 28โสวจัสสคาเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย 29สมณานัญจะ ทัสสนัง  พบเห็นสมณะ เข้าเยี่ยมเยียนท่านผู้สงบกิเลส 30กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา  สนทนาธรรมตามกาล เพื่อถกเถียงหลักความจริงที่ถูกต้องดีงาม

31ตะโป จะ มีความเพียรเผากิเลสรู้จักควบคุมตน ไม่ปรนเปรอตามใจอยาก 32พรหมะ จะริยัญ จะ ประพฤติพรหมจรรย์ ควบคุมตนให้ครองตนทางเพศตามอริยมรรค 33อริยสัจจานะ ทัสนัง  เห็นอริยสัจจ์ เข้าใจความจริงของชีวิต ทุกข์ สมุหทัย นิโรธ มรรค 34นิพพานะ สัจฉิ กิริยา จะ  ทำพระนิพพานให้แจ้ง 35ผุฎจัสสะ โลกธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะกัมปะติ  ถูกโลกธรรมกระทบจิตก็ไม่หวั่นไหว 36อโส กัง จิตไร้ความเศร้าหมอง 37วิรชัง จิตปราศจากธุลี 38เขมัง จิตเกษมสุข ตลอดเวลา

ทศพิธราชธรรม

ธรรมะ หมวดนี้มีมาแต่สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงต่อพระเจ้าอชาตศัตรู ซึ่งต่อมาพระเราชาองค์นี้ก็ได้เป็นพุทธมามกะใหญ่ ได้ทรงถวายป่าใผ่ที่เป็นราชอุทยานต่อพระพุทธองค์ พระพุทธอองค์ได้ใช้เป็นที่ประชุมสงฆ์ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา จึงกลายเป็นพระอาราม(วัด)แห่งแรกของโลกชื่อ เวฬุวนาราม คืออารามในป่าใผ่ นั่นเอง

พระธรรมหมวดนี้ คือคุณสมบัติของนักปกครองที่ดี สามารถปก ครองแผ่นดินโดยธรรม และยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชน จนเกิดความเลื่อมใสยินดียิ่งนักมี 10 ประการ

1ทาน คือ การให้ทรัพย์สินสิ่งของ 2ศีล คือ ประพฤติดีงามตามทำนองคลองธรรม ของประเพณี 3ปริจจาคะ คือ ความเสียสละให้แก่มวลชนคนอื่นๆ ในทุกเรื่อง 4อาชชวะ คือ ความซื่อตรงต่อผู้อื่นในการกระทำทุกอย่าง 5มัททวะ คือ ความอ่อนโยนจากกิริยาอาการและคำพูด 6ตบะ คือ ความทรงเดชเผากิเลศตัณหา ไม่หมกมุ่นในความสุขสำราญ 7อักโกธะ คือ ความไม่กริ้วโกรธในทุกอริยาบท 8อวิหิงสา คือ ความไม่ข่มเหงเบียดเบียฬ 9ขันติ คือ ความอดทนเข้มแข็งไม่ท้อถอย 10อวิโรธนะ คือความไม่พลาดจากธรรมทุกข้อ         

คัดจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของพระธรรมปิฏก(ป ปยุตโต หรือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์) จึงกราบขอบพระคุณ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับผม

ในอุดมมงคล 38 ประการ และทศพิธราชธรรม นี้ เราท่านที่เป็นพสกนิกรของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เป็นเวลาต่อเนื่องมา 70 ปี เรามาตรวจดูธรรมมะสองหมวดนี้ ว่าไม่มีขัอไหนทีพระองค์ท่านขาดหายไป แต่กลับโดดเด่นในพระวิริยะอุตสาหะที่พระองค์ได้ทรงกระทำให้แจ้งเสียอีก เช่น

พระองค์ไม่เคยโกรธ ไม่เคยแสดงความรังเกียจ หรือตำหนิใครในเรื่องใดๆ ไม่เคยย่อท้อในความยากลำบาก ทั้งๆที่พระองค์ในฐานะพระมหากษัตริย์ที่น่าจะอยู่เสวยสุขตามพระฐานันดรเฉพาะในพระราชวังทอง แต่กลับออกท้องที่กรำแดด กราฝน บุกป่า ฝ่าโคลน ไปพบปะ เยี่ยมเยียนพสกนิกร เพื่อรับทราบความทุกข์ และปัญหาทั้งปวง เพื่อการแก้ไข

โครงการ 4449 โครงการ เป็นตัวพิสูจน์สัจจธรรมข้อนี้ชัดเจน

ข้อที่เข้าหาสมณะ ก็ชัดแจ้งที่สุด พระองค์ทรงผนวขและทรงเข้าสนทนาธรรม ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่แหวน หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ขาว หลวงตามหาบัว พระอาจารย์นำ หลวงพ่อคูณ ฯลฯ จนหลวงปู่เหล่านี้ ออกประกาศนียบัตร กล่าวรับรองว่า “พระองค์ท่านทรงเป็นอริยบุคคล อย่างน้อย พระอนาคามี หรือยิ่งกว่า”

สรุปได้ชัดเจนที่สุดในโลกว่า ไม่มีใครที่จะทรงงานหนักเพื่อมวลมหาประชาชนได้เทียบเท่าพระองค์ท่าน จากข่าวที่เผยแพร่ที่หลายวงการยอมรับชัดแจ้ง เช่น

สหประชาชาติ ถวายพระสมัญญานามว่า “พระมหากษัตริย์ยอดนักพัฒนา”  “พระมหากษัตริย์ยอดนักประดิษฐ์” พระองค์เป็น ”King of Kings of the world” และมีมติในที่ประชุมใหญ่ให้”กำหนดวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็น The World King Day (วันพระมหากษัตริย์โลก)

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ