Get Adobe Flash player

อนาคตของชาติ โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

"ผมเกิดในรัชกาลที่ 9 ลืมตามาก็เจอหน้าพ่อ พ่อส่งรอยยิ้ม มีหยาดเหงื่อที่ปลายจมูก มีกล้องสะพายกับแฟ้มหนังสือ แต่ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ ว่าพ่อเป็นใคร ทำไมใจดีเหลือเกิน นั่งรถลงเรือ พ่อทำเพื่อประชาชน คนไทยผู้ยากจนมีอยู่ทั่วแผ่นดิน

พ่อมีโครงการพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง หล่อเลี้ยงตัวตน ปรัชญาพ่อให้กับประชาชน คนไทยผู้ยากจน จึงอ้าปากยิ้มได้ มาวันนี้ผมเติบโตและเข้าใจ ว่าพ่อเป็นใคร พ่อคือพระเจ้าแผ่นดิน พ่อทรงงานพระวรกายแทบสิ้น ลุยน้ำลุยโคลน พ่อทำได้ทั้งสิ้น ให้ประชาชนมีกิน พ่อไม่เคยปริบ่น พ่อไม่เคยท้อใจ เราโชคดีที่เกิดเป็นคนไทย ไม่ว่าชาติไหนๆ ก็เกิดมาเป็นลูกพ่อ

13 ตุลาเป็นวันฟ้าหม่น พ่อสิ้นพระชนม์ สู่สวรรคาลัย ลูกไทยทุกคน น้ำตาท่วมใจ เป็นวันที่เสียใจไม่มีวันลืม คนไทยวันนี้ ไม่มีพ่อ แล้วใครจะมารักเรา"

ครับ..."เด็กบ้านนอก" 11 ขวบ ด้วยการอบรม-บ่มเพาะของครูอาจารย์โรงเรียนวันนี้          "ด.ช.กวินท์ รักษ์ทอง" กลั่นกรองความรู้สึกบริสุทธิ์ใน "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ"เขียนเป็นเนื้อเพลงเอง ให้ทำนองเอง และร้องเอง ให้เพื่อนๆ ร่วมห้องได้ฟังหน้าชั้นเรียน

ท่านคงได้ดู-ได้ฟังแล้ว ........จากที่คุณ "นโรตม์ วรจินต์" โพสต์ fb และผมแชร์ต่อ ไม่นับจากที่อื่น เอาเฉพาะแค่ "แฟนเพจ" ตรงนี้ ก็วันละหลายล้านแล้ว พลันอ่านเนื้อเพลง.....

พลันเห็น "อนาคตประเทศ"!

เด็ก 11 ขวบ ศึกษา ค้นคว้า เข้าใจ "พ่อของเราทำอะไร...เพื่อใคร" และถ่ายทอดความเข้าใจนั้น ออกมาประจักษ์ขนาดนี้ยังจะต้องให้ผมพูดอะไรอีก!ต้องยกย่อง-ชมเชย "คณะครู-อาจารย์" โรงเรียนบ้านควนสระ ทั้งโรงเรียน

ส่วน ด.ช.กวินท์ นั้น ไม่ต้องพูดถึง ..........

ป่านนี้ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ "พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ" ไม่นำตัวมาเป็น "นักเรียนต้นแบบ" ไปแล้วรึ?

คงลอกเนื้อ อัดเสียงร้อง เป็นแผ่นซีดีไปเปิดตามโรงเรียนประถมทั่วประเทศให้เด็กๆ ฟังเพื่อเกิดแรงดาลใจ และเป็นหน้า-เป็นตาครูบาอาจารย์กระทรวงศึกษาฯ ด้วยกันจะสร้างชาติบ้านเมือง ไม่ต้องไปสร้างที่วัตถุ-อาคาร..........ลงทุน "สร้างที่คน" นี่แหละ

เริ่มจาก "ตอม่อ-ฐานราก" คือนักเรียนของเรา ทุ่มลงทุนไปเถอะ ได้แบบ ด.ช.กวินท์มาซักโรงเรียนละคน ก็คุ้มแล้ว   "เผาบ้าน-เผาเมือง" ได้ 7.75 ล้าน....?!

ทุ่มแบบนี้ ทุ่มทำไป ทุ่มนำร่อง "จะให้เผาอีกเมื่อไหร่-ที่ไหน บอกมา" งั้นหรือ!ผมอยากบอกว่า ประเทศชาติบ้านเมืองไทยเรานี้ ในรอบ 70 ปี พวกเรา "ภายนอก" ไม่รู้หรอกว่าหลายครั้ง-หลายครา "ความมั่นคงประเทศ" วิกฤติ "หวุดหวิด-จวนเจียน" ชนิดหาที่ยึดเกาะเป็นทางแก้ไม่ได้ด้วยพ่อทรง "วินิจฉัยเฉียบขาด-มั่นคง"

พลิกฟื้นคืนสถานการณ์จากระส่ำในวิกฤติล่อแหลม เป็นยืนหยัดทระนง "รอด" แล้วมั่นคงตราบถึงวันนี้ที่เรารู้ในงานที่พ่อเพียรสร้าง ผ่านโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการนั้น

นั่นแค่ที่ "ให้รู้-ให้เห็น" ทั่วไปที่เราทั้งหลายไม่มีโอกาสได้รู้-ได้เห็น แต่สิ่งที่พ่อทรงทำนั้น ความหนึ่งในบทเพลง "สรรเสริญพระบารมี" ท่อนว่า

".................เย็นศิระเพราะพระบริบาล

ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์"

นั่นแหละ โปรดทราบและสำนึกกันไว้เถิด "ของจริง" เป็นผลมาจากสิ่งที่พระองค์ท่าน "ทรงปิดทองหลังพระ" หลายต่อหลายครั้งกระทั่งนาทีนี้...วันนี้ พ่อไม่อยู่แล้ว

แต่สิ่งที่พ่อ "ทรงแก้วิกฤติ" ให้ประเทศชาติรอด ในขณะที่ลูกคือพสกนิกรทุกคนอยู่กันสุขสบาย นอนหลับไม่รู้-นอนคู้ไม่เห็น นั้น เวลาที่อยู่กันสุขสบาย นั้น.......

พ่อหลวงของเรา...ในภาษาชาวบ้านก็ต้องพูดว่า ทรง "เสี่ยงเป็น-เสี่ยงตาย" โดยพวกเราไม่เคยระแคะ-ระคายเลยและสิ่งเหล่านั้น........... จะเป็น "ทองที่หลังพระ" ตลอดไป!

นับจาก 13 ตุลา 59 เป็นต้นมา เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า ความเข้าใจพวก "ผู้ใหญ่" ที่ว่า "คนรุ่นใหม่ ไม่รู้จักในหลวง"ผิดหมด!

ตั้งแต่ 13 ตุลา "คนรุ่นใหม่" รุ่นที่เป็นอนาคต-กำลังหลักในความเป็นชาติ-เป็นประเทศไทยประหนึ่ง "ดาวเรือง" ดอกไม้ประจำพระองค์ บานพรึ่บพร้อมกันทั้งบ้าน-ทั้งเมือง โดยไม่มีใครชี้แนะ-นัดหมายคนรุ่นใหม่ "ศึกษา-เข้าใจ" เนื้องาน ที่พ่อทำ และ "เข้าถึง" ความเป็น "พระเจ้าแผ่นดิน" ในตัวพ่อ อาจพูดได้ว่า "ลึกซึ้ง" กว่า "ผู้ใหญ่" วัย 50 ขึ้นไป ที่เอะอะก็รอพึ่งแต่พระบารมี โดยไม่สนใจ "นำสิ่งพ่อสอน" ไปทำ ให้เป็นบารมีกันสักเท่าไรเลย!

"เมล็ดพันธุ์" ที่พ่อเพียรเพาะ รดเลี้ยงด้วยพระเสโทมา 70 ปี

บัดนี้..."งอกงาม" ในรอยพระบาทพ่อแล้ว.